Get Adobe Flash player

ที่ว่ารัก..รักอะไรกันนักหนา...(ตอนจบ) โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

 

ขอแนะนำว่า ..กลับไปค้าขาย  ขาย“ลูกโป่งสวรรค์” ตามงานวัด..กันเถิดครับ..

ถึงเด็กจะไม่มาด้วย  ผู้ใหญ่จะซื้อไปฝากเด็กได้....สบายใจทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ..หรือผู้ให้กับผู้รับ

งานแนะนำให้ทำ..มีรายได้ดีทั้งปี.ไม่มีเรื่อง “เลย์ออฟ” ไม่ต้องกลัว”ตกงาน” แถมยัง ได้เที่ยวทั่วไทยอีกต่างหาก  .

 เริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองสารขันต์  ไม่เสียเวลาทำตัวอ่อนช้อยอ่อนระทวยย้วยไปก็ย้วยมา ไม่เหมือนของานทำใน“มะริกา”กับกะเหรี่ยงชน..คนกันเองนั้น ยังยากส์กว่า ที่ว่ายากส์..ยากส์นั้น เป็นประการใด เพราะกะหรี่ยงที่นี่ ยิ่งเป็น มะริกันชน เป็นคนพื้นเมืองแคลิฟอร์เนียร์เมื่อได้เป็นซิติเซ่นกันแล้วย่อมจะรู้จักใช้สิทธิใช้เสียงที่มีอยู่อย่างหวงแหน (อย่างแมวหวงก้าง)  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ประโยชน์ส่วนตนย่อมมาก่อนอยู่เสมอๆ  หวงสิทธิของตนแต่จะก้าวก่ายสิทธิผู้อื่น ใช้เล่ห์กลด้วยสันดานเอารัดเอาเปรียบคนอื่นอยู่ตลอดเวลา หรือจะถือว่า “ตัวใคร..ตัวมัน”คแบบ มะริกันเวย์  ”ย่อมจะดีเลิศประเสริฐศรี มากกว่า

