Get Adobe Flash player

อะไรกันนักกันหนา..ถึงปานนั้น โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

ไม่รู้ว่าทำไมทำให้หนาวใจ สลดหดหู่อยู่ทุกวี่ทุกวัน  หรือจะเป็นเพราะว่า “เฒ่าชะแร..แก่ชรา” เวลาที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้า  ก็น่าจะมองเช่นนั้นกันได้ ไม่ห่างไกลจากความจริงเท่าไรนัก

ไม่น่าจะผิดจากวาจาที่กำลังจะบอกว่า  ตัวเองทุกวันนี้ ยังยักแย้ยักยันอยู่ทุกครั้งขยับร่างกายแต่ละทีรู้สึกเนือยๆ เฉี่อยชาช้าลง ไม่ว่าจะยืนนั่งหรือเดิน ทั้งยังจะต้อง ถือไม้เท้า (ไม่มีคำว่าายอดทอง) คนละเรื่องกับ “กระบองยอดเพชร(ตัวเองมีแค่กระบวยติดตัวมาเท่านั้น)  

มีไม้เท้า.พยุงตัวไว้ไม่ให้เดินเอียงไปเอียงเป็นจังหวะสามช่า  ช่า..ช่า..ช่า..(ว่าเข้าไปนั่น)  ทุกวันนี้เวลาเดินเหินแต่ละหน แต่ละก้าว ถ้าไม่มีไม้เท้าค้ำช่วยทรงตัวไว้ ก็จะเดินปัดไปปัดมา (นึกภาพให้เห็นกันหน่อย) พยายามเก็งกล้ามเนื้อส่วนขาให้ขาแข็ง แต่ว่า แต่ละก้าวเดิน ก็กลายเป็นเดินเลียนแบบ เป็ด ทั้งที่ไม่ตั้งใจ

บางครั้ง เดินเอียงกะเท่เร่เหมือน “เมาเหล้า” โซซัดโซเซเป๋ไปข้างซ้าย. . แล้วก็ย้ายส่ายกลับไปข้างขวา เพื่อนบางคนเคยเห็นบอกว่าเวลามองไกลๆ คิดว่าคนเมา..ก็ว่ากันไปตามอย่างที่เห็น เป็นอย่างนั้นจริงๆ “อันเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป แต่ เมาใจเป็นประจำทุกค่ำตืน ถ้าไม่อยากจะเมาใจ ก็อย่าอาไปใส่บ่าแบกหามไว้  เรื่องที่จะกล่าวถึงต่อไป แม้ไม่ใช่เรื่องลามกจกเปรต แต่ยังมีเรื่องสกปรกล้วนๆ  คาค้างอยู่ในใจ คือเรื่องการบ้านการเมืองไทย..ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นอีกแล้ว ..

 ถามว่า..มีที่ไปที่มา  เคยมีความคิดวิตกกังวลใจ มีอะไรดลใจหรือ เป็นสาเหตุ ที่จะต้องมาเขียนหนังสือหนังหา  อยากจะตอบว่า  เพราะคิดมาก.. ปาก (กา) กล้า ชอบสอดรู้สอดเห็น เรียกง่ายๆ ว่าแส่ ไม่เข้าเรื่อง.. โดยเฉพาะ “ประเด็นเรื่องการเมือง” จึงมาเรื่มต้นใหม่อีกที (ที่แอล.เอ.)  

ย้อนเวลากันสักหน่อยสมัยที่ ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มีเรื่องดีๆชนิดคาบลูกคาบดอก เอามาม้าท์ต่อให้เขียนวิพากษ์วิจารณ์ได้มันส์ปากมันส์ หลายต่อหลายครั้งก็ถูก“แหกตา” กับข่าวที่ได้มาทั้งฟังทั้งอ่านดูรู้ว่าน่าจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่.. ก็ว่ากันไปตามนั้น ข่าว ทักษิณ ชินวัตร  ในวันที่เป็น นายกฯ ของประเทศไทยอยู่ มีเรื่องราวเกิดขึ้นกับตัวเขา หรือ การทำการทำงานของเขา อยู่ในสายตาประชาชน มีทั้งติทั้งชม  ทั้ง ด่ากันขรม..ทั้งยกยอปอปั้น.. ก็ว่ากันไป

