Get Adobe Flash player

เรื่อง มะริกาอยู่ยากส์..... .โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

 

คนที่ขอวีซ่านักเรียนมามะริกาไม่ได้ มาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว  ขอวีซ่านักเรียนมาน่าจะได้อายุวีซ่านานกว่าวีซ่านักเรียนอย่างไรหรือไม่ ไม่รู้  ต่างวาดหวังเอาไว้ว่าจะมีความสุขสนุกสบายเหมือนในหนังฮอลลิวู้ด จะเอาอย่างนั้นก็ย่อมได้ ถ้าเกิดมาโชคดี มีเงินทองเหลือเฟือ..ใช้เงินทองของพ่อแม่เก็บหอมออมริบเอาไว้สำหรับคุณลูกๆ มาถลุงเล่นในมะริกา ไม่ต้องมาแบกจ๊อบ เรียกว่ามาด้วย “มีมาดชั้นดี” ก็จะเรียนไป เล่นไป เที่ยวไปไม่ต้องห่วงใยเรื่อง “สตังค์ไม่มีหรือมีไม่พอ” ต่ออายุการเรียนหรือการจะอยู่ยาวต่อไปได้ ส่วนใหญ่แล้วจะแบกจ๊อบกันไว้ก่อนดีกว่า เผื่อว่าถ้าแย่แล้วจะแก้ไม่ทัน  พอบรรเทาทุกข์ ร้องเพลงรอ (เงินที่ทางบ้านส่งมาช้า) หรือยิ่งกว่านั้นคือส่งมาไม่พอกับค่าใช้จ่าย มันก็จำเป็นอยู่ว่าจะต้องหางานทำ ไม่ว่าจะแบกถาด หรือทำงาน”จับกัง” ในโรงงาน งานที่กล่าวมาส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายที่พูดถึง ส่วนผู้หญิง ก็ไม่เคยไต่ถามว่า ใครจะทำงานอะไร หรือไม่ (ไม่รู้และไม่จำเป็นต้องถาม) ต่างคนต่างก็ต้องหาหนทางเอาตัวรอดด้วยกันทั้งนั้น

          พูดกันถึงเรื่อง “แบกถาด” เป็นเรื่องบาดใจ ไม่อยากบอกใครๆ ก็เพราะใครๆ ก็ไม่อยากให้ใครพูดถึง(นอกจากพวก อยากดัง..ทำไมถึงอยากดัง) ก็ต้องยกให้ตัวเองเป็นตัวอย่าง (ด้วยความจำเป็นจริงๆ )เป็นพระเอกในเรื่องที่ใครๆ ไม่อยากจะเป็น ไม่อยากจะให้ใครพูดถึงตัวเองเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องน่าอายแต่ถือกันว่า ควรจะเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ควรจะไปเข้ารูหู ไอ้เกร์ ที่ชอบสนใจอยากจะรู้ว่า ใครมาวีซ่านักเรียนแล้ว “แบกจ๊อบ” กันมั่ง..บางคนเห็นเพื่อนแบกจ๊อบอยู่ จนหัวฟูหลังงอ ทนดูความลำบากของเพื่อนไม่ได้ ก็ไปบอก “ไอ้เกร์” จับตัวส่งกลับบ้านด้วยความปรารถนาดี (แต่ประสงค์ร้าย) กลายเป็นยังงั้นไป..ซะละมาก สำหรับ(ผม)คนไม่เอาไหน “รูปไม่หล่อพ่อไม่รวย” หน้าแหลมเป็น “ปลาจวด” อีกต่างหากไม่มีใครอยากจะเอาเรื่องเอาราว เพราะดันไม่ชอบคุยโม้โอ้อวด (เพราะไม่มีอะไรจะต้องคุยโม้ ไม่มีอะไรจะต้องโอ้อวด) ไม่เคยอวดร่ำอวดรวยเพราะไม่เคยรวย เพียงแต่เคยมีมั่ง (น้อยมาก) ไม่มีมั่ง (อย่างแรงอยู่บ่อยๆ) ตลอดมา เจียมตัวเจียมตน(จนกรอบเป็นกระเทียมเจียว) อยู่เสมอ ไม่เคยทำท่าวาง กล้ามโตกับกะเหรี่ยงคนไหนก็ตามไม่ว่าจะเป็นคนหน้ายักษ์ หรือหน้าเด็ก เพราะรู้ตัวเองว่า “โม้” ไม่ขึ้น(พูดโกหกไม่เนียน) เพราะความจริงเป็นคนแขนขาลีบแรงน้อยบอบบางไม่ใช่คนมีกล้ามจะได้“วางท่าว่าข้าแน่” หรืออยากจะให้ใครๆ เรียกว่าเป็น“ผู้ขว้างขวาง” ในสังคมกะเหรี่ยง ทำหน้าตาเหมือนยักษ์กินคน (ไม่เป็ลล์)ใครเห็นก็ไม่กล้าสบตา(กลัวโดนกัด) บางคนน่ากลัวยิ่งกว่าหมาดุ เลยต้องตัดความรำคาญใจ รักษากายไม่ให้บอบช้ำ(จากกระบองยักษ์)ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ไม่อยากจะคบหาสมาคมด้วย..น่ะดีแล้ว

