Get Adobe Flash player

ความสัมพันธ์ระหว่าง ตำรวจ กับ ชนกลุ่มน้อย โดย คิด ฉัตรประภาชัย

Font Size:

                วันก่อนได้มีโอกาสเข้ารับฟังการสัมมนาในหัวข้อ “Policing Communities of Color” ซึ่งพอจะแปลได้ว่า ตำรวจจะเข้าดูแลชนกลุ่มน้อยกันอย่างไร ซึ่งในที่นี้ก็หมายถึง ชุมชนชาวผิวดำ (แอฟริกัน-อเมริกัน), ชาวผิวเหลือง (ชาวเอเชีย), ชาวฮิสเปนิคส์ และกลุ่มอื่นๆ

                จากการที่ตำรวจถูกกล่าวหาว่าทำเกินกว่าเหตุบ่อยครั้ง โดยใช้กำลังขั้นสูงสุด คือ ใช้อาวุธยิงผู้ต้องหาจนถึงแก่ชีวิต ได้สร้างความโกรธเกลียดตำรวจโดยรวม มีการประท้วงกันโดยมีบุคคลกลุ่มพวกหนึ่งฉวยโอกาสจุดไฟเผาธุรกิจหลายแห่ง แม้แต่อพาร์เม้นที่กำลังสร้างให้คนจนอยู่ก็ถูกเผา ทั้งยังแห่กันเข้าขโมยของตามร้านต่างๆ ราวกับบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป อย่างที่เมือง Ferguson, Missouri เมืองชนบทใกล้เมือง St. Louis โดยนาย Michael Brown เด็กหนุ่มคุณมืด อายุ 18 ปี ถูกตำรวจคนขาว อายุ 28 ปี Officer Daren Wilson ยิงตาย โดยคณะลูกขุนได้ตัดสินไม่ฟ้องตำรวจนายนี้ เพราะจากการสืบสวนพยานหลายสิบปาก เชื่อว่าตำรวจยิงนายบราวน์ เพื่อป้องกันตัว ไม่ผิด แต่ได้สร้างความไม่พอใจต่อชุมชนคุณมืด มีการประท้วงในเมืองใหญ่ๆ หลายเมือง ตำรวจต้องทำหน้าที่อย่างหนัก และที่ลอสแอนเจลิส ก็มีเหตุคล้ายๆ กันหลายคดี จนขวัญและกำลังใจของตำรวจอดหู่ในขณะนี้ไม่อยากจะทำอะไรที่ไม่ใช่หน้าที่ นอกจากไประงับเหตุเมื่อได้รับแจ้งเท่านั้น (Reactive) แล้วจะคอยตรวจตรหาผู้กระทำผิดไปทำไม (Proactive) เพราะอาจจะเดือดร้อน มีเรื่องมีราว และอาจถูกสังคมประนามว่าทำเกินกว่าเหตุ แถมยังอาจถูกตัดอนาคตในอาชีพตำรวจอีก บางรายยังถูกกดดันให้ลาออก เช่น Officer Daren Wilson ถึงแม้ว่าคณะลูกขุน (Grand Jury) และอัยการสั่งไม่ฟ้อง เพราะปฎิบัติตามหน้าที่

                ข้อสรุปจากการสัมมนา ที่ทางสมาคม Asian Pacific American Bar Association of Los Angeles County (APABA) บอกว่า ชุมชนต้องมีความรู้เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของตนเอง ต้องเข้ามีส่วนเข้าร่วมในการวางนโยบาย หรือเปลี่ยนแปลงการทำงานของตำรวจในการปฏิบัติกับชุมชนกลุ่มน้อยต่างๆ (Reform) สนับสนุนองค์กรอิสระในการตรวจสอบการทำงานของตำรวจ (ACLU) เพื่อป้องการการกระทำอันรุนแรงของตำรวจ และร่วมหาทางพัฒนาความสัมพันธ์กับตำรวจในท้องที่เพื่อความสงบสุขร่วมกัน

                คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า อาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่ต้องเสี่ยงกับความเป็นความตาย ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกๆ ครั้งที่ออกปฏิบัติหน้าที่ การตัดสินใจในเสี้ยววินาที อาจจะทำให้ตำรวจตกเป็นผู้ต้องหา หรือฮีโร่ได้ ในกรณีที่ต้องตัดสินใจในการใช้อาวุธในการหยุดการกระทำของผู้ร้ายที่กำลังบ้าคลั่งไม่ยอมทำตามคำสั่งของตำรวจ ตำรวจถูกฝึกให้ใช้อาวุธในระดับต่างๆ ซึ่งมีหลายระดับ เช่น การใช้สเปรย์พริกไทย (Pepper Spray), กระบอง (Baton), ปืนช๊อตไฟฟ้า (Taser), ใช้สุนัขตำรวจเข้ากัด (Canine Bite) หรือใช้ปืนยิง( Firearm) ซึ่งเป็นการใช้อาวุธขั้นสุดท้าย (Deadly Force) แต่ถึงกระนั้นก็ตาม จากสถิติที่ทาง F.B.I. ได้เก็บรวบรวมรายงานว่า ในปี 2014 มีตำรวจต้องเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ถึง 51 ราย เพิ่มจากจำนวน 23 รายในปี 2013  โดยเพิ่มขึ้นถึง 89%

                ดังนั้นกระทรวงยุติธรรม (Justice Department) ได้อนุมัติงบประมาณพิเศษ $25 ล้านเหรียญ สนับสนุนการติดกล้องถ่ายวิดีโอติดตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจให้กับสถานีตำรวจต่างๆ (Body Camera) ซึ่งตามสถิติ เมื่อตำรวจมีกล้องติดตัว การกระทำและคำพูด ที่ไม่เหมาะสมได้ลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ (90%) การร้องเรียนจากประชาชนหรือผู้ต้องหาลดลงหมดสิ้น ดูจากกร๊าฟประกอบ

                สมาคมตำรวจจึงสนับสนุนให้สมาชิกตำรวจของตนติดกล้องวิดีโอในตัวเพื่อป้องกันการถูกผู้ต้องหากล่าวหาฟ้องร้องในภายหลัง ตอนนี้ทาง LAPD และ Sheriff ก็เริ่มทดลองใช้กับเจ้าหน้าที่สายตรวจ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีข้อกฎหมายที่อาจจะต้องปิดเครื่องวิดีโอที่ตัวในบางกรณี เช่น

1. ตามกฎหมายแคลิฟอร์เนีย PC Section 632 ห้ามบุคคลใดอัดเทปในการสนทนา หรือภาพ ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากคู่สนทนา หรือคู่สนทนาเชื่อว่าการสนทนานี้เป็นการสนทนาส่วนตัว (Private or Confidential) แต่มีกฎหมายยกเว้น PC 633 ยกเว้นตำรวจเชอรีฟหากเป็นการบันทึกเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนทางอาญา โดยสามารถอัดเทปได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากคู่สนทนา

2. การบันทึกเทปในขณะเข้าบ้านของประชาชน ตำรวจต้องใช้วิจารณญาณว่าควรจะบันทึกเทปหรือไม่ ต้องขออนุญาตจากเจ้าของบ้านหรือเปล่า ต้องสามารถอธิบายได้ว่า ทำไมถึงต้องถ่ายวิดีโอเทปในบ้านของประชาชน การถ่ายวีดีโอในโรงพยาบาล ในห้องน้ำ ห้องแต่งตัว ก็ไม่สามารถทำได้ นอกจากจะมีเหตุผลอันสมควรในการสืบสวนคดีอาญาที่เกี่ยวเนื่องกัน

3. ทนายความของผู้ต้องหาสามารถขอดูเทปได้เพื่อใช้ในการต่อสู้คดีด้วย

                ฉะนั้น การทำงานของตำรวจซึ่งปกติตำรวจเมื่ออยู่ในที่สาธารณะก็มีคนคอยถ่ายการทำงานของตำรวจอยู่แล้ว เพียงแต่ตอนนี้ตำรวจก็มีกล้องติดตัวถ่ายเหตุการณ์จริงเพื่อป้องกันการถูกใส่รายป้ายสีได้เหมือนกัน สรุปทั้งสองฝ่ายคือตำรวจและประชาชนได้ใช้เครื่องมือสมัยใหม่ในการค้นหาความจริงที่ไม่ต้องตัดต่อหรือเสริมแต่ง เราจึงควรระมัดระวังการกระทำ และคำพูดที่มีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะภาพและเสียงอาจจะถูกนำมาใช้ประกอบรูปคดีในภายหลังได้ จากประสบการณ์ของผมที่ได้ทำงานสายตรวจ ไม่เคยเห็นตำรวจคนไหนเลือกจับคนจากสีผิว เผ่าพันธุ์ หรือชาติหนึ่งชาติโดยเฉพาะ ชาติไหนผิวสีไหนถ้าทำผิดก็ต้องจับทั้งนั้นละครับ

โชคดีครับ