Get Adobe Flash player

จะเลือกใครดี ผู้สมัครสังกัดพรรคการเมือง กับผู้สมัครพรรคอิสระในการเลือกผู้ว่าการ กทม.

Font Size:

การเริ่มการหาเสียงอย่างเข้มข้นของผู้สมัครเกือบ 20 ท่าน ได้เริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งผมก็รู้สึกแปลกใจว่าพวกท่านเหล่านี้มาจากไหนกัน ทั้ง ๆ ที่ค่าสมัครต้องเสียถึง 5 หมื่นบาทต่อราย หรือว่าอยากจะมีชื่อว่า เป็นผู้สมัคร มีนักข่าวมาสัมภาษณ์ ถ่ายรูป ออกโทรทัศน์ มีตั้งแต่ อาจารย์, นักวิชาการ, พ่อค้า, นักการเมือง, ผู้จัดการบริษัท, นักธุรกิจ อายุตั้งแต่ 32-79 ปี ต้องบอกว่ามีแต่ Thailand Only จริงๆที่มีผู้สมัครมากขนาดนี้ แต่ตัวเต็งก็รู้ ๆ กันอยู่ 3-4 ท่าน ที่ผมคิดว่า น่าจะเป็นผู้ว่า กทม. คนต่อไป ซึ่งก็หนีไม่พ้นแชมป์เก่าจากพรรค ประชาธิปัตย์ คุณชายหม่อม สุขุมพันธ์ บริพัฒน์ โดยมีหัวหน้าพรรคบอกว่างานนี้แพ้ไม่ได้ เตรียมทั้งกุนซือ อย่าง คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ และคุณกรณ์ จาติกวนิช, องอาจ คล้ามไพบูลย์, ชวน หลีกภัย มาช่วยกันเต็มที่ แบบว่าถ้าแพ้แล้วมีผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าแน่นอน เพราะคนกรุงเทพฯคงเบื่อพรรคที่ดูดี พูดเก่ง หล่อแบบแม่ยกตามตื้อขอกอดจูบ แต่เรื่องการทำงานมีความคิดเห็นจากคนอ่านลงใน น.ส.พ.ผู้จัดการว่า

                “เลือกคุณชายหมู ปวดกะบาลเลย เดี๋ยวอะไรไม่เสร็จ ก็บอกเป็นเรื่องปกติ ผมทำหน้าที่ผมแล้ว”

                แต่ สโลแกนแต่ละท่านนั้นสวยหรู พูดง่าย มีนัยยะทั้งนั้น ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า อย่างไรก็คุยโม้ไว้ก่อน เพราะบ้านเรา...โกหกได้... แต่ไม่ผิด เพราะโกหกแบบบริสุทธิ์ใจ หรือโกหกสีขาว (White Lie) ไม่ผิดตามมาตรฐานท่านรองนายก และรัฐมนตรีคลัง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง Thailand Only อีก เช่นกัน ประเทศถืงไปไม่ได้ไกลเสียที ถ้าเป็นผู้นำประเทศนี้ก็ต้องรีบลาออก อาจจะถูกดำเนินคดีข้อหาให้การเท็จด้วย ถ้าเป็นญี่ปุ่น เกาหลี  คนพูดคงไปฆ่าตัวตายไปแล้วเพราะทำให้ประเทศชาติเสียหาย

เช่นสโลแกนของ  ท่าน พงศพัฒ          “ทำงานร่วมกับรัฐบาลอย่างไร้รอยต่อ”

                                                ท่านสุขุมพันธ์        “รักกรุงเทพฯ ร่วมสร้างกรุงเทพฯ” กับนโยบาย 7 ด้าน

                                                ท่านเสรีพิศุทธ์        “เพื่อกรุงเทพที่ดีกว่า 1 ปีเปลี่ยนแปลง 4 ปีเรียบร้อย”

