Get Adobe Flash player

เรื่องไม่ธรรมดา..อุ้มฆ่าเอกยุทธ.. โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

การอุ้มฆ่า  เอกยุทธ อัญชัญบุตร เมื่อไม่มี่วันที่ผ่านมา เป็นเรื่อง “ไม่ธรรมดา” อย่างแน่นอน ทางฝ่ายรัฐบาลโดย เฉลิม อยู่บำรุง แถลงว่า จับตัวผู้ อุ้มปล้นฆ่า ได้แล้ว โดยชี้ว่า เป็นเรื่องของการปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์ ธรรมดา แต่เรื่องของเรื่องไม่ธรรมดา น่าจะต้องติดตามค้นหาความจริงกันต่อไป จากการประมวลเรื่องที่น่าจะเป็นการปุจฉา วิปัสนา กับผู้อ่านติดตาม เป็นอันดับต่อไปด้วย   ขอโทษด้วยว่า ไม่สามารถจะทำใจเรียกยศตำรวจนำหน้า กับ เฉลิม อยู่บำรุง ว่าเคยเป็นนาย ร้อยตำรวจเอก โดยไม่กระดากปากนั้นยากยิ่ง เป็นความรู้สึกของผู้เขียนคนเดียว ใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยไม่ว่ากัน เป็นสิทธิความคิดเห็นส่วนตัวของแต่ละคน  แม้ว่าโดยทั่วๆ ไปแล้ว ยศตำรวจตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไปเป็น “ยศสัญญาบัตร” น่ายกย่อง แต่ยศฐาบรรดาศักดิ์ ไม่สามารถจะเป็นเครื่องหมายค้ำประกันว่า ใครเป็นคนดี หรือเป็น  ผู้ประพฤติชั่ว  ได้ในสายตาของคนทั่วๆ ไปคนยี่ห้อ “ฉลาม”นี้ กลายเป็นคนมี  “กลิ่น” ไม่สู้จะสะอาดนัก ตั้งแต่เป็นนายสิบเอกทหารยศประทวน ก่อนที่จะโอนมาเป็นตำรวจ

                 การลาออกจาก อาชีพรับราชการตำรวจจะด้วยความสมัครใจหรือไม่ก็ตาม มาเล่นการเมือง ของ เฉลิม อยู่บำรุง เข้าใจว่า เป็นผู้กว้างขวางนักเลงการพนันคนหนึ่ง แถว บางบอน แถบบางขุนเทียน ฝั่งธนบุรี  ณ ปัจจุบัน เป็นถึงรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นนอมินี่ของ ทักษิณ ชินวัตร แม้จะเคยเป็นนายกรัฐมนตรี มียศถึง พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร แต่ปัจจุบัน แค่เป็นนักโทษหนีคำพิพากษา (ติดคุก) ของศาล  เมื่อต้องคดีเป็นนักโทษไม่ยอมรับคำพิพากษาแล้วยังกลับ “หนีคดี”  ก็น่าจะถอดยศ ที่มีเกียรติของกรมตำรวจไทยออกไปเสียก่อน ให้เป็นเยี่ยงอย่างอันดีงามของผู้ที่เคยมียศทางตำรวจหรือทหารทั้งในอดีตหรือปัจจุบัน  ผู้ที่ถูกตัดสินจำคุกแล้วหนีคดี ควรจะใช้คำนำหน้าชื่อว่า นักโทษชาย ทักษิณ ชินวัตร   แทนยศ พันตำรวจโท ไปได้แล้ว

                เป็นเรื่องเคลือบแคลงแสลงใจว่า เมื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ทำไมถึงไม่ดำเนินเรื่องถอดยศ นายตำรวจสัญญาบัตรของ ทักษิณ ชินวัตร  ก่อนอื่น ไม่เห็นเลยหรือว่า ยศฐาบรรดาศักดิ์ ตำรวจหรือ ทหาร บางคนหาสมควรได้รับการยกย่องแต่อย่างไรไม่ ตัวอย่างของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร หรือ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง  หรือถ้าเป็นนักการเมืองแล้ว ไม่ว่าจะทำชั่วช้าสามานย์เพียงใด ก็ต้องมีข้อยกเว้นให้ ไม่มีการชักเข้าชักออก ถอดยศไม่ได้  เพราะเหตุนั้นหรือ ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ใช้คำนำหน้าว่า ร้อยตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  เมื่อลาออกจากราชการทหารแล้ว ไม่อ้างไม่อิง ยศขั้นสัญาบัตร ว่าเคยเป็นตำรวจหรือทหารในการทำงานอื่นๆ

                รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เห็นดีเห็นงามไปกับ ทักษิณ ชินวัตร ผู้พี่ ที่แต่งตั้ง เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรองนายกรัฐมนตรี เหมือนคำพังเพยโบราณว่าใช้ “เกลือจิ้มเกลือ”เพราะต้องเอาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ วงการอบายมุกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นบ่อนการพนัน การค้ายาเสพติด ค้าอาวุธสงคราม  เพื่อให้ผู้รู้เช่นเห็นชาติรู้ทางกัน เหมือนไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่  ย่อมจะรู้ “ลู่ทาง” กันดี เพราะ เฉลิม อยู่บำรุง เคยเป็นตำรวจ รู้ว่าเส้นทางการเงินของผู้อยู่ในวงการเหล่านั้นจะวิ่งไปทางไหน (คนละเรื่องกับรู้ว่าจะดักหน้าดักหลัง ให้วิ่งไปทางไหน..ได้อย่างไร) เช่นเดียวกับกับอดีตตำรวจ ทักษิณ ชินวัตร รู้ว่า ขุมทรัพย์ มหาสมบัติของไทย ไม่ว่าจะอยู่ บนอากาศ บนดิน หรือใต้ดิน มีอยู่ที่ไหนบ้าง ตัวอย่าง บนอากาศมีเรื่องการโทรสาร เช่น ดาวเทียม ใต้ทะเลมีน้ำมัน บนดินมีน้ำมันและแก๊ส ต่างๆ อดีตตำรวจอย่าง ทักษิณ ชินวัตร ย่อมรู้ดีว่ามีอยู่ที่ไหนบ้าง จึงไม่ยอม “วางมือ” ทางการเมือง เพื่อต้องการสิ่งเหล่านั้นมาเป็นสมบัติที่กระอักกระอ่วนของตัวเองและโคตรตระกูล ทำให้มีความสุขกายแต่ไม่สบายใจในภายหน้า

                ทักษิณ ชินวัตร เปรียบเสมือนเป็นคนสีเทา แต่ เฉลิม อยู่บำรุง เป็น คนสีเทาแก่กว่า (เกือบดำแต่วันนี้หน้าตาน่าจะดำสนิท ไปแล้ว) ความต้องการของ ทักษิณ ชินวัตร ในขณะนี้ ต้องการล้มศาล เมื่อรวบอำนาจ บริหาร และนิติบัญญัติ มาได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่ในมือแล้ว  เหลืออยู่แต่ อำนาจตุลาการ เป็น “เสาหลักของประเทศอยู่” ตัวอย่างรัฐบาลชุดนี้ จะล้างสมองของเด็กตั้งแต่ยังเล็กอยู่ ด้วยการตั้งโรงเรียนเสื้อแดง ของ นปช. เพราะอีกไม่นานเมื่อเด็กไทยรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมา ก็จะไม่มีความรู้สึกผูกพันกับ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  อีกต่อไป ยังไม่เห็นคนไทยในปัจจุบัน ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว จะตระหนักถึงเรื่องเหล่านั้นแต่อย่างไรไม่

                เรื่องราวข้างต้นนั้นเป็นการพูด รวมๆให้เห็นภาพใหญ่ว่า เมืองไทยในปัจจุบัน “ถ่อยเถื่อนขนาดไหน”

                การอุ้มฆ่า  เอกยุทธ อัญชัญบุตร ด้วยการทุบหัวด้วยของแข็ง (ยังไม่ตาย) บีบคอจนตายคามือ จับแก้ผ้าเหลือแต่ตัวล่อนจ้อน เป็น อุบาทว์ฆาตกรรม  นำศพเปลือยล่อนจ้อนวิ่งผ่านด่านตรวจได้ทุกด่าน ตั้งแต่กรุงเทพฯลงไปทางเส้นทางสายใต้ถึงพัทลุง เอาไปฝังที่นั่น  ทำให้เห็นว่า ผู้ที่มีหน้าที่ป้องกันรักษาความสงบสุขของบ้านเมือง (ตำรวจ) อาจจะได้รับคำสั่ง “ผ่านตลอด” เคยจับ “ผู้ร้าย”ได้แทบจะทันควันทันใด รวดเดียวจบ “น่ามหัศจรรย์” ยิ่งกว่าหนังการ์ตูน แต่ครั้งนี้ทำไม่รู้ไม่เห็น ไม่รู้ไม่ชี้  เมื่อมารู้ทีหลัง รองนายกฯ เฉลิม ลงความเห็นอย่างรวดเร็วว่า เป็นการปล้นฆ่าชิงทรัพย์ แต่ลักษณะเป็นการปล้นฆ่าล้างแค้นมากกว่า ชิงทรัพย์เป็นของแถม  “เปิดฉากจับปุ๊บ..และปิดฉากจบปั๊บ” โดยผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ (หรือผู้พิทักษ์โจร ณ เวลานั้น) อย่างรวดเร็ว โดยรองนายก เหลิม บางบอนให้สัมภาษณ์ ถึงการจับกุม มีเนื้อหาไม่น่าเชื่อ จบอย่างรวดเร็ว จากปากของรองนายกรัฐมนตรี  เฉลิม อยู่บำรุง เรียกว่า “อย่างระล่ำระลัก” ก็คงจะได้