วันเวลาที่ ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่  มีเรื่องน่าดูชมเด่นๆ ดังๆ ให้เม้าท์ กันไม่ขาดปาก เกี่ยวกับเรื่องการ “ทำธุรกิจ” เป็นไซด์ไลน์ ของนายกฯ เข้าข่ายไม่โปร่งใส  อย่างเช่น “ธุรกิจดาวเทียม” ถูกกล่าวหาว่าเอาอิทธิพลการเมือง เข้าไปค้ำคอคู่แข่ง และหลายอย่างที่มักจะเข้าทางให้ติฉินนินทากันไม่ว่างเว้น..ไม่เว้นแต่ละวัน 

เพราะอะไรหรือ...ก็เพราะว่า ทักษิณ ชินวัตร กลายเป็นน้ำจะเอาไปผสมกับน้ำมัน..มันย่อมจะเข้าเป็นเนื้อเดียวกันไม่ได้..

ขอความเห็นกันสักหน่อยก่อน จริงหรือ?  ประเทศไทยเป็นของประชาชนชาวไทย แน่นะ.. อย่าทำเป็นล้อเล่นไป น่าฉงน.. (ไม่เขียนคำว่า น่าฉงาย ก็คงจะเข้าใจแล้ว ไฉนการบริหารบ้านเมืองของ “คณะรัฐาล”..แทบจะทุกยุคทุกสมัย ตั้งขึ้นมา จะต้องได้รับไฟเขียวจากคณะทหาร (ไม่ทางตรงก็ทางคดๆเคี้ยวๆ ปลายทางคือ “คอร์รัปชั่น” ) ทหารเป็นเสาหลักค้ำกบาลอยู่ ถ้าทหารไม่เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีเสียเอง ก็ต้องมี ทหารระดับผู้นำกองทัพ เป็นหัวเรือใหญ่ ดันตูดดันก้น คนที่จะมาเป็นนายกฯหรือถ้าเป็นพลเรือนก็จะต้องอยู่ใต้“การบัญชา”(ของกองทัพ) จะเดินซ้ายเดินหน้าถอยหลัง ต้องฟังความเห็นชอบหรือไม่ก่อน จาก ผู้บัญชาการกองทัพทุกครั้งไป ทหารจะสั่งการใดๆ กับรัฐบาลก็ย่อมได้ดั่งใจเสมอ (ปีนี้งบประมาณสำหรับทหารมากที่สุด)  คณะรัฐบาล ผู้เข้ามาบริหารประเทศ ต้องรับฟัง“ประกาศิต”(ผู้เป็นใหญ่ในกองทัพเสียก่อน  อย่างนอบน้อมถ่อมตน..) เปรียบเทียบได้ว่าผู้นำทหารเป็น ตั้วอาเฮีย (คือ  อื้อ..จือ..เหลียง ในเรื่องเล็บครุฑ) ต่างกันอยู่นิดเดียว คือ อื้อ จือ เหลียง เป็นหัวหน้าซ่องโจร มีอำนาจไม่น่าจะต่างกับนายใหญ่ในค่ายทหาร   วาจาหรือคำสั่งของ ทหารผู้บัญการกองทัพ  พูดคำไหน..ต้องเป็นคำนั้น นายกรัฐมนตรีต้องอยู่ในโอวาททหารทุกประการ (ก่อนหน้าจะมีนายกรัฐมนตรีชื่อ ทักษิณ ชินวัตร) ถ้ายังไม่เข้าใจความหมายว่า “เหนือฟ้ายังมีฟ้า” ทหารใหญ่ ที่เรียกว่าใหญ่ เท่ากับฟ้า จะมี ฟ้าซ้อนฟ้า ทับซ้อนฟ้าอยู่อีกชั้นหนึ่งหรือไม่..ไม่รู้..จักรวาลนี้กว้างนัก  จะต้องย้ำกันอีกทีหรือไม่ว่ารู้ไหม “ไผเป็นไผ” ในแผ่นดินไทย จะได้รู้ว่ามีใครอีกไหมฃ “ยิ่งใหญ่” กว่า นายกรัฐมนตรี อีกไหม นายกฯ มีตำแหน่งก็แค่ “ครองบ้าน แต่ “ทหารครองเมือง” (เข้าใจ๋)

