Get Adobe Flash player

เงินซื้อได้ทุกอย่าง… จริงหรือ? โดย คิด ฉัตรประภาชัย

Font Size:

      

วันนี้จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับ “เงิน” โดยได้รับการติดต่อจากคนไทยหลากหลายอาชีพ ที่ส่วนใหญ่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเงินทั้งนั้น ก่อนอื่นอยากจะเอาคำเทศน์ของท่านพระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ธิตธมุโม) แห่งวัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ซึ่งท่านเทศน์ว่า 4 สิ่งในโลกที่เงินซื้อไม่ได้ คือ

      1.               ความรัก

      2.               เวลา

      3.               ชีวิต

      4.               มิตรแท้

ซึ่งมันช่างตรงแบบเถียงไม่ออก  มีเงินเท่าไร ก็ไม่มีความหมาย… ตามทัศนคติของผม

                “ความรัก” ที่บริสุทธิ์ในที่นี้มีความหมายที่ยิ่งใหญ่ รักต่างกับหลง รักไม่มีเงื่อนไข ไม่มีนัยยะแอบแฝงใดๆ และถ้าเรารักใครจริงก็ควรต้องเสียสละ ร่วมทุกข์และสุขด้วยกัน ทุกศาสนาจะให้ความสำคัญแก่ความรัก เช่น ในศาสนาคริสต์ บอกว่า “ความรักทนได้ทุกอย่าง แม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง และความรักนี้ไม่มีวันสูญสิ้น ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่มีสิ่งที่ไม่บังควร ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด”

                รักแบบนี้เงินซื้อไม่ได้ครับ แต่ในสังคมนี้เรามีปัญหาในเรื่องความรักมากมาย จนถึงขั้นหึงหวง ต้องฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง แบบว่า ถ้า “กูไม่ได้ มึงก็อย่าอยู่เลย” ทำแล้ว ตนเองก็ตกทุกข์ ติดคุกติดตะรางในที่สุด ฉะนั้น… ผมขอให้คิดเสียว่า ถ้าเรารักใครสักคนจริงๆ แล้ว ความรักคือการเสียสละ หยั่งคิดให้ดี ก่อนที่จะคิดรักใคร เขามีขีดจำกัดอะไร เรารับได้หรือเปล่า ถ้ารับได้ก็มีความสุข อย่าคิด ทำอะไรที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราจะเลือกที่จะรักใครได้ รักคนที่เขารักเราดีกว่าแน่นอน และรักใคร ก็ต้องเผื่อใจไว้เจ็บนะครับ

                “เวลา” ที่สำคัญที่สุดคือ “เวลาปัจจุบัน” มีหลายคนคิดแต่ในอดีต ซึ่งคนที่คิดมากเพราะถึงแม้ว่าเรานั่งอยู่ที่นี่ แต่ใจไปอยู่ในอดีตบ้าง อยู่ในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เพราะอดีตทำร้ายเราไม่ได้ แต่เป็นบทเรียนชีวิตที่สอนให้เราอย่าทำผิดแบบเดิมอีก ดังกวีไทยบอกว่า

                “วันไหนๆ ไม่สำคัญเท่าวันนี้              เป็นวันที่สำคัญกว่าวันไหน

                ถ้าพรุ่งนี้มะรืนนี้ดีอย่างไร                    ก็ยังไม่สำคัญเท่าวันนี้”

                เงินก็ซื้อไม่ได้แน่… ถ้าเงินซื้อเวลาได้ อดีตนายกฯ ทักษิณ คงยินดีจ่ายเงินภาษีให้กับรัฐบาลสัก 2 หมื่นล้าน จากการขายหุ้นให้บริษัท เทมาเสค ตามคำแนะนำของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง จากจดหมายเปิดผนึกถึง ดร.ทักษิณ ลงวันที่ 30 ม.ค. 49 ความว่า  ถึงแม้ว่ากฎหมายบอกว่าไม่ต้องเสียภาษีจากผลกำไรจากการเทขายหุ้น เป็นเงินถึง 76,000 ล้านบาท เพราะขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ แต่ถ้าเป็นคนที่เสียสละหาโอกาสช่วยเหลือประเทศแล้ว  เงินรายได้ส่วนบุคคลที่ต้องเสียภาษี 37% เป็นเงินประมาณ สองหมื่นกว่าล้านบาท ท่านควรจะบริจาคให้หลวงเพื่อไปช่วยเหลือคนยากจนโดยเฉพาะ แต่ดร.ทักษิณกลับไม่ทำ จนมีเหตุการณ์และกลับประเทศไทยไม่ได้ และคงไม่อยากจะติดคุกไทย จนถึงปัจจุบัน ถ้าเงินซื้อเวลากลับไปถึงวันนั้นได้ ท่านคงจะยอมบริจาคให้หลวง

