Get Adobe Flash player

นางการเมืองชื่อ “ชีช้ำ” โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

                จากการติดตามการเมืองไทย ทั้งทางแหล่งข่าวส่วนตัว พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ่อยๆ  กับ “ผู้รู้เรื่องราว” ที่อยู่ในวงการสื่อฯ(ประเทศไทย) รวมทั้งเพื่อนๆที่อยู่แวดวงเกี่ยวกับเรื่อง “การบ้านการเมือง” ทั้งได้รู้ ได้เห็นจากภาพถ่ายบ้าง  ฟังจากข่าวคราวต่างๆ ทางเมืองไทยบ้าง เก็บเรื่องราวเอาไว้เป็น “ข้อมูล” ในการเขียนคอลัมน์ “คนละเรื่องเดียวกัน” คอลัมน์นี้

                 พูดถึงเรื่องข่าวที่ไม่อยากเขียนถึง “เสี่ยง” เกินไป ถ้าไม่แน่ใจ  จะเอามาขยายความต่อ ก็ไม่ค่อยจะดีนัก เพราะอาจจะกลายเป็น “ปลาหมอตายเพราะปาก” แต่ถ้าเป็นข่าวที่ควรรู้ ทำให้ผู้เสพข่าว ได้ รู้เรื่องเท็จจริง  แปลว่าเป็น เรื่องจริง หรือเรื่องจริงที่มีความเท็จเจือปนเล็กน้อย รวมทั้งเรื่องเท็จที่มีเรื่องจริงปนอยู่มาก แต่น้ำหนักไม่พอเชื่อได้สนิทใจ หรือเชื่อได้แต่อันตรายเกินกว่าจะพูดถึง เลี่ยงได้ก็เลี่ยงไป เลียบๆ เคียงๆ พอหอมปากหอมคอ น่าจะพอได้   ต้องชั่งใจให้ถ้วนถี่เสียก่อนจะเสนอต่อสาธารณชน ข่าวจากเพื่อนสนิทมิตรสื่อมวลชนฯ ที่มีอยู่ในประเทศไทย ทั้งหนังสือพิมพ์ ที.วี. วิทยุ หรือจากอินเทอร์เน็ตบางเรื่อง ทำให้ใจคอสลดหดหู่บ้างเป็นบางครั้ง มีความรู้สึกทั้งร้อนทั้งหนาวสลับกันไป เก็บความรู้สึกกับเรื่องปวดลึกเอาไว้ในใจ เพราะรู้อยู่ว่าเป็นการ “เต้าข่าว” บางครั้งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “คนกันเอง”  ที่เราไว้วางใจเป็น “ต้นเหตุ” นั่นเอง ก่อนเขียนควรจะต้องกรองข่าวให้ดีเสียก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวน่าเกลียดน่าชัง ของการเมืองไทยมีแต่เรื่องสกปรกโสมม ข่าว “เปลือยตัวตน” ของนักการเมืองบางคน ต้องระวัง แม้แต่จะเป็นเรื่องจริง ก็กลายเป็นสร้างศัตรูเพิ่มให้อย่างไม่รู้ตัว  บรมครู สุนทรภู่  เขียนไว้ว่า “จิตมนุษย์นั้นไซร้ ..ยากแท้หยั่งถึง” ยังคงเป็นสิ่งเตือนใจได้อยู่ในปัจจุบัน หาได้ล้าสมัยแต่อย่างไรไม่

                บางคนคอยหาจังหวะเข้าแทรกเป็น “ยาดำ”  (ส.เสือ ใส่เกือกทุกเรื่องไป)  “เป็นนักฉวยโอกาส” ทำว่าปรารถนาดีแต่ประสงค์ร้าย หากินฉกฉวยผลประโยชน์จากเหตุการณ์ที่น่าหวั่นไหวของบ้านเมือง บางครั้งจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน กว่าจะรู้ตัวก็ตกเป็นเครื่องมือขยาย  ข่าวเต้า ข่าวต้ม ข่าวตุ๋น  ขยายวงกว้างออกไป บางคนทำตัวเป็นพระเอก “กู (สู่)รู้ทุกเรื่อง” (เป็นพหูตูด) โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากออกปากของ  นักพูด นักปราศรัย  นักการเมือง นั่นแหละเป็นนักบิดเบือนข่าวตัวจริง น่าเป็นห่วงนักหนังสือพิมพ์เมืองไทยสมัยนี้ ถูกเงินฟาดกบาลจนความจำเสื่อมกันหมด แทบจะทุกฉบับแล้ว (โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉบับใหญ่ ๆ )

