Get Adobe Flash player

สรุปการสัมมนาโอบาม่าแคร์ เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2013 ณ โรงแรมลินคอล์น พลาซ่า, มอนเทอเรพาร์ค, แคลิฟอร์เนีย โดย คิด ฉัตรประภาชัย

Font Size:

                ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้าร่วมฟังเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจนล้นห้อง และอีกหลาย ๆ ท่านที่โทรบอกว่าไม่สามารถไปฟังได้ และอยากให้ผมสรุปเขียนเป็นบทความในคอลัมน์นี้ เลยขอสรุปในโอกาสนี้

                ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณพณฯ มิเชล สตีล รองประธานคณะกรรมการภาษีของรัฐแคลิฟอร์เนีย รวมทั้ง คณะกรรมาธิการที่ปรึกษาไทย-อเมริกัน ซึ่งประกอบด้วย คุณกอพัฒน์ เจริญบรรพชน, คุณสุทิน ทิวาศาสตร์, กำนันเล็ก ดนัย เงาจีนานันท์, คุณสุเมธ ดิลกมนกุล, คุณเอนก พลอยแสงงาม, คุณสมหมาย ปัทมคันธิน, คุณเอดดี้ ทองกาว และคุณสุเทพ เตียว ที่ทำให้การสัมมนานี้สำเร็จได้ด้วยดี

                โดยเฉพาะ คุณสุทิน ทิวาศาสตร์ เจ้าของโรงแรมลินคอล์น พลาซ่า ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ และอาหารเครื่องดื่มให้แขกได้รับประทานฟรี ตลอดจนสื่อมวลชนต่าง ๆ ที่ได้ประชาสัมพันธ์ให้ ขอบคุณวิทยากร คุณซูซานน่า ซอย (Suzanna Choi) ตัวแทนจาก Covered California ที่บรรยายได้สนุก ตอบคำถามได้เกือบหมด มีบางคำถามที่ตอบไม่ได้ก็ต่อโทรศัพท์เข้าสำนักงานของ Covered California แล้วได้ชี้แจงให้ทราบถึงข้อมูลที่ถูกต้องทันที

                ผมขอสรุป และอัพเดทดังนี้ (รัฐบาลได้เลื่อนวันสุดท้ายของการลงทะเบียนเป็นวันที่ 23 ธ.ค. 2013 (จากเดิม 15 ธ.ค. 2013)

1. ท่านที่มีสถานภาพอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะต้องมีประกันสุขภาพทุก ๆ คน อันนี้รวมถึง ซิติเซ่น, ผู้ถือใบเขียว ก็สามารถซื้อประกันสุขภาพได้ รวมทั้งพระสงฆ์ที่มีใบเขียว หรือมีวีซ่ามาศึกษา ส่วนผู้ที่อยู่อย่างไม่ถูกต้อง (Undocumented Immigrants) Med/Cal จะช่วยรักษาให้เฉพาะกรณีรักษาฉุกเฉิน การดูแลระหว่างตั้งครรภ์ บ้านพักคนป่วย การรักษามะเร็งเต้านม และปากมดลูก (ยกเว้นคนที่ไม่ต้องลงทะเบียนคือคนที่อยู่ในเรือนจำ และเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี พ่อแม่จะเป็นผู้ลงทะเบียนให้)

2. ประมาณ 3.8 ล้านคนที่เป็นชาวเอเชีย (Asian Americans and Pacific Islanders) ที่มีประกันสุขภาพกับบริษัทประกันเอกชนอยู่ ก็จะได้รับสิทธิ์การป้องกันรักษาเพิ่มโดยไม่ต้องจ่ายเบี้ยประการเพิ่มขึ้น (Preventive Services with No Cost Sharing)

3. ประมาณ 867,000 คนชรา และคนพิการในกลุ่มเอเชียนี้ ก็สามารถรับสิทธิการป้องกันรักษาโรคได้เช่นกัน (Preventative Services)

4. ประมาณ 121,000 คน (19-25 ปี) ซึ้งเป็นลูกหลานคนเอเชียกลุ่มนี้สามารถใช้สิทธิประกันสุขภาพร่วมกับบิดามารดา หรือผู้ปกครอง จนถึงอายุ 26 ปี

5. ค่าเบี้ยประกันจะขึ้นอยู่กับรหัสภูมิภาค (Region Code) มี 19 ภูมิภาค ตามที่อยู่, จำนวนรายได้ต่อปี, จำนวนผู้อยู่อาศัยในบ้าน

6. บุคคลที่มีรายได้น้อย หรือไม่มีงานทำ ไม่จำเป็นต้องซื้อประกันสุขภาพ ท่านอาจจะมีคุณสมบัติครบในการขอประกันสุขภาพผ่านทาง Medi-CAL ของรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ สมัครได้เลยและไปรับการรักษาได้ทันที หลังจากที่ท่านได้ลงทะเบียนแล้ว ไม่ต้องรอถึง 1 มค 2014

