Get Adobe Flash player

จดหมายถึงนายกรัฐมนตรี โดย คิด ฉัตรประภาชัย

Font Size:

                                                                                  25 ธันวาคม 2557

เรียน       ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เรื่อง        ขอเสนอความคิดเห็น ในการปฏิรูปการปกครองของประเทศไทย

สิ่งที่ส่งมาด้วย         หนังสือที่รวบรวมเรื่องราวที่ได้พบเห็นประสบมา จากการพำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกากว่า 38 ปี และชีวิตราชการที่แคลิฟอร์เนีย 30 ปี

               ก่อนอื่นผมขอกราบขอบพระคุณท่าน ในการเสียสละเข้ามาจัดระเบียบทางสังคมในขณะที่ประชาชนคนไทยมีการแบ่งพรรค แบ่งพวก แบ่งสี อย่างขาดสติจนถึงขั้นใช้อาวุธสงครามในการฆ่าห้ำหั่นกันอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยมีผู้นำบางคนที่ให้การสนับสนุน สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในระยะเวลากว่า 8 ปี

               ผมได้มีโอกาสมากรุงเทพฯ เป็นเวลา 10 วัน ได้เห็นชีวิตประชาชนโดยรวมดีขึ้นมาก ชาวแท็กซี่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เขาทำมาหากินได้ดีขึ้น หลังจากการเดินขบวนของกลุ่มได้ยุติลง ทำให้การจราจรเดินได้สะดวกขึ้น

               กระผมและเพื่อน ๆ อีกหลายคนมีความห่วงใยและติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองไทยโดยตลอด คนไทยในสหรัฐอเมริกามีเป็นจำนวนหลายแสนคน มีความรู้ ความสามารถ ที่ได้สั่งสมมาในขณะพำนักในสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่ม BABY BOOMERS (เกิดระหว่างปี 1946 ถึง 1964) ได้เกษียณหรือกำลังจะเกษียณอายุการทำงานเป็นจำนวนมาก ทรัพยากรบุคคลเหล่านี้ สามารถกลับมาบ้านเกิด มาช่วยกันปฏิรูป จัดระเบียบกฎหมายให้ได้มาตราฐานสากล โดยการใช้วิกฤติในขณะนี้มาเป็นโอกาสที่จะปฏิรูปอะไรต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ เป็นรูปธรรมเพื่อคืนความสุขให้กับประชาชนแบบถาวร และผมเป็นคนหนึ่งที่คิดว่า จะได้มีโอกาสเข้าร่วมเสนอความคิดเห็นในการทำงานด้านภาษีและตำรวจได้ไม่มากก็น้อยครับ

               ผมขออนุญาตเสนอบางสิ่งบางอย่างที่ผมคิดว่า ท่านนายกฯ จะสั่งการได้ทันที

               ในหมวดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีของ สตช. และบุคลากรอยู่ในขั้นวิกฤตจากปัญหาคอรัปชั่น การใช้เงินในการซื้อขายตำแหน่งแทบทุกระดับชั้น การแบ่งพรรค แบ่งพวก ในการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง มีอยู่กับ สตช. มาเป็นเวลาช้านาน แทนที่จะมาวัดกันด้วยผลงาน ความซื่อสัตย์สุจริต ความรู้ และความสามารถ ขอตัวบุคคลเป็นหลักเกณฑ์ จนทำให้ตำแหน่งหลักต่าง ๆ ได้บุคลากรที่ไม่มีความรู้ความสามารถในการพัฒนาหน่วยที่ไปประจำอยู่ องค์กรจึงไม่พัฒนาเท่าที่ควร มิใช่อ้างแต่ว่า “ย้ายเพื่อความเหมาะสม” แบบครอบจักรวาล

               ขอเสนอแนะการแก้ไข คือ

  1. สตช. ต้องกระจายอำนาจการบริหารออกไป ไม่ใช่มากระจุกอยู่ที่ สตช. โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค ให้ตำรวจภูธร จัดการการบริหารกันเอง การแต่งตั้งโยกย้ายไม่ต้องทำเป็นข่าวใหญ่โต เป็นเรื่องภายใน โดยผู้บังคับบัญชาต้องมีคุณธรรม จริยธรรม ในการคัดเลือกบุคคลเหมาะสม
  2. จำเป็นต้องปรับปรุงเงินเดือนให้กับตำรวจ โดยเฉพาะตำรวจชั้นประทวน ระดับสัญญาบัตร มีเพื่อนผมรับราชการตำรวจมา 23 ปี เป็น ร.ต.อ. ได้เงินเดือน ๆ ละ 27,960 บาท มีบุตร 1 คน ภรรยาเป็นแม่บ้านต้องผ่อนบ้าน รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย เลยต้องหางานพิเศษทำอีก เงินเดือนของตำรวจน่าจะได้รับการปรับ พร้อม ๆ กับหน่วยงานอื่น ๆ โดยเฉพาะต้องปรับขึ้นตามค่าครองชีพที่เพิ่มมากขึ้นทุก ๆ ปี
  3. ขอให้ท่านนายกฯ ห้ามตำรวจทุกหน่วยจับผู้ต้องหามานั่งแถลงข่าว โชว์ผลงานทั้ง ๆ ที่ผู้ต้องหาเหล่านั้นยังไม่ถูกตัดสินโดยศาลสถิตยุติธรรม ผู้ต้องหาเหล่านั้นเป็นเพียงผู้ที่ถูกกล่าวหา และสามารถโชว์รูปถ่ายได้เหมือนในอเมริกา แต่การจะเอาผู้ที่ถูกกล่าวหามานั่งให้สังคมประจาน เป็นการละเมิดสิทธิของผู้ต้องหา ประเทศที่พัฒนาแล้วจะไม่ทำกัน ในทางกลับกัน หากผู้ถูกกล่าวหาถูกตัดสสินว่าไม่ผิด และถูกยกฟ้อง ทางตำรวจมีมาตรการชดใช้ค่าเสียหายต่อผู้ที่ถูกนำมาประจานอย่างเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างไร
  4. ไม่ควรจับผู้ต้องหามาทำแผนประกอบการรับสารภาพ ซึ่งบางครั้งผู้ต้องหาถูกประชาทัณฑ์ ถ้าตำรวจทำการสืบสวน ทำสำนวนตรงกับคำสารภาพ และสภาพแวดล้อมในขณะเกิดเหตุ มันน่าจะเพียงพอที่จะให้อัยการสั่งฟ้อง และผู้พิพากษาจะพิจารณาให้ผู้ถูกกล่าวหาผิดได้
  5. ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ก.ตร./ก.ต.ช. ทุก 2 ปี ไม่ให้ใครยึดติดกับตำแหน่ง เพื่อเอื้อพวกพ้องกัน โดยไม่ได้ให้ความยุติธรรมกับข้าราชการตำรวจที่ไม่มีเส้นสาย

