Get Adobe Flash player

โอบาม่าแคร์ ผลงานชิ้นโบว์แดงของประธานาธิบดี...จริงหรือ? โดย คิด ฉัตรประภาชัย

Font Size:

 กฎหมายปฏิรูปการประกันสุขภาพของประชาชนในสหรัฐอเมริกา หรือที่เรียกกันว่า “Health Care Reform” หรือ “Obama Care” หรือในแคลิฟอร์เนียเรียกว่า “Covered California” เป็นกฎหมายที่มีจุดประสงค์ที่จะให้มีการคุ้มครองผู้ที่เจ็บป่วยเพื่อได้รักษาในราคายุติธรรม (The Patient Protection and Affordable Care Act) กฎหมายนี้ได้ผ่านสภาของสหรัฐฯ และเซ็นเป็นกฎหมายโดยประธานาธิบดี โอบาม่า เมื่อเดือนมีนาคม 2010

 จุดประสงค์หลัก ๆของกฎหมายฉบับนี้คือ

1. ลดราคาค่าเบี้ยประกันสุขภาพให้คนอเมริกัน (ใบเขียว หรือซิติเซ่น) ตลอดจนผู้ที่มาอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกคน

2. เพิ่มความสะดวกในการเลือกซื้อประกันจากบริษัทขายประกันสุขภาพต่าง ๆ และเข้าถึงหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรค

3. เพิ่มการสนับสนุนการป้องกันโรค (Preventive Care) และสิทธิในการซื้อยาในราคาประหยัดมากขึ้น

4. เพิ่มสิทธิให้กับประชาชนทุกคน ได้เข้าร่วมซื้อประกันสุขภาพมากขึ้น

5. เพิ่มสิทธิของสมาชิกในครอบครัวในการใช้สิทธิของประกันสุขภาพของผู้ปกครองให้กับลูกจนถึงอายุ 26 ปี (Dependent Coverage) จากเดิม 24 ปี

6. เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อประกันที่มีโรคประจำตัวมีสิทธิได้ซื้อประกันสุขภาพเหมือนคนทั่วไป

แต่กฎหมายฉบับนี้บังคับให้ประชาชนต้องลงทะเบียนซื้อประกันสุขภาพได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2013 ถึง วันที่ 31 มีนาคม 2014 โดยมีการเปิดเว็บไซต์ www.healthcare.gov ให้เข้าไปลงทะเบียนได้ ในกรณีของรัฐที่ไม่มีเครือข่ายบริษัทขายประกันสุขภาพ (Marketplace) ของตนเอง  แต่ในอีก 18 รัฐเขาได้เปิดเว็บไซต์ที่มีบริษัทต่าง ๆ เข้าร่วมในโครงการของรัฐนั้นๆเอง เช่น ในแคลิฟอร์เนียได้เปิดเว็บไซต์ชื่อ www.coveredca.com มาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2013 พร้อมกับของทางรัฐบาลกลาง

 กฎหมายฉบับนี้ยังมีผลบังคับใช้กับนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปที่จะต้องซื้อประกันสุขภาพให้กับลูกจ้าง ถ้านายจ้างมีลูกจ้างน้อยกว่า 50 คน ก็สามารถซื้อให้ลูกจ้างแบบเป็นกรุ๊ปได้ (The Small Business Health Options Program (SHOP))

 บทลงโทษผู้ที่ไม่เข้าร่วมโครงการ หรือลงทะเบียนภายในวันที่ 31 มีนาคม 2014 ในกรณีที่ท่านมีคุณสมบัติครบถ้วน และมิได้อยู่ในข่ายที่ได้รับการยกเว้นมีดังนี้

 ในปี 2014 ค่าปรับจะคิดเป็น 1% ของรายได้  หรือ  $95 ต่อผู้ใหญ่ 1 คน (อายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป)  หรือ $47.50 ต่อเด็ก 1 คน ที่ผู้ปกครองไม่ลงทะเบียนให้ รัฐจะเปรียบเทียบปรับจากค่าที่สูงกว่า

 ในปี 2015 ค่าปรับจะคิดเป็น 2%  และในปี 2016 จะปรับคิดเป็น 2.5% ของรายได้ของคุณ

 กฎหมายนี้ประเมินว่าจะมีคนเข้าสู่โปรแกรมถึง 30 ล้านคนที่ปัจจุบันไม่มีประกันสุขภาพของตัวเอง และครอบครัว ในแคลิฟอร์เนียได้ประเมินว่าจะมีคนเข้าสู่โครงการนี้ถึง 2.6 ล้านคน ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือในการซื้อประกันสุขภาพ   และอีก1.4 ล้านคน จะเป็นสมาชิกใหม่ที่มีคุณสมบัติได้รับการช่วยเหลือจาก MEDI-CAL (ผู้ที่มีรายได้น้อย)

 อย่างไรก็ตาม…ยังมีรายละเอียดปลีกย่อย และคำถามที่ตามมาอีกมากมาย เพราะตั้งแต่ทางรัฐบาลกลางโดยรัฐมนตรีสาธารณสุขของประธานาธิบดีโอบาม่าได้เปิดเว็บไซต์ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2013 เพื่อให้ประชาชนได้เข้าไปลงทะเบียน ก็เกิดปัญหาเว็บไซต์ล่ม ประชาชนที่หลงเชื่อคำพูดของประธานาธิบดีที่ว่า ถ้าคุณมีประกันสุขภาพที่คุณชอบอยู่แล้ว ก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงยังคงเดิมทุกอย่าง แต่ปรากฎว่า ตอนนี้ประชาชนชั้นกลางที่เคยมีประกันสุขภาพที่ชอบก็ถูกบริษัทประกันยกเลิกเป็นล้านคน เพราะกฎหมายใหม่บังคับว่า คุณต้องซื้อประกันสุขภาพที่รวมถึงสิ่งที่ไม่ต้องการอีก 10 รายการเช่น  การดูแลสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์ (Maternity Care), การรักษาดูแลเด็ก( Children’s Care),และการตรวจมะเร็งเต้านมและลำไส้  (Mammograms and Colonoscopies) เป็นต้น ซึ่งประชาชนที่ถูกยกเลิกไม่พอใจที่ถูกบังคับให้ต้องซื้อในสิ่งที่ไม่จำเป็น เพราะบางคนไม่ได้คิดจะมีลูก แต่จะต้องมาจ่ายค่ากรมธรรม์เพิ่ม จนทำให้รัฐมนตรีสาธารณสุข นาง Kathleen Sebelius และประธานาธิบดีโอบาม่า ต้องออกมาขอโทษ เพราะมีข้อยกเว้น ในการที่คุณจะสามารถใช้บริษัทประกันสุขภาพเดิมได้ จึ่งต้องซื้อประกันใหม่เพื่อครอบคลุมถึงสิ่งที่คุณไม่ต้องการ รายละเอียดขอให้มารับฟังกันได้ ในวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2013

 จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยมาร่วมฟัง และเข้าใจถึงโอบาม่าแคร์กัน ฟรี!!!

 ในวันพุธที่ 20  พฤศจิกายน  2013 เวลา 14.00 – 16.00 น.

 ณ โรงแรมลินคอล์น พลาซ่า

 เลขที่   123 S. Lincoln Ave., Monterey Park, CA 91755

 โทรศัพย์โรงแรม: 626-571-8818

สอบถามรายละเอียด สำรองที่นั่งได้ที่ คิด ฉัตรประภาชัย  310-377-1032

โชคดีครับ