รายได้ 1 คน           น้อยกว่า                 $15,860          รายได้ 2 คน    น้อยกว่า             $21,400

รายได้ 3 คน           น้อยกว่า              $26,950         รายได้ 4 คน        น้อยกว่า              $32,500

รายได้ 5 คน           น้อยกว่า              $38,050    (รายได้ต่อปี)

                ส่วนผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีอายุน้อยกว่า แต่เป็นบุคคลทุขพลภาพ (Disabilities) สามารถไปรับการรักษาพยาบาลได้จากโปรแกรมของรัฐบาลกลาง ที่เรียกว่า Medicare

                อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีรายได้เกินกว่ากำหนดข้างต้น ก็สามารถเข้าไปดูตารางจากเว็บไซต์ของ Coveredca.com ท่านจะได้รับการช่วยเหลือในส่วนของเบี้ยประกันได้ที่ เรียกว่า Eligible for Premium Assistance (PA) ยกตัวอย่างรายได้ต่อปี ดังนี้

รายได้ครอบครัว 1 คน         ระหว่าง $15,860 – 45,960

รายได้ครอบครัว 2 คน         ระหว่าง $21,400 – 62,040

รายได้ครอบครัว 3 คน         ระหว่าง $26,950 – 78,120

รายได้ครอบครัว 4 คน         ระหว่าง $32,500 – 94,200

รายได้ครอบครัว 5 คน         ระหว่าง $38,050 – 101,280

7.ชนิดของกรมธรรม์ประกันสุขภาพมี 4 ระดับ ขึ้นอยู่กับว่าท่านต้องการจ่าย Co-Payment เมื่อเกิดเจ็บป่วยเท่าไร

เช่น         Platinum                บริษัทประกันจ่าย 90%  ผู้ซื้อประกันจ่าย 10%  ของค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย

                Gold        บริษัทประกันจ่าย 80% ผู้รับประกันจ่าย  20%   ของค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย

                Silver      บริษัทประกันจ่าย 70% ผู้รับประกันจ่าย   30%   ของค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย

                Bronze    บริษัทประกันจ่าย 60% ผู้รับประกันจ่าย  40%   ของค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย

ถ้าท่านจ่าย co-paymentน้อย  ค่าเบี้ยประกันสุขภาพก็จะสูงขึ้นตามลำดับ

8. วิทยากรได้พูดถึงธุรกิจย่อย นายจ้าง หรือองค์กรที่ได้รับการยกเว้น (Exempted Organizations) ที่มีลูกจ้างน้อยกว่า 25 คน (Full-Time) และรายได้เฉลี่ยต่อคนน้อยกว่า $50,000 หากนายจ้างช่วยจ่ายค่าเบี้ยประกันให้ลูกจ้างอย่างน้อย 50% นายจ้างสามารถขอสิทธิ์คืนภาษี(Tax Credits)ย้อนหลังได้ 3 ปีโดยจะ ต้องซื้อประกันสุขภาพผ่าน Covered California’s Small Business Health Options Program (SHOP)

                ในปี 2010 – 2013   คืนภาษีได้ 35%, ในปี 2014   คืนภาษีได้ 50%

9. มีหลายท่านถามว่าตัวเองมีใบเขียว พ่อแม่ก็มีใบเขียว แต่ไป ๆ มาๆ กรุงเทพฯ และแอลเอ ต้องซื้อประกันไหม และพ่อแม่ก็ไม่มีรายได้

คำตอบ:  พ่อแม่ควรจะลงทะเบียนในโปรแกรม Medi-Cal ซึ่งไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกัน

10. ตอนลงทะเบียนทาง Covered CA จะถามรายได้โดยประมาณของปี 2014 และถ้าประมาณผิดจะเกิดอะไรขึ้น

                คำตอบ:  ท่านสามารถอัพเดท (Special Enrollment)ได้ตลอดปี ในกรณีที่รายได้ต่ำกว่าที่ประเมิน ก็จะได้ส่วนลดจากค่าเบี้ยประกัน ถ้ารายได้มากกว่าที่ประเมินก็จะเสียค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น ต้องเข้าไปในเว็บไซต์

11.เป็นพลเมืองของอเมริกา แต่ไปอยู่เมืองไทยปีละหลาย ๆ เดือนจะต้องซื้อประกันหรือไม่

คำตอบ:  ถ้าอยู่นอกสหรัฐฯ เกิน 330 วันในรอบปี การซื้อประกันสุขภาพเป็นเพียงทางเลือก (Option) ฉะนั้น ถ้าไม่ซื้อก็ไม่ถูกลงโทษ

                คุณซูซานน่าบอกว่า ยินดีให้คำปรึกษากับชุมชนไทย สามารถติดต่อเธอได้ที่เบอร์โทรศัพท์ (949) 653-5713 หรืออีเมล์ที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ของ www.coveredca.com  หรือ โทร 1-800-300-1506 สามารถถามหาเจ้าหน้าที่คนไทยได้นะครับ

โชคดีครับ