อย่างที่บอกว่า ไม่กล้ายกตัวอย่างถึงคนอื่นๆ เขา เอาเป็นว่า“ตัวเราเอง..เอาตัวให้รอดเสียก่อน” ดีกว่าที่จะสอดส่ายสายตาไปรับรู้เรื่องเหล่านั้น(ในวงการบู๊ลิ้ม) อย่าเสือกสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่นคนผอมกะหร่องหยองกรอดตูดปอดอย่างเรา(น่าจะหลบไปเอาดีทางอื่น) ควรจะเจียมเนื้อเจียมตัว “เอาตัวรอด” ก็ยังลำบากลำบนไม่รู้ว่าจะอยู่รอดได้หรือเปล่าสมควรที่จะออกห่างจาก  “พวกกะเหรี่ยงพันธุ์ดุ” ปล่อยให้ “เหล่าพวกเขา(ผู้มากบารมี)ว่ากันไปตามทางของเขา.. ตัวเองนั้น(หน้าตั้ง) ตั้งหน้าตั้งตาเรียนไว้ก่อน แต่ว่าจะเรียนอย่างเดียวนั้น บอกตรงๆ ว่า “มันไม่ไหว..หรอกนาย” จะต้องแบกจ๊อบไปด้วย เพราะมีความคิดไม่เข้าท่ามาก่อนว่า “ตัวเองนั้นไม่ถึงกับซวย” นักที่ไม่ได้เกิดมาเป็นลูกคนรวย เรียกว่า เป็น “ลูกบังเกิดเกล้าของพ่อแม่”จึงเห็นด้วยเอาด้วยกับกะเหรี่ยงรุ่นพี่ที่ชำนาญรู้เรื่องทางหนีทีไล่กับเรื่องเหล่านั้นดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องแบกจ๊อบ ตามอย่างกะเหรี่ยงส่วนใหญ่พูดถึงเรื่องแบกจ๊อบแล้ว “หนาว” ต้องบรรเทาด้วยการ รีบยกมือทั้งสองข้างอย่างไม่รีรอ ชูขึ้นไปเหนือหัว แสดงว่าเห็นด้วย อย่างเอาจริงเอาจัง อันจริงน่าจะพูดว่า “เอาจริง” อย่างเดียวก็น่าจะพอรู้เรื่องกันแล้ว  ไม่เห็นว่าจะต้องพูดต่อว่า “เอาจัง” อีกอย่างหนึ่งด้วยแต่อย่างไรไม่(เรื่องเอาจังเก็บไว้พูดกันทีหลัง)  เอาจริงเห็นด้วยอย่างไม่มีข้อกังขาหรือข้อกังแขน(ข้อกังขาพอเข้าใจ แต่ข้อกังแขน แปลว่าอะไร  ไม่รู้ไม่เข้าใจจริงๆ) แต่อย่างไรก็ตาม  แม้จะคิดคัดค้าน สักนิดสักหน่อยก็ไม่เอา (ไหนว่าเป็นคนเอาจัง) แม้ว่าตัวเองจะมามะริกาด้วยวีซ่านักเรียน มาเรียนภาษา อังกฤษแล้วเลือกเรียน ”มหาลัย” ทีหลังก่อนวีซ่าหมดอายุ (หมายความตัวเรา อาจจะต้องเดี้ยงไม่ด้วยกันกับวีซ่าหมายความว่าจะซ่าส์ไม่ออกอีกต่อไป) ก่อนหน้านั้นเรียนภาษาประกิตมาแล้ว หนึ่งพรรษา (ภาษานี้มีอยู่ตามวัด) จึงไม่ค่อยจะรู้เรื่องภาษาอังกฤษมากนัก อย่างไรก็ตาม ด้วยความรอบคอบ(เพราะปอดแหกมาก่อนล่วงหน้า)กลัวโดนรวบตรวจตราดูในหนังสือเดินทางแล้ว ไม่เห็นว่า จะมีข้อห้ามไม่ให้ทำงานเขียนไว้ตรงไหน(หรือพออ่านออกแต่ไม่เข้าใจถ่องแท้ ไม่แน่ใจ)แต่ควรจะหางานทำเอาไว้ก่อน เรื่องอื่นๆ ค่อยแก้กันทีหลัง ไปเรียนภาษาอังกฤษตอนเย็นๆ แค่ไม่กี่ชั่วโมงมีเวลาว่างทั้งวัน หางานทำมั่งดีกว่าเก็บเงินที่มีติดตัวมาน้อยนิดเอาไว้ต่อลมหายใจออกไปอีกหน่อยก่อน