กะเหรี่ยงหน้าจืดซีดเซียวไร้สง่าราศรี  (อย่างผม) คิดไม่ทันตามไม่ทัน  “มะริกันเวย์” สมองคิอดช้า ปัญญาอ่อนอีกต่างหาก  ยอมรับว่ามีความคิดผิดๆ เพี้ยนๆ..ผิดหวังกับประเทศนี้( มะริกา) อยู่บ้าง เนื่องมาจากความผิดพลาด คงจะเป็นสันดานดิบที่เคยเป็นเคยอยู่มาตั้งแต่เด็ก  ผิดหวังกับการมีชีวิตอยู่ที่นี่ (มะริกา) หาความเป็นอยู่อย่างสวยๆ สักหน่อยไม่ได้ ไม่เรียกร้องถึงขนาด ต้องเลิศหรู อยู่อย่างธรรมดาๆ อย่างผู้อย่างคนยังหาให้กับตัวเองไม่ได้ มาตัวเปล่าตามประสาผู้ออกจากประเทศของตัวเองทาอย่าง อหังการ์ น่าจะเรียกอย่างดัดจริตคิดว่าโก้หรู มาไขว่คว้าหาอนาคตที่ดีกว่า อย่างน้อยก็น่าจะเรียนจบปริญญาจากที่นี่ ทั้งควรจะความรู้ความสามารถดีจริงๆหาใช่จบปลอมๆ มีปริญญาปลอมๆ แต่อย่างไรไม่  ก็เลยกลัวว่า ถ้ากลับบ้านเมืองเราแล้ว คงจะเซ็งจัด  เห็นอะไรต่อมิอะไรกลายเป็นของปลอมไปหมดไม่ไว้ใจมางไม่วางจะใคร  จะทำใจได้ไหม ผมเป็นผู้ชายไม่เคยนิยมคิดจะใช้ของปลอมหรือนิยมของแปลกปลอมแม้จะดูดี แต่เมื่อไม่ใช่ของจริง แล้วไซร้ จะมีความหยิ่งความมั่นใจในตัวเองได้อย่างไร หรือถ้าจะทำอะไรก็ตามอย่างตลบแตลง ด้านได้อายอด ทำใจไม่ได้จริงๆ  ข่าวคราวจากเมืองสารขันต์ ปัจจุบันนี้มีแต่เรื่องพิลึกกึกกือ อะไรต่อมิอะไรเป็นเรื่องแปลก เป็นเรื่องปลอมไปเกือบทั้งหมด ฉะนั้น..มันจึงจะต้องอยู่กับความหวาดกลัว กลายเป็น  วัวสันหลังหวะ อย่างน้อยก็ต้องระแวงสายตามองมา เหมือนถูกดูถูกดูแคลนจากเพื่อนๆ หรือกับคนที่เคยคบหาสมาคมกันมาก่อน คิดว่าน่าจะผิดหวังกับอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วใน ประเทศสารขันต์ ของตัวเอง กลัวว่าจะโดนเข้ากับตัวเองอีกครั้ง คงรับไม่ได้ ยังไม่อยากจะเหมือน “หนีเสือ..ปะจรเข้” แม้จะค่อยๆ เคยถูกกระทำมาบ้างแล้วก็ตาม สรุปรวมว่าไม่น่าจะพ้นคำว่า “ตัวใคร..ตัวมัน” ขอรับ..ครับกระผม เรียนรู้สู้ชีวิตมาหลายระดับหลายขั้นหลายตอน ตั้งแต่ แบกจ๊อบแบกถาดมาแทบกระดูกสัหลังแทบจะหัก เดิน”ตูดเตี้ย”เหมือนข่าจะพับคอจะอ่อน ทั้งเจ็บๆ คันๆ แต่ก็ยัง มันส์..พ่ะ..ย่ะ..ค่ะ   ต่อจากนั้นมาสู้ทุกงานที่ขวางหน้า ว่าเข้าไปนั่น แต่ยังมีความรักอย่างลึกๆอยู่  กับสิ่งที่ผูกพันรักใคร รักกันมายืดยาว ขนาดที่ให้ความจำกัดความได้ว่า “หากโลกนี้..ขาดเธอ ฉันคงวุ่นวาย” สิ่งที่ผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้น ก็คือส้วม ส่วนใหญ่ในมะริกา..นั่นเอง

ส้วมที่นี่สะอาดสะอ้านทั่วๆ ไป  ไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหารใหญ่ๆ หรือร้านอาหารเล็กๆ บางร้านมีบริเวณส้วมกว้างขวางไม่อึดอัด  น่าจะเข้าไปงีบไปหลับตาหาความสงบจิตสงบใจ หลบจากความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวงได้ เป็นอย่างดี (แม้แต่อึกใจเดียวก็ยังดี) ไม่ต้องวุ่นวาย หรือเป็นกังวลเรื่องมีกลิ่นรบกวนประสาทอีกต่างหาก

นอกจากร้านอาหารแล้ว ยังมีส้วมชั้นดีอยู่ที่ตึกใหญ่ๆ ที่ใช้เป็นสถานที่ราชการ หรือร้านค้าใหญ่ๆ ทุกประเภท เขาเอาใจใส่ในเรื่องของส้วม เท่ากับว่า เป็นหน้าตาเป็นตา ของสถานที่เหล่านั้นจริงๆ ถ้าจะให้พูดว่า ไม่ต่างกว่าห้องรับแขกเลย ก็ว่าได้ มีความสะอาดเป็นหนึ่งอยู่แล้ว ยังออกแบบคำนึงถึงความน่าใช้อีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟ การจัดส้วมสวยงามหรือการเล่นสีจากกระเบื้องปูพื้น หรือปูทาบทาฝาผนัง สีสรรพื้นและฝาผนังให้ความเป็นกันเองกับผู้ที่มาฝากผีฝากไข้  ที่จริงมาฝากท้องฝากไส้ ไว้ให้กับส้วมที่ตรงนี้..ตรงนั้น ได้อย่างไม่ต้องรู้สึกอึดอัดใจ