วันนี้..ท่านๆ ทหารใใจใหญ่ ตีนโต ที่เคารพ   บอกหน่อยได้ไหม แค้นอะไร..กันหนาถึงกับต้องตามราวีนักการเมืองตระกูล “ชินวัตร” เรียกได้ว่าตามล้างตามเช็ดน้องสาวของ (เดอะแม้ว)  คือ “หมวยปู” คล้ายๆกับว่า “เกลียดพี่..ไล่ตีน้อง”

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือ “หมวยปู” คนที่ประชาชนเลือกมาจากการเลือกตั้งเปิดโอกาสบริหารประเทศตำแหน่งนายิก( นายิกคือ) นายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิง  ถึงแม้ว่า “นายิกปู” จะมาจากเสียงประชาชนก็ตามที หาได้มีความหมายกับทหารส่วนใหญ่แต่อย่างไรไม่  ยังสงสัยว่าพูดภาษาเดียวกันหรือไม่ ทำไม..ถึงทำความเข้าใจกันไม่ได้   ทำให้ ประชาชนสับสนเรื่องการเมืองปั่นป่วนจริงๆหรือ .. (น่าจะเรียกคนบางคนที่มียศใหญ่อยู่ในเครื่องแบบ ไปปรับทัศนะคติกันบ้างดีไหม

  ประมวลเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ต้นตอ คือเรื่องทำงานหรือตัดสินใจผิดพลาดของ นายิกฯ ปู จริงมั่งไม่จริงมั่ง ถ้าจะมีอยู่บ้างเป็นเรื่องราวขอ นักการเมืองยางคน น่าจะเรียกได้ว่าเป็นพวก  ตัวเดียวอันเดียว (เหมือนปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งบ่อ เลี้ยงปลา)  เรื่อง “รับจำนำข้าว” ไม่น่าจะ มาจากความคิดความอ่านของ “หมวยปู”  แม้ว่าในภาพรวมของรัฐบาลสมัย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะมีจุดด่างดำอยู่บ้าง ก็ไม่น่าจะใหญ่โตมโหฬาร ขนาดจะต้องตีฆ้องร้องเป่ากันจนอึกทึกครึกโครมสนั่น (เกินไปหน่อย) การคอร์รัปชั่นเรื่อง “จำนำข้าว” ถ้าจะเปรียบเทียบให้ใกล้ความจริง  เรื่องของเรื่องเปรียบได้ว่าน่าจะเป็นแค่  ตีชิง วิ่งราว จากพวก “ลูกหาบ” ของหมวยปู ไม่น่าจะถึงกับต้องตั้งข้อหาหนัก เหมือน  ปล้น ฆ่า เจ้าทรัพย์ (ทั้งยังไม่ถึงกับเผาบ้านของประชาชน)  แต่ว่า“หมวยปู”จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องจำนำข้าวโดดเด่นหนักหนาสาหัสทีเดียวเชียวละ ในฐานะเป็นเจ้านายหรือผู้ปกครองของ “ลูกหาบ”  เรื่อง รับจำนำข้าว โดนเข้าไปแล้วเบาะๆ ประเดิมสั่งให้ชดใช้ค่าเสีย (แค่เด้งเดียว)หายหลายหมื่นล้าน (ยังจะมีตามมาอีกหลายเด้ง) ทั้งยังมีคดีต่อแถวเข้ามาเป็นพรวน ประดังกันเข้ามา ตามเช็ดตามล้าง(หนี้)กันไม่หมดสิ้นกันในชาตินี้. เรื่องนั้นเรื่องเดียวหรือ? ที่การเมืองถูก “กระหน่ำ “จนเละตุ้มเป๊ะ”

                ที่ตามมาติดๆ ใกล้เข้าไปนิด ชิดเข้าไปหน่อย.ยังมีเรื่องใหญ่ยิ่ง จริงๆ พร้อมอยู่แล้ว ณ วันนี้  ให้ชื่อว่า “ขี่ม้า..ชิงเมือง..” เกิดขึ้นแน่นอน...จะเป็นชนวนระเบิดความวุ่นวายในเมืองไทยให้ดังสนั่นลั่นไปทั่วโลกอย่างอึงมี่..อีกไม่นานเกินรอ

ท่านครับ..ท่านฆ่าหมูฆ่าหมา..มาก็มากแล้ว.ยังมันส์มือไม่หาย..อีกหรือ

            จะต้อง “ฆ่าหมู่” พลิกแผ่นดินกันอีกแล้วหรือไร..ใช่ไหม.”ขอรับท่าน”