          เรื่องการหางานทำ ถ้ามีงานก็มีเงินอบอุ่นใจ มีดอลล่าร์อยู่ในกระเป๋า ไม่ว่าที่ไหนๆ ในมะริกา ก็เหมือนเป็นใบเบิกทางไปไหนมาไหนได้สะดวก เรื่องงานหายากส์ เป็นปัญหา แต่ว่ากระสันต์เรื่องนั้นมากกว่าเรื่องอื่นใด แม้ว่าจะแบกถาด หรือเป็นจับกังทำงานในโรงงาน ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายต้องอาศัย  “นกต่อ(ไม่จำเป็นจะต้องเป็นนกเขา เท่านั้น)ขอร้องเพื่อนๆ ที่รู้จักกัน ช่วยผลักช่วยดึงช่วยดัน ไปทำงานด้วยกับเพื่อนที่ทำงานนั้นๆ อยู่ก่อนแล้วถ้าได้งาน ก็ได้เงิน (ไม่ต้องรอจากทางบ้านนานนัก) อีกอย่างหนึ่งคือ ใครๆก็จะเห็นว่าเป็นคนเอาไหน เหมือนกะเหรี่ยง รุ่นพี่หรือรุ่นเดียวกัน ที่ขยันขันแข็งทำงานไปเรียนไป (ว่าเข้าไปนั่น)

          กะเหรี่ยงชนส่วนส่วนใหญ่ในแอล.เอ.  มาด้วยวีซ่านักเรียน มีเงินติดกระเป๋ามาคนละนิดคนละน้อยหน่อยเดียว ถ้าจะใช้เงินที่ติดตัวมาอย่าง “ส่ำส่อน” ก็คงจะอยู่ต่อไปได้ไม่กี่น้ำ(เงินทองมันงอกออกมาเองได้หรือ..ก็เปล่า ถ้าต้องอยู่เป็นปีๆ ใช้แต่เงินทางบ้านส่งมาลูกเดียว เดี๋ยวก็รู้ซึก ถ้าร่ำรวยจริงเชิญเดินไปตามทางที่โปรยไว้ด้วยกระดาษเงินกระดาษทองก็แล้วกันเป็นว่า ขออวยพรให้โชคดีตลอดไป นาทีนี้เป็นโชคดีของคุณๆ อยู่แล้ว เรียกว่าขุดบ่อรอเงินทุ่มเข้ามาถม ชนิดถมเท่าไรไม่รู้จักเต็ม ว่ากันให้เต็มที่กันไปเลยใช้จ่ายชนิดที่ว่า ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ให้สมกับเป็น “ลูกบังเกิดเกล้า” กันแล้ว ทั้งนั้นสำหรับเรื่อง “มะริเกิร์ล” ที่ไหว้วานกันมาเป็นครูสอนพูดภาษาอังกฤษ” ฟุต ฟิต ฟอ ไฟ(สอนให้ขนาดต้องใช้ลิ้นพันกันเพื่อจะได้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงมะริกันได้ชัดเจน)ทั้งทำหน้าใหญ่ใจกว้างจ่ายให้ไม่อั้นอีกต่างหาก

 นอกจากมือเติบจ่ายไม่อั้นกับ มะริเกิร์ล แล้ว แต่ยังมีเรื่อง“การเล่นกีฬาพระราชา” ที่สนามม้าฮอลลีวูด เห็นกะเหรี่ยงเข้าไปเรียน ไปเล่นกีฬาชนิดนั้นกันตรึม   พูดได้ว่า จะนั่งมุมไหนในสนามม้า มัก จะได้ยินเสียง ปรึกษาหารือ (เป็นภาษากะเหรี่ยง)ว่า จะแทงตัวไหนดี   คนที่เคยตะโกนเชียร์ม้าที่ตัวเองพนันไว้ หลายๆ กลุ่มหลายๆคนมักพากันนั่งหน้าหงอย..หน้างอ  เคยได้ยินเสียงดังสนั่นลั่นสนามอยู่ไม่กี่เที่ยวเท่านั้นเองพวกท่านๆ ทั้งหลายใบ้แด็กส์ไปตามๆ กัน นั่ง”กัดเเล็บ” เล่นกันซะแล้ว ท่านผู้ใจดีผู้“รักสัตว์” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รักม้า ยอมควักเงินหมดกระเป๋า เงินที่มีติดตัวมา(ไม่ว่าจะมากหรือน้อย)ฏ“ซื้อหญ้าให้ม้ากิน” ไปหมดแล้ว (หมดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ)ที่เหลืออยู่ก็ที่ “หน้าตา” เหลือกันอยู่ คนละแค่สองนิ้วเท่านั้น