                “ชีวิต” สิ่งสำคัญในชีวิตก็คือ ลมหายใจ ถ้าเรามีเงินแต่เจ็บป่วยจนในที่สุดต้องตาย โดยหาเงินมาแทบตาย แต่กลับให้คนอื่นเอาไปใช้แทน แล้วจะหาเงินไปทำไม  ชีวิตเราควรอยู่แบบมีคุณภาพ กินแบบเข้าใจเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน จึงเป็นเรื่องที่พวกเราต้องหมั่นปฏิบัติ อยู่อย่างมีความหวัง ทำงานที่ชอบที่ถนัด หาเวลาไปพักผ่อนในสถานที่แปลกๆ คบหาสมาคมกับคนอื่นๆ ผมมีเพื่อนฝรั่งคนหนึ่งเขาสอนผมว่า  “You Do Not Have To Know A Lot of People; But You Need To Know People Who Know A Lot.” แปลว่า “เราไม่ต้องรู้จักคนมากมาย แต่เราควรรู้จักคนที่มีความรู้มากก็พอ”

                สุดท้าย “มิตรแท้” กัลยาณมิตร หาไม่ง่ายเลยในสังคมของเรา เพื่อนแท้ เพื่อนตาย เพื่อนที่คอยช่วยเหลือเพื่อนอย่างจริงใจ โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน ให้สิ่งดีๆ ด้วยความจริงใจ ซึ่งเราจะอยู่ตัวคนเดียวในสังคมคงไม่ได้ เพราะเราต้องพึ่งพาคนอื่นในสังคมทั้งนั้น แบบที่ว่า “นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน บันไดไม่สูง อนาคตไปได้ไม่ไกล” มีหลายคนที่ผมได้เจออยู่เป็น 30-40 ปี ไม่มีเพื่อนแท้สักคน พอเจ็บปวดต้องตายในอพาร์ตเมนท์อย่างโดดเดี่ยว… กว่าคนข้างบ้านจะรู้ ศพก็ขึ้นอืด ส่งกลิ่นไปข้างบ้าน เขาถึงได้เรียกตำรวจเข้าตรวจสอบ น่าเวทนามากๆ

                มาเข้าเรื่องวันนี้… กรณีมีคนไทยโดนเบี้ยวจากการเล่นแชร์ มาขอคำปรึกษา ซึ่งผมเคยเขียนในหัวข้อ “(ขวัญ) สลายของคนเล่นแชร์” เมื่อถูกท้าวแชร์เบี้ยว แชร์ล้มก่อนได้เงินต้นที่อุตส่าห์ส่งมาเกือบ 15 งวดๆ ละ $1,000 ต่อเดือน มีคนเล่นทั้งหมด 20 มือ ซึ่งเรื่องเแชร์นี้อยู่กับคนไทยเรามาช้านาน ตั้งแต่ผมจำความได้ คุณแม่ก็เล่นกับเพื่อนบ้าน หรือกับญาติๆ กัน บางครั้งก็ถูกท้าวแชร์หนี หลังจากรับดอกเบี้ยมาสัก 10 งวด (จากทั้งหมด 20 งวด)

                จนเมืองไทยต้องออก พ.ร.บ. การเล่นแชร์ ในปี พ.ศ. 2534 เลยนะครับ ขอเล่าสู่กันฟัง…

เหตุผลที่พวกเราชอบเล่นแชร์นั้น เนื่องจากเป็นการเก็บเงินสะสมแบบหนึ่ง ได้ทั้งดอกเบี้ย คือ ค่าเปีย ที่คนเปียได้ ต้องจ่ายให้ลูกแชร์ที่ยังไม่ได้เปีย ส่วนใหญ่จะเล่นกันในกลุ่มบุคคลที่ใกล้ชิดกัน ทำงานด้วยกัน และรู้จักกัน อาศัยความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้ได้เงินก้อนจำนวนหนึ่งไปใช้จ่าย หรือใช้ในการลงทุนธุรกิจ โดยมีผลตอบแทนที่สูงกว่าผลตอบแทนในการฝากกับธนาคาร และไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ เพราะรับกันแบบเงินสดเป็นส่วนใหญ่ หรือมีการจ่ายเป็นเช็ค (ล่วงหน้า) แบบไม่ต้องลงวันที่ เปียได้แล้วค่อยนำไปเข้า

                การเล่นแชร์ที่เมืองไทยจึงเป็นการเล่นแชร์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะมีพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 รับรอง  ซึ่งได้บัญญัติคำนิยามของการเล่นแชร์ว่า หมายถึง “การที่บุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป ตกลงกันเป็นสมาชิกวงแชร์โดยแต่ละคนมีภาระที่จะส่งเงินหรือทรัพย์สินอื่นใด รวมเข้าเป็นทุนกองกลางเป็นงวดๆ เพื่อให้สมาชิกวงแชร์หมุนเวียนกันรับทุนกองกลางแต่ละงวดนั้นไป โดยการประมูล (เปีย) หรือโดยวิธีอื่นใด และให้หมายถึงการรวมทุนในลักษณะอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง”