ศูนย์การค้า ถ้าอยากจะให้ผู้คนเข้ามาเดินเที่ยว (ช้อปปิ้ง) ซื้อหาสินค้ากันอย่างเพลิดเพลิน จนกระเป๋าเบาได้ง่าย มีตังค์อยู่เท่าไร..ช้อปกันจนเกลี้ยง ถ้าอยากจะดึงผู้คนไปช๊อปปิ้งแล้วละก้อ.. ต้องจัดการดูแลเรื่องส้วมไว้เป็นอันดับหนึ่ง ส้วมสาธารณะในเมืองจัดว่าเป็นเรื่องสำคัญ แต่เรื่องส้วมหลายๆแห่งกลับตรงกันข้าม ค่อนข้างจะแย่หน่อย แต่ก็ไม่เลวจนเหลือรับ เมื่อถึงคราวคับขันที่จะต้องการใช้ส้วมขึ้นมาอย่างกระทันหัน จะปลอบโยนน้องรักที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในท้อง ไม่ว่าจะปลอบอย่างไรก็ไม่สนไม่ฟัง (คุณน้องกากอาหาร อยู่ในท้อง) คงจะอยากจะลื่นไหลลงไปในส้วมอย่างเดียวเท่านั้นเอง ดื้อจังเลย.

เคยใช้ส้วมสาธารณะอยู่บ่อยครั้งตามข้างทางที่จะผ่านไปถึงปลายทาง ลาส เวกัส ตามสถานที่พักผ่อน ( เรสท์ แอเรีย) มีส้วมอยู่เรียงรายเป็นระยะๆ ไม่ขาดแคลนน้ำท่า กระดาษชำระมีไว้ครบบริบูรณ์ ขออาฆาตคนที่เรี่ยราดไม่มีหูรูด ทั้งหลายทิ้งความสกปรกเลอะเทอะจำเอาไว้ ขี้แล้วโดดคือกบ ... ขี้แล้วกลบคือแมว  ขี้แล้วแจวคือหมา สำหรับคนทั่วๆ ไป กันการใช่ส้วมว่า “อยากจะอยู่อย่างคน หรือ อยากจะอยู่อย่างหมา”

ตามชายหาดชายทะเลก็เช่นกัน จากที่เคยรู้เคยเห็น ไม่ว่าจะเป็นชายหาดมาลิบู หรือ หาดซานตามอนนิก้า มีส้วมตั้งอยู่เป็นหย่อมๆ (น่าจะเพลิดเพลินดีถ้าคิดว่าเป็น สวนหย่อม (หรืออยากจะเรียกว่า ”สวนหย่อน” ก็ได้ไม่ว่ากัน)  หลายต่อหลายแห่งอาจจะขาดความสะอาด เพราะคนที่มีหน้าที่รักษาส้วม ที่จะต้องทำแข่งกับเวลามีผู้คนไปใช้กันมากมายเหลือกำลังที่รับได้ (ไล่ทำความสะอาดกันไม่ทัน)

