Get Adobe Flash player

ตำรวจเกณฑ์ ( ตอน 2) โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

 

แม้คณะกรรมาธิการวิสามัญสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หรือ วิปรัฐบาล ตีกลับร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ... (ว่าด้วยตำรวจกองประจำการ หรือ ตำรวจเกณฑ์) เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปศึกษา และกำหนดกฎเกณฑ์ให้ชัดเจน

เพราะเป็นห่วงตำรวจที่ถูกเกณฑ์มามีวุฒิภาวะน้อย หากให้บุคคลเหล่านี้ทำงานใกล้ชิดกับประชาชนแล้วจะส่งผลเสีย (เป็นห่วงยังไง โตๆ กันแล้ว)

กระนั้น พล.ต.อ.สมยศ ก็ยังมั่นใจว่า ตำรวจเกณฑ์น่าจะมีประสิทธิภาพ สามารถที่จะทำงานได้ ถ้าฝึกฝนและให้ความรู้อย่างเพียงพอ และปรับเรื่องของระยะเวลาในการฝึกให้ยาวนานกว่านี้ (ยาวกว่านี้น่ะ มันยาวกว่าไหน กี่นิ้ว กี่ศอก กี่วา) หรือในเบื้องต้นอาจไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่สัมผัสกับประชาชน หรือทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย  (กลัวเหมือนกันหรือว่า ตำรวจเกณฑ์เข้ามา จะถือ”คันไถ” มาด้วย)

ตัวอย่างข้างล่างต่อจากนี้ ยิ่งอ้างอิง (ยิ่งไม่เข้าใจว่า)

"ปัจจุบันตำรวจก็มีอาสาสมัครมาช่วยในการปฏิบัติงาน ซึ่งอาสาสมัครเหล่านี้ก็ไม่ได้ผ่านการฝึกอบรม ไม่มีความรู้กฎหมาย (กฏหมายทั่วๆ ไปเรียนกันสี่ปี เป็นอย่างน้อย  ตำรวจเกณฑ์แค่อบรม ก็รู้กฏหมายเป็นอย่างดี ..(ทำยังไง..ขอรับ) หรือผ่านการให้ความรู้มากมาย (เลือกสรรกันมาดีแล้วนะเนี่ย) จึงทำให้อาสาสมัครเหล่านี้ไม่สามารถจับกุม หรือบังคับใช้กฎหมายได้ สนช.หลายท่านกังวล ตำรวจที่เข้ามาเกณฑ์ เช่นเดียวกับทหารกองประจำการ อายุเพียงแค่ 21 ปี วุฒิภาวะเพียงพอหรือไม่ เพราะตำรวจจะต้องทำงานใกล้ชิดกับประชาชน และเป็นผู้ที่บังคับใช้กฎหมายด้วย

 (ยังคิดได้มั่ง ประชาชนก็จะถือว่า ตำรวจมีบุญคุณ แก่ ลูกไก่ ลูกกา พอสมควรแล้ว จะปล่อยให้ตำรวจกินแกลบกินแห้ว..อยู่ได้ยังไง)  
                ต่างกับทหารกองประจำการ ที่เมื่อเกณฑ์เข้ามาแล้ว ก็มีการฝึกแล้วไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกรมกอง หากมีเหตุการณ์ความขัดแย้ง หรือเหตุความรุนแรง ก็จะมีการฝึกทบทวนแล้วส่งลงพื้นที่ ซึ่งทหารไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย และสัมผัสกับประชาชนเหมือนตำรวจ เชื่อว่านั่นคือสิ่งที่ สนช.กังวล จึงให้กลับมาทบทวนและกำหนดกฎเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ ให้มีความชัดเจน"

( เรื่องจะไปยุ่งเกี่ยวกับเงินตรา หรือ กินน้ำร้อนน้ำชา ไม่มี ว่ายังงั้นเถอะ)

ตามข้อมูลที่ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เคยอธิบาย "ตำรวจเกณฑ์" เอาไว้ กฎเกณฑ์ของการเกณฑ์ตำรวจ จะใช้วิธีการเหมือนกับการเกณฑ์ทหาร คือ จับใบดำใบแดง จากการเกณฑ์ทหารที่จะคัดเลือกคนเข้าไปเป็นทหารอากาศ ทหารบก ทหารเรือ จะมีการเพิ่มตำรวจเข้าไปอีก 10,000 อัตรา

( ตำรวจเกณฑ์ มากมายขนาดนั้น เอาไว้ไปฝึกซ้อมรบ ตามชายแดนใช่ไหม..ทางภาคใต้ต้องการมากขึ้นตาม ชายเขตแดนเขมร ก็ยังต้องการอยู่ ใช้ตำรวจเกณฑ์ ทหารเกณฑ์ เสียงบประมาณน้อยกว่า งบประมาณ ตำรวจ ทหาร ทุกวันนี้ก็ไม่พออยู่แล้ว ถูกนักการเมือง “งาบ” ไปหมดแล้วน่าจะบริการแจกแห้วให้กินแทนข้าวกันบ้าง )

