Get Adobe Flash player

เสาหลักปักขึ้ควาย โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

อ่านบทวิจารณ์ของสื่อฯไทยหลายต่อหลายสำนัก กล่าวถึงความคิดความอ่านของ เสาหลักของประเทศไทยสองหลักหลักแรก คือแม่ทัพบก จากการที่สื่อฯ สัมภาษณ์ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วเกิดอาการหวาดวิตกว่า ประเทศไทยตกอยู่ในวิกฤต หนักหนาสาหัสขึ้นมาทุกที ตั้งแต่สมัยที่ ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี หนีคุกจากประเทศไทย แต่ยังมีลูกน้องเป็นมือเป็นตีนป่วนประเทศอยู่อย่างต่อเนื่องจากพวก “โจรเสื้อแดง” ทักษิณ ชินวัตร ดันก้นน้องสาวขึ้นมาเป็นนายก(ขา) ทำหน้าที่รักษาอำนาจของ “ตระกูลชิน” ไว้ให้ได้ รัฐบาลไทย โดย นายก(ขา) แสดงให้เห็นว่า หาได้บริหารงาน เพื่อประเทศชาติ แต่อย่างไรไม่ งานหลักคือต้องการออกกฎหมาย “นิรโทษกรรม” ทำท่าว่าจะไม่สำเร็จ รองลงมาคือ “การปล้นเงียบ” สองล้านล้านบาท ไม่รู้ว่าจะงาบถึงครึ่งหรือไม่ ส่วนเสาหลักหลวมๆ หลักที่สอง คือ นายก(ขา) น้องสาวแต่ไม่สด ของ อดีตนาย..ก..

                ทั้งสองงานดังกล่าว  เป็นงานที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะ นายก(ขา) จะยกขาหรือไม่ยกขาก็ต้องยกต้องรับผิดชอบ หยิบโซ่ขึ้นมาคล้องคอ แล้วหยิบตรวนคล้องขาตัวเองไว้  ไม่น่าจะแคล้วคราด ทั้งโซ่ทั้งตรวน เมื่อคราหมดอำนาจ จากการถูกปฎิวัติ (เกิดขึ้นแน่นอน)ไม่ว่าจะมาจาก “ทหาร” หรือ  “ประชาชน” รวมตัวกันจากหลายๆ กลุ่มเป็นกลุ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ  ความหวังของ คณะรัฐบาลชุดปัจจุบัน อยู่ที่จะออกกฏหมายนิรโทษกรรมทักโทษคดีการเมือง ถ้าได้มาจริงๆ  ประโยชน์ย่อมได้กับ ทักษิณ ชินวัตร รับไปเต็มๆ  แต่ว่า การนิรโทษกรรม คงจะไม่ได้นับรวมถึงคดีอาญาอื่นๆ ที่ ทักษิณ ชินวัตร ทำคดี “โกง” ทั้งภาครัฐและเอกชนไว้ ยาวเป็นหางว่าว  ถ้าหากจะหวังว่า ทักษิณ ชินวัตร จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ต่อจาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นเลื่อนลอย (ยิ่งกว่ายืนล่อเป้าในที่โล่ง เปลือยกายสอยดาว เสียอีก อาจจะคอย..ค้อย..คอย ไปถึงชาติหน้าตอนบ่ายๆ แต่ว่าเรื่องอรุงตุงนังอาจจะลงเอยกันเสียทีในชาตินี้ไม่น่าจะนานเกินรอไปถึงชาติหน้า   เพราะ ยมบาล เตรียมรับตัว คนหน้าเหลี่ยมไว้แล้ว ขีดเส้นตายไว้ให้อยู่ไปวันต่อวันเท่านั้น เดี้ยงวันไหนย่อมได้เสมอ จากผลพวงของมะเร็งต่อมลูกหมาก (สาวๆ ของเล่นส่วนตัวของคนหน้าเหลี่ยมชอบเสพกาม (ฟาดหัวมาได้ด้วยเงิน ทั้งเพ) ระวังไว้หน่อย  (สาวๆ ทั้งหลายเสี่ยงกับเป็นมะเร็งปากมดลูกหลบๆซ่อนๆไว้ได้ไม่เห็นประจักษ์ตา แต่จะซ่อนมะเร็ง ในช่องปาก ริมขอบปาก ไม่ให้ใครเห็นไม่ได้หรอกนะ..(ขอบอก)

                เรื่องของ ทักษิณ ชินวัตร พักเอาไว้แค่นี้ก่อน ไปตามติดๆเสาหลักปักขี้ควาย  หลักแรก คือ ผบ.ท.บ. อีกหลักหนึ่ง คือ นายก(ขา)  เพราะเป็นเรื่องร้อนยังอุ่นๆ อยู่ ก่อนที่จะบูดจนเหม็นหึ่ง