เคยวิ่งย่องๆ บ้างกระโดดเด้งดึ๋งๆข้างซ้ายที ข้างขวาที เดินตีสีหน้ากระบิดกระบวนแล้วก็เดินเนิบนาบหนีบขา  หน้าตาเหรอข้าไปศูนย์การค้าใหญ่ที่นิวยอร์ค หงายเก๋งเด้งหน้าเด้งหลังออกมาอย่างหมดท่าสิ้นหวังเหมือนคนกำลังจะสิ้นใจ เพราะว่า คนที่จะใช้ส้วมในตึกนั้นจะต้องเป็นคนที่ทำงานอยู่ที่นั่น หรือคนที่มีธุระติดต่อเรื่องการงาน ณ ที่ตึกแห่งนั้น เพราะจะต้องไปขอกุญแจไขประตูส้วม จากสำนักงานสถานที่มาติดต่องานเท่านั้น (ไม่ค่อยจะมีใครสนใจกับเรื่องรีบด่วนอย่างนั้นนัก) หรืออีกอย่าง ต้องมีวิธีการหายตัวไปทันทีทันใดหลังจาก เรี่ยราดตกหล่นลงแถวๆนั้นนิดๆ หน่อยๆ แล้ว หรือนึกไม่ออกเพราะบอกไม่ถูกว่าจะใช้ตำราของนักท่องเที่ยวชาวจีน (ไม่รู้ว่าจากประเทศจีน สิงคโปร มาเลเซีย หรือประเทศอื่นใด ที่มีผู้อาศัยเป็นชาวจีนมากๆ)   สิ่งต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวเหล่านั้นทิ้งไว้ให้ จะได้เห็นเป็นขวัญตา รวมทั้งจะได้รู้ได้เห็นจากคำบอกเล่า รวมทั้งภาพถ่ายของนักท่องเที่ยวบางคน ที่ทิ้งกากอาหารผ่านจากการย่อยแล้วกองอยู่หน้าส้วม น่าเห็นใจใช้ส้วมที่หมายตาไว้ไม่ทันเวลาเพราะมีคนกำลังใช้ส้วมอยู่ข้างใน ยืนยันได้ชัดเจน คือที่หน้าวัดอรุณฯ และที่หน้าวัดแห่งหนึ่ง ที่เชียงใหม่ (มีผู้ถ่ายรูปเอาไว้ด้วย)

ที่พูดๆ กันว่า ห้ามน้ำไม่ให้ไหล ..ห้ามไปไม่ให้มีควัน.. หยุดแค่นั้นให้ได้เสียก่อนจึงจะค่อยห้ามไม่ให้ทิ้งของขวัญที่ไม่ต้องห่อ เป็นของขวัญจากนักท่องเที่ยว (ผลิตเอง) ทิ้งให้ไว้บ้าง ตามแหล่งท่องเที่ยว ติดหูติดตาน่าประทับใจ..ลืม..ลืมกันหมอแล้วหรือไร ตึกสูงใหญ่เรียกว่า “ศูนย์การค้า” ขนาดใหญ่ๆ ในแอลเอ. บางแห่งก็จะใช้วิธิให้กุญแจลูกค้าไปเข้าส้วมแล้วเช่นเดียวกัน 

เคยขับรถไปเที่ยว ไวโฮมมิ่ง ขากลับจากเย็ลโล่สโตน หยุดแวะเข้าส้วมข้างทาง ห่างจากตัวเมือง อยากจะเข้าไปนั่งพักในส้วมให้ผ่อนคลายหายอึดอัดท้องสักครู่ แต่ต้องเดินเด้งหันหลังกลับอีกครั้งในทันที โดยยังไม่ได้ใช้บริการแต่อย่างไร หูตาสว่างจนเลิกคิดจะเข้าไปนั่งพักผ่อน  เพื่อเป็นการผ่อนคลายระบายลมในท้องในไส้ ที่กำลังร้องครึดๆ คราดๆ เหมือนบรรเลงเพลงเสียงสูงๆ ต่ำๆ สลับกันไป กลับเงียบหายลงไปดื้อๆราวกับปลิดทิ้ง เปลี่ยนเป็นคลื่นเศียรเวียนหัวอยากจะอ๊วกแตกแทน เพราะส้วมนั้นเป็นส้วมหลุม หาดูยากส์แล้วในปัจจุบัน มองเห็น “ก้อนทอง”สีหม่นๆ เหมือนกับคนหน้าตาหมองคล้ำ หลายๆ ก้อนกอดก่ายสลับสีตัดกันอย่างมีศิลป กอดกันกลมเป็นหย่อมๆ อยู่ในถังมืไว้ให้เห็นถนัดตาแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน คนที่ร่วมกันทำวิจิตรศิลปเหล่านั้น คงจะต้องใช้ศิลปินหลายๆ คนช่วยกันทำงานให้เป็นงานศิลปะหาดูยากส์ คนโชคดีถึงจะได้ เห็น งานศิลปเหล่านั้นจะถูกทับซับซ้อนแล้วละลายไป ถึงจะมีงานชิ้นใหม่ก็คงจะไม่น่าดูชมเหมือนชิ้นเก่า ..สลับกันเก่าไปใหม่มา จากงานศิลปแต่ละชิ้นเข้าถึงอารมณ์อย่างยั่วยวนชวนอ๊วกเป็นยิ่งนัก 