                 นักการเมืองส่วนใหญ่ตั้งวงบรรเลงเพลงชื่อ “อิบอ๋ายบรรลัยจักร”  กันทุกพรรคใครมือยาวสาวได้สาวเอา  พรรคการเมืองมากหน้าหลายพรรคไร้เข็มทิศ ที่เรียกกันว่านโยบาย ว่าจะลากจะจูงกันไปทางไหนกันแน่ เลื่อนลอยไร้อุดมการณ์  จนรู้เช่นเห็นชาติกันว่า การบริหารประเทศไทยของนักธุรกิจการเมืองยุคนี้ไม่เป็นโล้ไม่เป็นพายเสะเปะสะปะ นับวันจะอับเฉา เหี่ยวแห้งกันลงไปเรื่อยๆ   น่าจะถึง “ทางตัน”  ในอีกไม่นาน ยิ่งรัฐบาลนี้ที่เราเฝ้ามองอย่างหวาดระแวงแคลงใจกันอยู่.. ตั้งหน้าตั้งตาคิดทำอยู่อย่างเดียวคือ “กู้”  (กู้เงินน่ะ ไม่ใช่กู้ชาติบ้านเมือง)ะกู้กันอย่างถึงพริกถึงขิง เลยไปถึง ข่า ตะไคร้ ใบมะกูด ผิวมะนาว  โหระพา  ใส่กันเข้าไปให้ครบเครื่อง  กู้กันอย่าง “ไว้ลาย” ฝากชื่อฝากเสียงวงศ์ตระกูล ให้ชนรุ่นหลัง เอาเรื่องราวมาด่าเป็นว่าเล่น เห็นชัดๆ ถนัดตาคือหักค่า “นายหน้า”  ( โกแม้ว แซ่คู  พี่ใหญ่ของ “ตระกูลแซ่คู” น่าจะรู้เรื่องนี้ดีกว่าคนอื่น ) ใครวิ่งเต้นจนขาขวิด เจ้าของความคิดกู้ 2.2 แสนแสนล้าน  (แด็กส์ด่วน) เจี๊ยะค่านายหน้า   30-35%   ยังไม่ได้บวกค่า“กินตามน้ำ” อีกเท่าไร ? (ตัวเลขยังไม่ชัดเจน) กับโครงการถไฟฟ้าความเร็วสูง เงินขนาดนั้นยังทำรางรถไฟได้ไม่ครบทั้งสี่ทิศ เงินลงทุนเห็นตัวเลขแล้วขนหัวลุก 2.2 แสนล้านล้าน ไม่มีรายละเอียดชัดเจน ไม่มีแม้จะเป็นโครงร่างสร้างขึ้นมาให้เห็นรูปร่างหน้าตาว่าเป็นอย่างไร รู้อยู่อย่างเดียวจาก “ปาก” (เวลาทำปากจู๋ ดูไม่เบื่อ) ของ นางการเมือง(ชื่อนางชีช้ำ ว่าจะเอามา “ขนผัก”  (เห็นจะต้องติดตามค้นหากันว่า โคตรเง่าใครในรัฐบาลนี้ ..ปลูกผักขายบ้าง)