                เรื่องแถลงจากปากร้องก๊าบๆ ของ เป็ดเฉลิม โมเมว่า ไม่มีอะไรในกอไผ่แล้วปิดคดี อย่างรวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม จากฝ่ายตำรวจ ภายใต้ความควบคุมดูแลของคนที่ได้ชื่อว่า  “มีวันนี้ เพราะพี่ให้”  น่าจะเป็นการ “ปิดปาก” ไม่ให้มีการต่อความยาวสาวความยืดว่า เอกยุทธ อัญชัญบุตร เป็นคนๆเดียวกับ “นายจอร์จ  ตัน” นักธุรกิจการเงินระดับโลก ที่มีพรรคพวกเพื่อนฝูงอยู่ในระดับ “ผู้บริหารของประเทศต่างๆ”โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางประเทศที่เป็นเพื่อนบ้านของไทย จะทำให้เเรื่องนี้ “บานไม่รู้โรย” ของฝูงชนที่ “ทักษิณ ชินวัตร” เรียกว่า “โจรกระจอก” โดยแผนการณ์ชั่วช้าต่ำทรามของผู้ดำเนินการ “อุบาทว์” ในครั้งนี้  สะเทือนถึงรัฐบาลไทยอย่างช่วยไม่ได้

                เอกยุทธ อัญชัญบุตร เป็นคน “ไหวตัวทัน” ในเรื่องต่างๆ ได้รวดเร็ว  ผ่านงานใหญ่ๆ ชนิดเป็นผู้นำคนหนึ่ง ในการปฎิวัติรัฐบาลไทย มาหลายครั้ง (แม้จะไม่เคยสำเร็จ) แต่พรรคพวกที่มีประวัติเป็น “นักปฎิวัติ” ไม่ว่าจะเป็น ทหาร ตำรวจ หรือพ่อค้านักธุรกิจการเงิน ที่มีพลังในการ “ลงขัน” เพื่อจะทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลง  เพื่อนๆระดับค่อนข้างจะดังๆ เป็น “นักปฎิวัติตัวจริง” ยังอยู่กันครบ ทั้งที่อยู่ในอำนาจและผู้ลงจากหลังเสือไปบ้างแล้ว(ลงโลงไปบ้างก็มี)

                รู้ไหม..คนที่เจ็บปวดที่ต้อง “อมเลือด” ในครั้งนี้ด้วย ก็คงจะหนีไม่พ้น ทักษิณ ชินวัตร และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คู่แฝดคนละฝา แต่เป็นคู่โคลนนิ่งกันมาเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน (ไม่ใช่พี่น้องท้องติดกัน แต่เป็นพี่น้องจากท้องแม่เดียวกัน)ต้องรีบสำรวจดูว่าเลี้ยง “หมาบ้า” เอาไว้หรือไม่ เที่ยวหนีเพ่นพ่านไปกัดผู้คนหรือเปล่า

                อาจเป็นคนนอกคอกมีความคิดต่ำๆ เคยเป็น “นักเลงกระจอก”(ขี้เมา) ตามบ่อนไพ่หรือซองกะหรี่? ทำ....เพื่อเอาใจใคร..

                กระเทือนไปถึงตัวใหญ่ ๆ นั่งบัญชาการอยู่ในที่ลับและในที่แจ้ง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อาจจะไม่รู้เรื่องเรื่องรู้ราว ต้องนั่งตาเหลือกตาถลนอ้างปากค้างไปตามๆ กัน เจ็บปวดยิ่งกว่า “ การตีหัวแล้วบีบคอ” ให้ตายอย่างทุรนทุรายทุเรศทุรัง อย่างที่ทำกับ เอกยุทธ อัญชันบุตร ถึงจะต้อง “ล้างแค้น” (แทนกัน)ให้มันป่าเถื่อนถึงขนาดนั้น

                ในวงการข่าวของผู้ที่ทำข่าวการเมืองและอาชญากรรม ตามสื่อต่างๆ รวมทั้ง “ผู้อ่านข่าว” ที่ว่าเจ๋งๆ อยู่ในประเทศไทยทุกวันนี้ จะกล้าเผยอหน้าพูดถึง “ข่าวลึก”  ที่ ไม่ใช่ “ข่าวลับ” เรื่องนี้กันบ้างไหม  ต้องติดตามข่าวกันต่อไป...

                แต่ที่แน่นอน..(หรือว่าจะนอนแน่ๆ) เห็นจะต้องตั้งใจเงี่ยหูฟัง จาก “สำนักข่าวอิสรา”

                ที่นั่นเล่นข่าวจริง..อิง “การเมือง” เชื่อถือได้ตลอดมา จำจะต้อง”หุบปาก” ทนแรงเสียดสี (ถึงขนาดจะต้องลงไม่ลงมือกันอีก) จาก ผู้มีอำนาจ..ได้หรือไม่

                กลุ่มคนลงมือทำ ทั้งๆ ที่ยังไม่มีใครเอ่ยปากสั่ง อาจจะต้องถูกเขี่ยให้ตกจากที่สูง..ลงไปในไม่ช้า ..(หาเรื่องติดคุกเองซะละมาก)

                ถ้ากรรมติดจรวจตามทันจะเจ็บอก ..ยิ่งกว่าตกต้นตาล..เป็นไหนๆ....เอวัง..ก็มีด้วยประการะฉะนี้..แล...