เป็นครั้งเดียวในมะริกา ที่เห็น”ส้วมหลุม” ตั้งเด่นเป็นสง่าท้าทายสายตาอยู่ริมทางสัญจร ฟรีเวย์ข้างทางตามปั๊มนำมันริมทาง เป็นแหล่งใหญ่มีผู้คนผ่านไปผ่านมา ผลักันเข้าส้วมค่อนข้างหนาแน่น  ปั๊มน้ำมันในเขตผู้คนพลุกพล่านกลางใจเมือง แอล.เอ. เริ่มใช้วิธี “ล๊อกกุญแจประตูส้วมไว้ จะใช้ได้สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการเท่านั้น แต่ยังมีอยู่อีกมากมายหลายแห่ง ใชัวิธีหยอดเหรียญเพื่อเปิดประตูส้วมสำหรับผู้ที่เขามาเติมน้ำมัน จะต้องหยอดเหรียญเพื่อใช้ส้วม ส่วนใหญ่ทั่วๆ ไปแล้ว ราคาค่าใช้ส้วม สองสลึงมะริกัน เป็นมาตรฐาน ถ้าต้องการจะใช้ส้วมอย่างฉุกเฉินทันทีทันใด  ปั้มน้ำมัน ควรจะค่าบริการเพิ่มบ้างนิดๆ หน่อยๆ น่าจะดี เพราะจะได้นำเงินรายได้ไปใช้ในเรื่องการรักษาความสะอาดส้วม  ค่ากระดาษชำระ ค่าสบู่ทำความสะอาดล้างมือก่อนจะปาดเหงื่อล้างหน้า  หรือน่าจะคิดว่า เป็นค่าจ้างต้องขัดถูทำความสะอาดล้างส้วม  พร้อมด้วยยาดับกลิ่น  ให้บริการลูกค้ามาใช้ส้วม เจ้าของสถานที่ที่เปิดส้วมลูกค้าหยอดเหรียญมิเตอร์ ได้รับความนิยมขยับขยาย ไปถึงร้านซักผ้า ร้านขายแฮมเบอร์เก้อร์อีกมากแห่ง ถึงกระนั้นก็ยังเห็นว่าเป็นเรื่องดี จะได้ช่วยกันเป็นค่ารักษาความสะอาด ในการบริการใช้ส้วม 

มีร้านขายแฮมเบอร์เก้อร์แห่งหนึ่งบนถนนซันเซ็ท ช่วงระหว่างถนนเวสเทิร์นกับโฮบาร์ด  ถ้าลูกค้าต้องการใช้บริการส้วม  ก็ต้องหยอดเหรียญมิเตอร์เข้าไป ส่วนใหญ่แล้ว      การใช้ส้วมสาธารณะไม่มีระยะเวลาว่าจะต้องนานเท่าไร เสร็จกิจแล้วก็ออกมาไม่ค่อยจะมีใครอ้อยอิ่งอยู่นาน เพราะเห็นใจรายที่ต่อแถวอยู่ ต่างก็จะกระสับกระส่าย  เฝ้ารอ เพื่อจะขอใช้ส้วมบ้าง 