                มาฟังการให้สัมภาษณ์ อย่างไม่ค่อยจะมีน้ำพริกน้ำยาอะไรมากนักของ ผู้บัญชาการทหารบก ที่ดีสเครดิตตัวเอง ว่าเป็น “คนเสื่อม” ไปเสียแล้วในสายตาของประชาชนส่วนใหญ่ จากข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงนัดชุมนุมขับไล่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ พ.ค. (ที่ผ่านมา) ราคาคุยว่าจะมีคนมาร่วมรับทรัพย์กันนับแสนคน แต่กลายเป็นว่าถูกยกเลิกไปเสียก่อน ด้วยสาเหตุว่า “เงินมางานเดิน เงินเกินงานวิ่ง เงินหยุดนิ่งงานก็วิ่งไม่ไหว.....เพราะอะไรหรือ  คงจะเป็นเพราะ“เงินหยุดวิ่ง งานก็วิ่งไม่ไหว”  มาฟังเรื่องราวของ เสาหลักปักขี้ควาย หลักแรกต่อ

                (ผบ.ทบ.พูด ) “เมื่อเราเป็นข้าราชการก็เป็นห่วงประเทศชาติบ้านเมือง แต่เรามีคนรับผิดชอบโดยตรง และมีกฎหมายอยู่แล้ว ในขั้นต้นตนส่งกำลังใจขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันรักษาระเบียบ แก้ปัญหาต่างๆให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ไม่กระทำอะไรที่ผิดกฏหมาย หรือมีผลกระทบต่อประเทศชาติในวงกว้าง ขอให้แสดงความคิดเห็นอยู่ในกรอบ หากใครไม่อยู่ในกรอบสังคมก็ดูอยู่แล้ว อย่าขยายความขัดแย้งออกไปมากกว่านี้

                ส่วนทหารจะทำหน้าที่ของทหารให้ดีที่สุด เรื่องอะไรที่ยังไม่ใช่หน้าที่ของทหาร ขออย่าเอาเราเข้าไปเกี่ยวข้องมากนัก เข้าใจว่า สื่อฯ เป็นห่วง ซึ่งตนก็เป็นห่วง แต่การเป็นห่วงสถานการณ์แล้วเอาตนไปเล่นงานนั้นไม่ถูก การเอากองทัพบกไปว่า ถือว่า ไม่เป็นธรรมกับกองทัพ ซึ่งหน้าที่ของกองทัพก็ยังไม่ได้บกพร่องอะไร วันนี้ต้องมีกฎหมาย ถ้าจะทำอย่างอื่น ท่านต้องไปบอกว่า วันนี้ไม่มีกฎหมายแล้วจึงจะทำอะไรก็ได้ ถ้าอย่างนั้นคงเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนไปแล้ว ตนรับไม่ได้ ส่วนจะต้องใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงควบคุมการชุมนุมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับรัฐบาล ตนไม่มีอำนาจ

                (ความเห็นต่างจากคนเขียนคอลัมน์นี้ว่า ) เป็นห่วงแต่ปากท้องตนเอง ก็เท่านั้น อ้างว่ามีคนรับผิดชอบโดยตรง มีกฏหมาย ที่พูดมาก็จริง ว่าเมื่อมีกฏหมาย แต่ไม่มีคนรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง คือตำรวจ ( แตงโมเกือบทั้งกรมตำรวจ)   องค์การอิสระบางส่วน อัยการ ตุลาการ(ส่วนมาก) บ้านเมืองจึงวุ่นวาย เมื่อรัฐบาลเล่นนอกกฏหมายเสียเองใช้กองกำลังโจรเสื้อแดง ทำหน้าที่นอกกฏหมาย เล่นงานประชาชนที่ออกมาคัดค้านอำนาจรัฐ  เป็นเรื่องจริงที่ ผบ.ทบ. หลับตาพูด มองไม่เห็นภาพรวม ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ไม่เคยทุกข์ร้อนแทนประชาชนที่พยายามหลบหนีอำนาจรัฐ ถูกจับเข้าคุกขังลืม เป็นอย่างนั้นไปในปัจจุบัน  ถ้าลืมตามองทั้งสองข้างก็จะเห็น...ชัดเจน..

                (ผบ.ท.บ. พูด) เมื่อถามถึงกรณีที่มีการขยายความขัดแย้งจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (นายก(ขา) เสาหลักที่สอง)  กล่าวปาฐกถาที่ประเทศมองโกเลีย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องหยุดขยายความขัดแย้ง และไปดูว่า ใครผิดหรือถูก