ในหมวดการภาษี ในหมวดนี้ผมมีประสบการณ์เกือบ 30 ปี ได้ช่วยเหลือประชาชนในเรื่องนี้มาโดยตลอด ขอเสนอแนะการแก้ไข คือ

  1. การเสียภาษีให้กับรัฐฯ ซึ่งเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน ที่แสดงถึงการมีส่วนในการพัฒนาประเทศทางหนึ่ง ในขณะเดียวกัน ประชาชนต้องรู้ว่า ภาษีอากรที่เสียไปนั้น นำไปใช้อะไร กฎหมายภาษีต่าง ๆ มีการสื่อให้ประชาชนรู้ไหมว่า มีไว้เพื่ออะไร ทางอเมริกาเขาได้สำรวจแล้วว่า การให้การศึกษาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงกฎหมาย เหตุผล และการใช้จ่ายจากภาษีของประชาชน เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง (Outreach) เมื่อประชาชนมีความเข้าใจ รู้ว่าเงินภาษีของเขา มิได้ถูกนำไปใช้ในสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์แล้ว การที่ประชาชนจะยินดีเสียภาษีก็จะเพิ่มขึ้น อาจจะยกเลิกการเหมาจ่ายภาษีให้กับกรมสรรพากรได้ การให้เกียรติประชาชนในการเสียภาษีตามยอดรายได้จริงก็จะดี แต่ทางกรมฯ ก็มีสิทธิ์ขอตรวจสอบหลักฐานที่มาของตัวเลขที่แจ้งได้
  2. การแต่งตั้ง “ตัวแทนผู้ปกป้องผู้เสียภาษี” Taxpayers’ Advocate ซึ่งทางอเมริกาเป็นหน่วงงานที่เป็นตัวแทนของประชาชน ขึ้นโดยตรงกับ อธิบดีสรรพากร/สรรพสามิต สามารถรับขอร้องเรียนจากประชาชน ในกรณีที่ไม่สามารถเจรจาหาข้อยุติในเรื่องภาษี หรือในกรณีที่เจ้าหน้าที่สรรพากร/สรรพสามิตทำเกินกว่าเหตุ ตัวแทนผู้นั้นสามารถหยุด หรือเจรจาหาข้อยุติ ในการกระทำของเจ้าหน้าที่เขตต่าง ๆ ได้ทั่วประเทศ

หน่วยงานนี้เป็นหนทางหนึ่งที่จะสร้างศรัทธา หาข้อบกพร่องจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ เสนอแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ ข้อกฎหมาย ที่ไม่เอื้ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเสียภาษี

พร้อมกันนี้ ผมขออนุญาตแนบหนังสือ “คิดแบบ คิด ฉัตรประภาชัย” ที่ได้รวบรวมบทความที่ผมได้เขียนในลอสแองเจลิส จากประสบการณ์ที่ได้พบเห็น ผมหวังว่าท่านนายกฯ จะหาเวลาวิเคราะห์ดูนะครับ คนไทยในสหรัฐอเมริกามีความเป็นห่วงบ้านเกิดเมืองเป็นอย่างยิ่ง ขอสนับสนุนให้กำลังใจกับท่านในการปฏิรูป พัฒนาให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในอาเซียน

               ขอเรียนท่านนายกฯ อีกว่า คนไทยส่วนใหญ่มากกว่า 99% มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ขอให้พระองค์ทรงหายจากพระประชวรโดยพลัน มีเพียงส่วนน้อยที่พยายามจะดิสเครดิตพ่อหลวง

               สุดท้ายนี้ผมขออวยพรให้ท่านนายกฯ และครอบครัว ตลอดจนคณะรัฐมนตรีของท่าน ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพ พลานามัย ที่แข็งแรง รับใช้ประเทศชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ขอบคุณในการเสียสละของท่านอย่างสูง

               ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยเหลือแนะนำได้ ผมยินดีรับใช้ประเทศไทยนะครับ