ส่วนใหญ่กะเหรี่ยงที่มาอยู่กันที่นี่ ทั้งที่ตั้งใจเรียนหรือไม่ตั้งใจเรียนก็ตาม ส่วนใหญ่มีรถยนต์ของตนเองขับ อยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเรื่องจะหาที่พักผ่อนหย่อนใจได้ไม่ยากสส์ ลาส เวกัสเป็นสถานที่ไปเล่นการพนัน เรียกว่า ” เสี่ยงโชค” ดีกว่า คนที่มามะริกา ไม่ว่าจะมาด้วยวีซ่าอะไรก็ตาม การเข้าเมือง ลาส เวกัส (รัฐเนวาด้า)  ที่นั่น ไม่สนไม่ว่าวีซ่าจะขาดอายุ มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่สำคัญ “ลาส เวกัส”เวลคัมยินดีต้อนรับทุกๆ คนที่มีเงินเข้ามาในอาณาเขต “การพนันที่ยิ่งใหญ่ในโลก”  ยิ่งเป็นวีซ่านักเรียน (ไก่อ่อน )นักศึกษา(หน้าแก่) นักท่องเที่ยว พ่อค้า ข้าราชการ(ลืมคนเคยตัว จะไปไหนมาไหน ก็ต้องให้ถึงที่นั่น) มาดูงานก็ได้งานทำฝึกงานได้ อย่างสมใจนึกที่ ลาส เวกัส นอกจากจะมีเรื่อง การพนัน ทุกชนิดให้เลือกเล่นกันแล้วเมืองนั้นยังใจกว้าง เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถ “เป็นลูกเขย มะริกันชน” ได้ทุกคนไป ถึง ลาส เวกัสชนิดเจ๋งจริงๆ  เรียกได้ว่า ทุกคนมีสิทธิ์ มาถึง มะริกา   ได้ทุกคนเสมอภาคเท่าเทียมกันดีมิใช่หรือ  ไป ลาส เวกัส แห่งเดียวเหมือนกับเที่ยว “มะริกา” ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

            ไปเที่ยว ลาส เวกัส เที่ยวได้สนุกโดยไม่ต้องพูดภาษาอังกฤษ ก็สนุกได้ เพราะที่นั่นมี “แท็กซี่” คนไทยเป็นทั้ง “สารถี” (ขับรถแท็กซี่บริการ เป็นทั้ง “ไกด์” นำเที่ยว ทุกสถานที่ที่ต้องการไปดูปชม หรือจะต้องการจะ “ไปไหนๆ ” (ย่อมไปกันได้ทุกแห่งใน ลาส เวกัสเรียกว่า น่าจะได้อย่างสมใจนึกทุกอย่าง ทั้ง กีฬา นารี (อะโกโก้ นู้ดโชว์) พาชี กีฬาบัตร (อะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย)ไม่ต้องหาไก้ด์นำเที่ยว ใช้บริการแท็กซี่อย่างเดียวก็ไปไหน..ไหน..ได้ทั่วถึง (ที่นั่น คนขับรถแท็กซี่มีคนจากหลายชาติ หลายประเทศ สำหรับคนไทยจะ เป็นนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยขับรถแท็กซี่หารายได้พิเศษ นักท่องเที่ยวคนไทย ไว้วางใจได้อีกต่างหาก  หรืออีกส่วนหนึ่ง ที่เรียนจบแล้ว ต้องการทำงานงานเก็บเงินสำรองไว้ ซื้อบ้านสักหลัง ซื้อรถยนต์ (รุ่นใหม่ๆ) ไว้ใช้สักคัน (ในเมืองไทย)ถ้าอยู่เมืองไทยยังหางานที่ถูกใจทำไม่ได้ หรืออึดอัดใจในเรื่องความระส่ำระสายของบ้านเมือง อึดอัดใจ ก็จะกลับมากันใหม่อีก ..มาเริ่มต้น ที่ลาส เวกัส ก็ยังได้ ไม่มีอะไรยาก สำหรับ “ศิษย์ก่า” มะริกาทุกคน