มีอยู่วันหนึ่ง  กลับจากเตร็จเตร่ยามราตรี ค่อนข้างจะดึก ขับรถผ่านร้านแฮมเบอร์เก้อร์แห่งนั้น หิวขึ้นมา เลยเลี้ยวรถเข้าไปจอดไว้ข้างร้าน เดินผ่านส้วมข้างๆ ด้านหลังร้านติดกับครัวเห็นมีผู้คนเข้าแถวเข้าส้วม ยืนต่อกันอยู่สองสามคน คิดว่า คิดว่าแถวไม่ ยาววมากนักควรจะไปเข้าแถวเข้าส้วมก่อนดีกว่า รอคนข้างหน้าคนสองสามคนคงจะไม่นานนัก ก่อนที่จะไปซื้อแฮมเบอร์เก้อร์กิน เดินไปต่อแถวเพื่อใช้ส้วม ถามคนยืนอยู่ข้างหน้าว่า บริการค่าใช้ส้วมราคาเท่าไร หนุ่มใหญ่มะริกัน ตอบว่าสามสิบดอลล่าร์ ผมยิ้มแล้วพูดต่อไปว่า “อย่าล้อเล่นน่า”  หนุ่มใหญ่คนเดียวกันนั้นตอบว่า สามสิบดอลล่าร์ น่ะพูดจริง..ทำจริง ไม่ได้พูดเล่น บังเอิญพอดีเห็นผู้ชายค่อนข้างสูงอายุเดินโซเซออกจากห้องส้วมมา หน้าตาท่าทางเหนื่อย หอบแฮกๆ  คงจะนั่งอยู่บนส้วมนาน (อาจจะท้องอึด) แต่อีกแค่อึดใจเดียว ก็มีหญิงสาวเดินตามออกมา ยืนอยู่ข้างๆ ส้วม ทำท่าจะกลับไปเข้าส้วมอีกครั้ง โดยไม่ยืนต่อคิวเป็นคนที่จะใช้ส้วมเป็นคนต่อไป แต่เดินเข้าไปใช้ส้วมเกือบจะเป็นเวลาเดียว กับหนุ่มใหญ่ที่ผลุบหายเข้าไปก่อนหน้านั้น แต่ยังแง้มๆประตูส้วมค้างเอาไว้ ไม่ปิดล๊อค แง้มประตูไว้ พอจะเข้าใจได้  ผมเลยต้องเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่า การใช้ส้วมที่มีค่าเปิดห้อง(ส้วม) ราคาแพงบรรลัยไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน ตั้งราคาค่าใช้บริการเข้าส้วมไว้ถึงสามสิบดอลล่าร์ ไม่น่าจะเป็นเรื่องล้อเล่นเสียแล้ว ทั้งยังเห็นมีชายหนุ่มหน้าตาระรื่นยืน “จ่อคิว” เพื่อใช้ส้วมเป็นคนต่อไปอีกสองคน สังเกตุเห็นคนที่กำลังจ้องจะใช้ส้วมเป็นคนต่อไป มองไปยังประตูส้วมที่แง้มๆ อยู่ ปิดไม่สนิทดี เหมือนกับที่เคยเห็นมาครั้งแรก อีกอึดใจเดียวเห็นผู้หญิงคนที่เดินออกมาจากส้วมมาก่อนหน้านั้น ผลุบหายไปเข้าในส้วมอีกครั้ง

สามสิบดอลล่าร์ เป็นราคาค่าใช้ส้วมแพงอย่างน่าใจหาย อยากจะรู้ต่อไปอีกว่า บริการค่าใช้ส้วมแพงขนาดนั้น จะดีขนาดไหน แต่ไม่ได้รู้ ไม่ได้เห็นยังคาใจอยู่  แต่ยังไม่สิ้นสงสัยเพราะสตังค์ในกระเป๋าอยู่แค่สองสามดอลล่าร์ มีไม่พอกับ ราคาค่าใช้ส้วมแห่งนั้นแพงจริงๆ 

คาดว่าน่าจะวิจิตรพิศดารประทับใจผู้ใช้บริการยินยอมควักกระเป๋า จ่ายค่าบริการาใช้ส้วม จะเลิศเลออย่างไร อยากจะรู้อยากจะเห็นจากสายตาตนเองสักครั้ง...

ทั้งอยากจะถามา ทั้งผู้หญิงผู้ชายเที่เพิ่งเดินตามกันออกมาจากห้องส้วม เวลานั้น

อยากจะถามว่า ยุ่งยากขลุกขลักมากไหม.. ที่ต้องใช้ส้วมเวลาเดียวกัน พร้อมๆ กันสอคน..