                กฎกระทรวงพูดถึงกรณีบุคคลธรรมดา หรือประชาชนทั่วไป มีข้อกำหนดห้ามมิให้หัวหน้า (ท้าวแชร์ ) หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ รวมกันมากกว่า 3 วง หรือมีจำนวนสมาชิกวงแชร์รวมกันทุกวงมากกว่า 30 คน หรือมีทุนกองกลางต่อ 1 งวด รวมกันทุกวงมากกว่า 300,000 บาท หรือจัดให้มีการเล่นแชร์ โดยท้าวแชร์ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น นอกจากสิทธิที่จะได้รับทุนกองกลางในการเข้าร่วมเล่นแชร์ในงวดหนึ่งงวดใดได้ โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย หากผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุก หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้ามีเจตนาจะไม่ทำวงแชร์ให้เป็นไปตามเจตนาของลูกแชร์ตั้งแต่ต้น หลังจากนั้นเมื่อได้เงินแล้วก็เชิดเงินหลบหนี สมาชิกหรือลูกวงแชร์สามารถไปแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญาฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาไทย มาตรา 341 หรือแอบอ้างชื่อลูกแชร์ไปเปียเอง ก็ถือว่ามีเจตนาฉ้อโกง กฎหมายนี้อยู่ในความดูแลของกระทรวงการคลัง กลุ่มงานป้องกันและปราบปรามการเงินนอกระบบ  สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง โทร. 02-273-9021 ต่อ 2627-32 หรือศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ โทร. 1359

                ที่เขียนมานี้เผื่อท่านมีญาติ หรือเพื่อนที่เมืองไทยถูกเบี้ยวจากการเล่นแชร์ ก็สามารถฟ้องร้องได้ทั้งทางแพ่ง และอาญา

                ตอนนี้มาถึงกฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนียบ้าง ผมเคยเขียนเรื่องนี้เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2555 ใช้หัวข้อว่า “ขวัญ (สลาย) ของคนเล่นแชร์” ขอนำมาลงอีกครั้งนะครับ…

ก็มีเรื่องที่คนไทยด้วยกันเองนั้นแหละ โกงลูกแชร์ หลังจากหัวหน้าแชร์เกิดไม่มีสตางค์จะจ่ายลูกแชร์หลังจากที่พวกเขาอุตส่าห์สะสมเงินทุกๆ เดือนมามอบให้ เพื่อคิดว่าจะได้เงินเป็นกอบเป็นกำ และได้ดอกเบี้ยเป็นประจำเดือนอีกต่างหาก ถ้าคุณรอถึงมือท้าย ๆ ของการเล่นแชร์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเล่นกันประมาณ 12-24 มือ ก็ประมาณ 1-2 ปีถึงจะจบ มีทั้งมือเล็กระหว่าง $200 - $1,000 ต่อเดือน หรือมือใหญ่ก็เป็น $1,000 ขึ้นไปก็มี ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกนักธุรกิจหรือคนทำงานที่อยากจะได้ดอกเบี้ย และเป็นการสะสมสตางค์ไปด้วย ได้ดอกเบี้ยดีไม่มีการแจ้งภาษี ส่วนใหญ่จ่ายด้วยเงินสด

เรื่องนี้ต้องมาแยกแยะถึงเจตนารมณ์ (Intent) ของท้าวแชร์ (หัวหน้า) ว่าเป็นการหลอกลวง (เป็นคดีอาญา) หรือเป็นการกู้ยืมเงินกัน ช่วยเหลือกัน (เป็นคดีแพ่ง)  อาจจะเป็นการชวนเชื่อให้ลูกแชร์หลงเชื่อว่า มาช่วยเขาหน่อย ดอกเบี้ยดีมากๆ แถมยังโมเมว่ามีคนร่วมเล่นลงชื่อแล้วหลายๆ คน โดยการใส่ชื่อ นาย ก, นาย ข เจ้าของธุรกิจที่รู้จักน่าเชื่อถือ แต่ที่จริงแล้วมันเป็นเกมส์ เพราะพวกลูกแชร์พวกนี้อาจจะไม่มีตัวตน เป็นหน้าม้าที่ท้าวแชร์นำมาหลอกลวงให้ลูกแชร์เชื่อถือ ว่ามีคนนั้นคนนี้ ก็เล่นด้วยนะ อันนี้เป็นคดีอาญา ซึ่งผมได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบสวนของสำนักงานอัยการของแอลเอ เคาน์ตี้ คุณคริส (Chris Oppenborn, Senior Investigator) ลูกครึ่งไทย คงจำกันได้ เขาเป็นคนจับกุม และฟ้องทางอาญากับนางเปรมมณี ที่โกงเงินบริจาคของพี่น้องที่จะนำไปช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วมของสมาคมปักษ์ใต้ 