                ฉะนั้น พวกเราชาวกรุงเทพฯต้องจำบทเรียน ดูประวัติของผู้สมัครให้ดีๆ มีความพร้อมแค่ไหนเพราะคนเรามันเปลี่ยนนิสัยสันดานเดิมกันยาก ประวัติศาสตร์มันถึงมีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมก็เชียร์ท่านเสรีเพราะรู้จักท่าน ท่านมีความพร้อมทั้งคุณวุฒิวัยวุฒิ มีจีรธรรมศีลธรรม ท่านมีประวัติที่ไม่เคยโกงหรือถูกดำเนินคดี มีแต่ถูกคนแกล้งมาตลอด ทุกตำแหน่งได้มาก็ต้องต่อสู้กับความอยุติธรรม จึงคิดว่าท่านเป็นทางเลือกของพวกเรา ประกาศตัวคนแรกที่อาสามาเป็นผู้ว่าตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคมสำหรับผู้ว่าที่สังกัดพรรคมีแต่คอยจะสนองนโยบายของพรรค แต่ไม่สนองประชาชนชาวกรุงเทพฯ สงสารแต่คนกรุงเทพฯว่า ทำไมถึงไม่ลุกมาเรียกร้องสิทธิโดยการออกมาใช้สิทธิ์กันให้ถึง 90% ดูซิว่า อ้ายคะแนนจัดสรรของพรรคใหญ่ ๆ มันจะชนะเสียงบริสุทธิ์ของประชาชนทั้งมวลได้

                ท่านเสรีพูดว่า

                การ จะดึงคะแนนจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งนี้ตนไม่เหมือนกับผู้สมัครอิสระคนอื่น ๆ ที่ผ่านมา เนื่องจากมีประวัติที่ประชาชนและสื่อมวลชนรู้จักเป็นอย่างดี มีผลงานที่ทำเพื่อประเทศชาติ ทั้งนี้ก็ทราบดีว่าเสียเปรียบผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมือง เพราะพรรคการเมืองชำนาญในการหาเสียง และมี ส.ก., ส.ข. ช่วยสนับสนุนอีกด้วย สำหรับการหาเสียงนั้น ตนจะไม่รุนแรงกับใคร แค่ชี้ทางเลือกให้กับประชาชน ถึงเวลาแล้วที่จะปลดแอกการเลือกพรรคการเมืองที่มักทะเลาะกัน ส่วนเรื่องการหาเสียงผ่านทางโซเชียลมีเดียนั้น ยืนยันว่าทำตามกติกา ตนเล่นตั้งแต่แรกแล้ว มีจำนวนคนกดไลค์กว่า 1 แสน 8 หมื่นคน แต่พรรคการเมืองใหญ่ทั้งสองพรรคเพิ่งมาเริ่มทำ

                พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้อายุ 64 ปีแล้ว การลงสมัครครั้งนี้จึงเป็นภารกิจสุดท้ายที่จะทำเพื่อพี่น้องประชาชนและ ประเทศชาติ

                ผมดีใจที่ได้มีเพื่อนอย่างคุณบุญชัย ที่เป็นอีกผู้หนึ่งที่สนับสนุนท่านอยู่ที่เมืองไทย ได้ส่งบทความจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ คอลัมน์ “ชักธงรบ” โดย คุณกิเลน ประลองเชิง ลงเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2556 ในหัวข้อ “ เหตุที่ต้องเลือก เสรี” ก็ดีใจที่มีคนคิดเหมือนผม เลยขออนุญาตนำมาลงให้อ่านกัน  (ติดตามในหน้าหนังสือพิมพ์) แล้วท่านละครับคิดอย่างไร เหนือฟ้ายังมีฟ้านะครับอย่าเพิ่งท้อแท้ใจ  ถ้ามีโอกาสกลับกรุงเทพฯ ก็ไปพบฟังท่านพูดตามตารางด้านล่างนี้นะครับ

 

 

กำหนดการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้สมัครหมายเลข 11

 

เวลา 16.00-21.00 น.

 

วันอาทิตย์ที่ 27 ม.ค.ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม.

วันพุธที่      30 ม.ค.ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร กทม.

 

วันเสาร์ที่ 2 ก.พ.ณ สวนจตุจักร กทม.

วันพุธที่ 6 ก.พ.สวนกีฬารามอินทรา กทม.

วันศุกร์ที่ 8 ก.พ. ณ สวนลุมพินี กทม.

วันเสาร์ที่ 9 ก.พ.ณ อุทยานเบญจสิริ สุขุมวิท กทม.

วันเสาร์ที่ 16 ก.พ.ณ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ ธนบุรี

วันจันทร์ที่ 18 ก.พ.ณ ศูนย์เยาวชนสะพานพระราม 9 (ฝั่งธนบุรี)

วันเสาร์ที่ 23 ก.พ.ณ สวนพระนคร

วันจันทร์ที่ 25 ก.พ.ณ สวนสาธารณะหน้าเดอะมอลล์บางแค ธนบุรี

วันพฤหัสบดีที่ 28 ก.พ.ณ สวนลุมพินี กทม.

 

วันศุกร์ที่  1 มี.ค.ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม

 

อย่าลืม ! 3 มีนา กาเบอร์ 11!