                 (ความคิดเห็นขัดแย้ง) ปาฐกถาหรือโพย จากปากนายก(ขา) “ด่าประเทศไทย” พล.อ. ประยุทธ์ พูดว่าให้หยุดความขัดแย้ง ให้ไปดูว่าใครผิดหรือถูก พูดจาเป็น “สวะ”ลอยลื่นไหลในแม่น้ำลำคลอง ไร้สาระ ไม่มีความคิด หรือว่าจะจะแข่งขันกันใครจะสมองนิ่มกว่ากัน ระหว่าง ผบ.ท.บ. นางสาวลูกหนึ่ง ยิ่งลักษณ์ หรือไงเพ่.. “สวะ” จนเป็นขยะพอๆ กัน เรื่องใหญ่สั่นสะเทือนประเทศขนาดนี้ ขอให้ใช้หัวสมองคิดอย่าใช้ส่วนหัวอื่นๆ ที่ไม่ใช่สมองคิดแทน มันจะเพี้ยนกันไปใหญ่ ถึงตอนนี้ ก็ต้องขอกล่าว ประโยคที่ ชัย ราชวัตร เขียนลงไว้ในเฟซบุคส์ ส่วนตัวของเขา  สะท้านเข้าไปในหัวใจของคนไทยที่ยังมีความยุติธรรมอยู่ในจิตสำนึกว่า การปาฐกถา ด่าประเทศไทย ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ว่าสำคัญก็ใช่ ไม่สำคัญก็ใช่ ไปยืนด่าประเทศตัวเอง เสียๆ หายๆ เป็นการ “ขายชาติ” ใช่หรือไม่ ควรหรือมิบังควรประการใด ชัย ราชวัตร เปรียบเทียบไว้ ไม่มีอะไรจะ “ถึงใจ” เท่า ถ้อยคำเปรียบเทียบนั้นอีกแล้ว ถ้ายังไม่ถึงใจ  ใช่เลย รู้ไว้เถิดว่า “เป็นคนตายด้าน”ทั้งๆ ที่ยังมีลมหายใจอยู่”

                โปรดเข้าใจ

                 “กะหรี่ไม่ใช่หญิงคนชั่ว กะหรี่เที่ยวเร่ขายตัว แต่หญิงคนชั่วเที่ยวเร่ขายชาติ”

                เป็นวาทะแห่งปี ที่อาจจำให้ได้เห็นการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ที่ดีกว่านี้..ในอีกไม่นาน

                เป็นประโยค “มีค่า ยิ่งนัก”ในการเตือนสำนึกต่ำของคนมีตำแหน่งสูงเป็น “นายก(ขา) ” ด่าประเทศไทยด้วยความคิดเร่อร่าของตัวเอง แต่ให้ “กุลีผูกหูกระต่าย ผูกไท้ใส่สูท” ในทำเนียบไม่มีเขียนให้ ไร้ราคาไม่มากไปกว่า“หะมา” ขี้เรื้อนหลายตัวสุมหัวรับใช้เจ้านายใช้ให้เขียนทุกประโยคไม่ว่าจะดีเลวชั่วช้าเพียงไรประเทศจะเสียหาย “ไม่สน”  ขอโทษที่เพียงแต่คิดแต่ไม่อยากจะเขียน (เป็นคำพูดพึมพัมของผู้เขียน คอลัมน์นี้เอง) ไม่อยากให้ใครได้ยินเสียงบ่นว่า ระยำมาก โปรดทราบ นายก(ขา) ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร จบปริญญาโท ในอเมริกา เขียนปาฐกถาเองไม่ได้ แต่ปฎิเสธเจ้าหน้าของกระทรวงการต่างประเทศที่จะเขียน”ปาฐกถา”ให้ เป็นภาษาการทูต แต่นายก(ขา) ดื้อด้าน (แสดง ความ เสร่อ ของคนสายพันธุ์ก๊กเดียวกัน) ชอบทำตัวเว่อร์ “ไม่มีอะไรจะอวด ..แต่ชอบอวดดี”  ชอบโชว์ สมองนิ่มของตัวเองให้คนระดับบริหารของต่างประเทศ ได้ฟังกัน นายก(ขา) ล้าหลังรุ่มร่ามไม่สำรวมการพูดจา ด่าประเทศของตัว เปรียบเทียบก็ได้ น่าจะคล้าย  ลูกทรพี ด่าประจานพ่อแม่ของตัวเอง มีความจริงน้อย แต่โกหกมาก ประมาณนั้น

                ขอตัดออกด้วนๆ ถึงการให้สัมภาษณ์ไม่เอาไหนของ ผบ.ท.บ....เหมือนอะไรนะ คงจะเหมือนสิงห์โตอยู่ในกรง สิงห์โตตัวนี้เห่าได้..ได้แต่เห่าแต่ไม่กัด เป็นแค่คล้ายๆ สิงห์โตเท่านั้น  หรือว่ากลัวหัวหน้าโจร อยู่ที่ดูไบ จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง...คอยแบมือรับ“บุญหล่นทับ” ดีกว่า

                น่าถูกเขี่ยให้ไปไกลๆ โทษฐานไม่ใช่ขุนพลนักรบตัวจริงเป็นแค่”ขุนพลอยพยัก..เท่านั้นเอง..