คุณคริสบอกว่าหัวหน้าแชร์ทำแบบนี้เป็นคดีอาญาแน่นอน ซึ่งฝรั่งเขาก็เล่นคล้ายๆ กันที่เรียกว่า PONZI SCHEME หรือ PYRAMID แชร์แม่ชม้อยนั่นเอง และเมื่อเร็วๆ นี้มีการจับกุมรายใหญ่ 3 คน โดยมีการชวนลงทุนเพื่อที่จะขายนมสดส่งให้ดิสนีย์แลนด์ มีผู้หลงเชื่อประมาณ 40 ราย ลงทุนตั้งแต่ $2,000 - $100,000 กับผู้ต้องหา 3 คน คือ นาง Maricela Barajas อายุ 42 ปี, นาง Juliana Menefee อายุ 51 ปี และนาง Eva Perez อายุ 52 ปี ทุกคนถูกตัดสิน และจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 20 ปี และถูกบังคับให้จ่ายเงินคืนถึง $7,037,225  ข้อหา (Securities Fraud และ Using Device to Defraud) ซึ่งทางสำนักงานเชอริฟ มีหน่วยพิเศษ 2 หน่วยที่จะเข้ามาดูแลเรื่องพวกนี้โดยเฉพาะ คือ Commercial Crimes Bureau เบอร์โทรศัพท์ 562-946-7217 หรือ หน่วยเฉพาะกิจดูแลคนเอเชีย Asian Task Force (A.T.C.) เบอร์ 626-934-3067

ฉะนั้น ถ้าลูกแชร์ที่ถูกโกงหรือถูกหลอก ก็สามารถแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้านท่านก่อน พร้อมหลักฐานการรับ-จ่ายเงิน เช็คที่เขียนไว้ล่วงหน้า ใบโพยที่มีรายชื่อผู้เล่นแชร์ทั้งหมด ค่างวด ค่าดอกเบี้ย เป็นต้น ถ้ามีหลักฐานพอ ตำรวจก็จะตั้งข้อหากับท้าวแชร์ Grand Theft (PC 487) การโกงขโมยเงินหรือสินค้า ที่มีราคา $950 ขึ้นไป (จากเดิม $400) เป็นคดีร้ายแรง (Felony) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปต่อคดี ถ้ามีลูกแชร์แจ้งความสัก 10 คน เจอ 10 กระทง ก็อาจถูกจำคุก 30 ปีได้

อีกกรณีหนึ่่ง… ถ้าเป็นการกู้เงินกันแบบสมยอมโดยจะมีสัญญาที่ให้ด้วยปากเปล่า หรือลายลักษณ์อักษร แต่ไม่มีเจตนาและความจงใจที่จะโกงตั้งแต่เริ่มแรก คือไม่มีการหลอกลวง หรือการโฆษณาชวนเชื่อ ก็เป็นคดีแพ่ง โดยผู้เสียหายสามารถที่จะนำเรื่องขึ้นฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายได้ ไม่เกิน $10,000 โดยไม่ต้องใช้ทนายความ ยื่นเรื่องฟ้องที่ศาลย่อย (Small Claims Court) ศาลก็จะนัดไปไต่สวน และตัดสินคดี และถ้าคุณชนะ ผู้เสียหายจะนำเอาคำตัดสินเสมือนเป็นคำสั่งศาล (Judgment)ไปยื่นธนาคาร หรือกรมที่ดิน เพื่อให้อายัดเงิน (Levy) และอายัดการโอนชื่อทรัพย์สินได้ (Lien)

ฉะนั้น ขอเตือนว่า คนไทยด้วยกัน อย่าโกงกันเลยครับ นอกจากจะถูกดำเนินคดีทั้งอาญา หรือแพ่งแล้ว ยังถูกลูกแชร์ หรือผู้เสียหายสาปแช่งทุกๆ วัน สร้างบาปทันตาเห็น บางรายอยู่อย่างทรมาน คอยหลบๆ ซ่อนๆ ชาวบ้าน พอตอนตายก็ตายแบบทรมานน่าสมเพช (โหง) แน่นอนครับ เพราะเห็นมาหลายราย ฉะนั้นควรไปเคลียร์ หรือแบ่งผ่อนก็ยังดีกว่าเบี้ยวเขาเลย เงินของใคร ใครเขาก็หามาลำบากกันทั้งนั้น ใครๆ ก็รักเงินของเขาทั้งนั้น...  โชคดีครับ