                 รู้ก็รู้กันอยู่ว่าหล่อนเป็น “หุ่น” ให้พี่ชายเชิด แล้วจะยังถามหา “สมอง”  (โง่หรือฉลาด) กันได้ยังไง .. รู้ไว้อย่างเดียวก่อนว่าต้องการรีบเร่งตัวเป็นเกลียว “หัวฟู” หาแหล่งเงินกู้  (ก็แน่แหงแก๋อยู่แล้วอย่างน้อยก็มีแหล่งเงินกู้ข้ามชาติถึงสองแห่ง ) ให้เลือกอยู่ แน่นอนว่า จะต้อง จับประเทศไทยไว้เป็นตัวประกัน  จำนวนเงินมากมาย  2.2  แสนล้านล้าน  นางแม่ยกฯ น้องหญิง มายาห้าร้อยเล่มเกวียน จะทำสถิติว่ารวยสูสีเท่ากับพี่ชาย  ไม่คำนึงถึงคนไทยทั้งประเทศจะตกเป็น “ลูกหนี้” หัวโต หาใช่ว่ารัฐบาลชุดนี้จะต้องรับผิดชอบแบกหนี้ไว้แต่อย่างไรไม่  หรือจะถูๆ ไถๆ อ้างว่าต้องการให้ชาวไทยมีสุขภาพดี แข็งแรง เพราะจะได้กิน “ผักสด” (จิ้มน้ำพริกกะปิ) เป็นอาหารหลัก รถไฟความเร็วสูง จะนำผักชิ่ง..ชิ่ง สด..สด  หัวไชเท้าเขาวจั๊วน่าเจี๊ยะ จากหัวเมืองเข้ามาให้ “คนกรุง” กินกันถึงที่ เป็นความหวังอันสูงส่งของรัฐบาล ต้องการจะให้คน เกิดง่าย ( เพิ่มพลังการผสมพันธุ์ ให้สมดุลย์มากขึ้น)) ตายยากส์ เพราะได้กิน “ผักสดๆ” ที่รถไฟความเร็วสูงราคาแพงวิ่งมาส่งให้ถึงชานกรุง ชั่วพริบตาเดี๋ยว ถ้าไม่อยากจะตายเร็ว ต้องกิน “ผักสด” จากรถไฟความเร็วสูงจะทำอายุให้(ยืด) ยาว มีชีวิตอยู่เพื่อช่วยกันแบกหนี้ที่รัฐบาลกู้  2.2  แสนล้านล้าน  (เงินยังมาไม่ถึงมือ) เลยต้องรีบเข็นโครงการ จัดการเรื่องน้ำ  (ป้องกันน้ำท่วม) 2.5 แสนล้าน เป็นของว่าง รองท้องไปพลางๆ ก่อน  ก่อนจะตั้งวงหม่ำอาหารมื้อใหญ่ ราคา  2.2 ล้านล้าน ยามแดดร่มลมตก  พร้อมบริกรตามมาบูรณาการให้อิ่มและอื๋มไปชั่วชีวิตทีเดียวเชียว (มีเนื้อเพลงไทยเพลงหนึ่ง มีเนื้อเพลงท่อนหนึ่ง ว่า “เกิดมาประเสริฐ เกิดเป็นไทย” ได้ยินได้ฟังแล้วอาจจะมีแรงแข็งขัน ขึ้นมาบ้าง (ก็ได้นะ)

                มาจะกล่าวบทไปถึง  “พระองค์ท่านพี่ สมีแม้ว” วันนี้มีคู่แข่งแล้ว ชื่อ “สมีคำ” ใครจะรวยกว่าใครเดี๋ยวก็รู้

                “สมีคำ” ลือกันว่า “รวยไม่รู้เรื่อง” (ไม่ยังงั้นจะหาเลี้ยงเมียถึง แปดคนได้ยังไง) มีคู่กัดชื่อ “ดีเอสไอ.” จากประเทศไทย พอจะพลิกคดี พูดจากันได้ถ้ามีผู้ประสานงานให้ “ตรงจุดอ่อน”ไม่ต้องหนีคุกไปไหนให้เมื่อยบั้นเอวเข้าไปอีก

                สมีแม้ว ณ เวลานี้ เหนือกว่าสมีคำอยู่หน่อยหนึ่ง  มีคู่แค้น เป็นองค์กรดังระดับโลก ชื่อ “อัลกออิดะห์”  ตัดสินแล้วว่า ถ้ายังมี “อัลกออิดะห์” อยู่  “แม้ว”จะต้องต่อชื่อให้ยาวขึ้นสักหน่อย เป็น “ แม้วม่องเท่ง” มาพนันกันสักสลึงสองสลึงว่า ชื่อ “แม้วม่องเท่ง” จะกลับเมืองไทยก่อน หรือหลัง กลับเมืองไทย

                อีกเรื่องหนึ่ง คอยนับวันกันดูว่า หลังจากกู้เงินเป็นแสนแสนล้านาได้แล้ว จะได้เห็น “นางชีช้ำ” น้องสาวของ “ชูชก ณ ดูไบ” ท้องแตกตายกับการกินมูมมาม อีกไม่นานเกินรอ..

                ไม่อยากจะเชื่อว่ารัฐบาลชุดนางชีชกจะ“ทิ้งทวน” ประทับรอยบาปไว้เป็นประวัติศาสตร์ให้ลูก หลาน เหลน โหลน ของคนไทยทั้งมวล ต้องรำลึกถึง “นางชีช้ำ” แล้วทำปากขมุบขมิบให้พรเป็นชื่อ สัตว์เลื้อยคลาน ทุกครั้งที่พูดถึง..อย่างไม่มีวันลืม....