โดยชายไทยที่จะผ่านเข้ารับการเกณฑ์ตำรวจนั้น จะต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์, ปลดประจำการใน 2 ปี, ได้รับเงินเดือน 10,000 บาท, สามารถรับราชการตำรวจต่อได้ แต่การเกณฑ์ตำรวจนั้น จะต้องเป็นการจับใบดำใบแดงอย่างเดียว ไม่สามารถสมัครได้เหมือนการเกณฑ์ทหาร

(ประโยชน์ที่ได้รับต่างกัน ไม่เห็นอ้าปากพูดเรื่อง เงินใต้โต๊ะกันบ้างกระจัดกระจายไปไหนบ้าง..หว่า..แค่เงินเดือนปัดไปให้ “เจ้านาย” เท่านั้นแบ่งปันกันไป ก็พอจะอยู่ดีกินดีกันได้ทั่วหน้า)   

"หลังจากผ่านไป 2 ปี จะมีการคัดเลือกตำรวจ 10% ให้เข้ารับราชการตำรวจ ส่วนอีก 90% หากประสงค์จะเป็นตำรวจต่อ สามารถเป็นตำรวจชุมชนหรือช่วยงานต่างๆ ได้" โฆษก สตช.เคยระบุเอาไว้

(มีเงินเบี้ยเลี้ยงหรือเงินเดือนประจำอะปล่าว..ใคร..มีส่วนแบ่งหรือไม่..อย่างไร..ว่ามา)

อย่างไรก็ดี ไม่ว่า พล.ต.อ.สมยศ จะยืนกรานเดินหน้าโครงการ "ตำรวจเกณฑ์" อย่างไร และปรับแนวทางเพื่อให้สอดรับกับความเห็นของคณะกรรมาธิการวิสามัญสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ พล.ต.อ.สมยศไม่ควรมองข้ามคือความเห็นของประชาชน ที่จะต้องได้รับผลโดยตรงจากการปฏิบัติหน้าที่ของ "ตำรวจเกณฑ์"

( อยากจะให้รับรู้เสียงนกเสียงการวมทั้งเสียงหมาเห่าใบตองแห้ง ด้วยอ๊ะ ..ปล่าว)

ในเว็บไซต์ยอดนิยม "พันทิป" ก็ได้มีผู้ตั้งกระทู้ "คิดไงกับการที่รัฐจะให้มีการเกณฑ์ตำรวจเหมือนทหาร???" ปรากฏว่า ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นหลากหลาย ทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย รวมทั้งมีการสะท้อนความรู้สึกต่างๆ  

(เรียกว่า ยังมีเสียงนกเสียงกา ส่งเสียงมาตามลม แล้ว ส่วนพัดลมในห้องที่เขียนหนังสืออยู่ ไปไม่ไกล คงไม่ไหนไกลถึง “รูหู” ผู้ที่รับผิดชอบอยู่หรอกนะ)

อาทิ "กลัวรับมาแล้วจะกร่างเหมือนตำรวจบ้าน (ตำรวจอาสา) บางคน ทำตัวซะเหมือนเป็นตำรวจจริงๆ เลย " หรือ "ก็น่าจะดี แต่อยากจะให้คนที่เป็นพลทหาร หรือ พลตำรวจ เป็นโดยสมัครใจ ไม่ใช่การบังคับ" หรือ "1.เห็นด้วย ตำรวจงานเยอะแยะ 2.ไทยไม่ได้ไปรบกับใครยกเลิกทหารเกณฑ์ เปลี่ยนเป็นตำรวจให้หมด 3.ทำงานให้ประชาชนดีกว่าไปอยู่ในค่ายรับใช้นายพล"                                                

(ความคิดความอ่านดีกว่า นายพล. ไล่มาตั้งแต่ ผบ.ตร. ลงมา งามหน้าไหมครับท่าน)

บางส่วนก็บอก "ตำรวจขาดกำลังพล?!? เห็นเปิดสอบเมื่อไหร่คนก็เต็ม เน้นปริมาณ มากกว่าคุณภาพสินะ" หรือ "ดีค่ะ ยิงกันไส้แตก ต่างคนต่างมาไม่ได้เต็มใจ จับมาเป็น ตร. สมัครมาเองยังทำชื่อเสียงได้ขนาดนัก เกณฑ์มา ตัวใครตัวมันละค่ะ" หรือ "เห็นด้วยนะคะ คือเกณฑ์มาก็คงไม่ได้รับผิดชอบหน้าที่มากมาย แต่อย่างน้อยก็แบ่งเบาภาระที่ตำรวจมีได้บ้าง ถ้าเอาใจเป็นกลาง เราว่าตำรวจงานเยอะนะ (ยกเว้นบางคนจะอู้งาน)"

(พูดถึงตำรจเกณฑ์ หรือตำรวจที่เป็นอยู่ทุกวันนี้  ก็มีทั้งดี ทั้งเลว ปะปนจนเละ เคี่ยวเข็ญกันหน่อยกับสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดี น่าจะปรับปรุงวินัยตำรวจปัจจุบันเสียก่อนดีกว่า ไม่เปลืองงบประมาณด้วย)

นอกจากนี้ก็มี "อยู่ที่ให้อำนาจแค่ไหน จับกุมได้หรือเปล่า มันจะเหมาะสมหรือไม่ ปลดประจำการแล้วโดนเอาคืนหรือเปล่า น่ากลัวกว่าเป็นทหารเกณฑ์อีกนะ" หรือ "เอาไปเป็นคนใช้รึเปล่าครับ" หรือ "ยุคข้าราชการครองเมือง....เออ...สงสารประชาชน...ต้องส่งลูกไปเป็นคนรับใช้บ้านนายพล...แล้วรับเงินเดือนจากภาษี ประชาชน...แค่อยากได้ลูกชาวบ้านมาใช้.....ไม่ต้องเสียเงินจ้าง.....แรงงานต่างด้าวมาใช้แล้วไม่สมศักดิ์ศรีข้าราชการระดับผู้ใหญ่...อยากจะร้องไห้จริงๆ..."

(ขอขานรับว่า เป็นเรื่องจริง ทุกสิ่งทุกอย่างที่พูด ยิ่งกว่านั้นยังปล่อยให้ไปทำงานที่เก่า รับเงินเดือนที่เคยได้รับ แต่ว่า ต้องเอามาแบ่งกัน คนละครึ่ง..ครับเป็นสิ่งดีงามเป็นพระคุณอย่างยิ่ง แล้วใช่ไหม)

ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นความเห็น เป็นคำถาม เป็นข้อสังเกตุจากชาวบ้าน ที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง  ในฐานะแม่ทัพสีกากี ที่ประกาศผลักดัน "ตำรวจเกณฑ์" ให้เดินหน้าต่อ น่าจะได้ลองสดับรับฟัง บางเสียงไม่ค่อยจะบันเทิงหู อยู่บ้าง บ้างก็น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าก้มหน้าดันกันตามอารมณ์ ความรู้สึกตัวเองเท่านั้น.........................................................

ไม้แก่เกือบจะผุ “ดัดยาก” ประคองกันเอาไว้ ช่วยๆ กันไป อาณาจักรของใครก็ของมัน..ใช่ไหม..

 “งูเห็นนมไก่..ไก่เห็นตีนงู” ตัวหนังสือตัวบทกฏหมายบิดเบนด้วยตัวเองไม่ได้  ต้องอาศัยใช้มือ ใช้ตีน ของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน “บิดเบือนกฏหมายได้ซะอย่าง” บิดได้ทุกอย่างที่ขวางหน้า..ได้หมดทุกอย่างเช่นกัน ..

ขอให้ประเทศไทย “เจริญก้าวหน้า”  ด้วยความแข็งขันขยันทำงานของตำรวจเกณฑ์ เงินเดือนที่จะเอามาช่วย “ตำรวจเกณฑ์” หาได้ง่ายมาก เพียงแต่ชลอ การเลื่อนยศ ขึ้นเงินเดือน “ตำรวจสัญญาบัตร” ทำงาน (จนตูดด้านเพราะนั่งมากไป) หัวชนฝา หัวโหนกหัวโน(น่าสงสารจนน้ำตาไหล) ช่างเหน็ดเหนื่อยกัน ถึงขนาดที่ว่า นั่งหลับหูหลับตาประหงกๆ อยู่หลังโต๊ะทำงาน  ยิ่งระดับ นายพัน นายพล. แทบจะไม่มีใครได้เห็นหน้าค่าตาอยู่บนท้องถนนกันเลย   ท่านครับ..ปรับปรุงตรงนั้นกันสักหน่อยก่อนได้ไหม.. ถ้าใช้งานให้ถูกคน ใช้คนให้ถูกงาน

ทำงานให้สมกับสมกับตำแหน่ง สมกับเงินเดือน “รับประทานเงินเดือนสูงๆ”  เสียดายเงินภาษีของประชาชน..ขอรับ..ผม...

จะทรมานตำรวจชั้นสัญญาบัตร ไปถึงไหน.. ปลดเกษียณแล้ว จะเป็นง่อยเปลี้ยเสียขากันไปหมด น่าสงสารนะครับ..ท่านครับ...