Get Adobe Flash player

บทความพิเศษ โดย คิด ฉัตรประภาชัย

Font Size:

                                                                                

 “สยาม เมืองยิ้มที่รักของเราตลอดกาล”

                วันนี้เขียนจากกรุงเทพมหานคร โดยมีโอกาสติดตามคณะดนตรี “The Platters” คณะดังในอดีตสมัย 1953 มาแสดงโชว์ที่ประเทศไทย 3 โชว์ หนึ่งโชว์ร่วมกับนักร้องไนท์คลับไทยที่ดังในอดีต เช่น คุณพราวตา ดาราเรือง, นิตยา นนทบุตร, ไฉไล ไชยทา, ไชยา สุริโย, รุ่งพิรุณ เมธารมณ์, รุจิลาภา พัฑฒนะ, สุวณีย์ เนื่องนิยม นำทีมโดย เพ็ญพิมพ์ จิตรธร ซึ่งทั้งหมดได้ย้ายไปทำมาหากินที่ลอสแองเจลิสเป็นเวลานับสิบปี โดยมีผู้สนับสนุนสำคัญผลักดันให้โชว์ดีๆแบบนี้เกิดขึ้นคือ ท่านสมใจนึก เองตระกูล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหลักๆคือเป็นประธาน บริษัท ทิพยประกันภัย (มหาชน) และ บริษัทนกแอร์ (มหาชน) การแสดงประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ สรุปชาวไทยสูงวัย (ส.ว.) ยังคงจำความหลังเพลงดังในอดีตได้แม่นยำ เพราะร่วมสนุกร้องเพลงพร้อมกับนักร้อง ดังสนั่นในห้องประชุมใหญ่ของศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ชมมากว่า 1400 คน เพลง ONLY YOU, GREAT PRETENDERS, SMOKE GETS IN YOUR EYES ยังพิสูจน์ว่าเป็นเพลงดังตลอดกาล พวกเขายังได้เดินทางไปแสดงที่จังหวัดเชียงรายที่โรงแรมดุสิตธานีไอร์แลนด์ โดยการสนับสนุนของนกแอร์ บินจากสนามบินดอนเมืองด้วยเครื่องใหม่ AIR BUS – A320-200 เบาะหนังพร้อมพนักงานเสริฟบนเครื่องมารยาทงาม ผมหวังว่าคงจะมีโอกาสบริการมาถึงลอสแองเจลิสแทนสายการบินไทยที่กำลังจะหยุดการบินสายกรุงเทพ – ลอสแองเจลิส ในวันที่ 25 ตุลาคม 2558 นี้ น่าเสียดายและเห็นใจเพราะจะมีพนักงานท้องถิ่นที่จะตกงานหลายๆคนที่รู้จัก

                คนเชียงรายเป็นคนที่น่ารักมาก พูดจาอ่อนน้อม สนุกสนานกับคอนเสิร์ตกว่า 300 คน เป็นแขกรับเชิญของท่านสมใจนึกโดยไม่มีการจำหน่ายบัตร ประทับใจไปตามๆกัน รายได้จากการแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรมส่วนหนึ่งก็จะนำไปบริจาคให้สภากาชาดไทยและอีกส่วนหนึ่งจะนำไปให้มูลนิธิดำรงพุฒตาล ขอบคุณท่านสมใจนึกที่มีความรักเพลงดังในอดีตนำวงอมตะและนักร้องมาคืนความสุขให้คนไทยดูเป็นประจำและได้ทราบว่าในเดือน พฤศจิกายนนี้จะนำนักร้องดังในอดีตมาเล่นที่เมืองไทยด้วย

                กลับมากรุงเทพครั้งนี้ ผมรู้สึกทันทีว่าบ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยมากโดยไม่มีการเดินขบวนเหมือนครั้งก่อน ผู้คนก็เยอะเหมือนเดิมตลอดเวลาทั้งวันทั้งคืน สังเกตุรถไฟฟ้า บนดิน ใต้ดิน มีผู้คนใช้แน่นตลอดสายเพราะรถราบนถนนก็จะติดกันแทบทุกสาย แต่จากการสอบถามประชาชนที่ทำมาหากินทั่วๆไปเช่น คนขับรถแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ ร้านอาหาร(ห้องแอร์) ตลอดจนคนทำงานกลางคืน เช่น เบียร์บาร์คาเฟ่ ร้านนวด แม้แต่สถานที่ อาบอบนวด บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เศรษฐกิจแย่ลงมากคนไม่มีเงินไม่ออกมาใช้จ่ายหลัง 6 โมงเย็น มีแต่ร้านอาหารข้างถนนที่ยังคงราคาประหยัดระหว่าง35 – 50 บาทต่อจานที่ยังคงมีคนอุดหนุนหนาแน่น สถานบันเทิงบางแห่งมีการโปรโมทแบบลด แลก แจก แถมกันเลย ก็ยังหาลูกค้าเข้าใช้บริการน้อย ในทางตรงข้ามปัญหาอาชญากรรมได้เพิ่มความถี่และความรุนแรงขึ้น จากข่าวต่างๆ เช่น การปล้นจี้ ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7 – 11 ซึ่งขับมอตอร์ไซค์ปล้นคืนเดียว 7 แห่งในหลายท้องที่ มีการวิ่งราวทรัพย์กระเป๋าสะพาย ความเครียดลูกฆ่ายกครัวไม่เว้นทั้งพ่อ แม่ ลูก เมีย แล้วก็ฆ่าตัวตายตาม เด็กวัยรุ่นผิดหวังรัก ฆ่าผูกคอตายทั้งคู่ ฝ่ายหญิงอายุแค่ 16 ปีและฝ่ายชายอายุแค่ 21 ปี

ตลอดจนกระทั่งเศรษฐีก็ยังตายแบบมีปริศนา ดังเช่นนายชูวงษ์ แซ่ตั้ง ซึ่งไม่น่าจะต้องตายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์โดยคนขับเป็นอดีตนายตำรวจ อดีตรัฐมนตรี ไม่เป็นอะไร ซึ่งก็ต้องดูกันว่า ตำรวจไทยจะสามารถตอบคำถามสังคมและญาติผู้ตายได้หรือเปล่า เพราะมีการโอนหุ้นมูลค่ากว่า 200 ล้านบาทให้กับพริตตี้ได้อย่างไรด้วยความเสน่หา นี่ก็ได้ข่าวว่า จะมีการอภัยโทษผู้ต้องขังกว่า 20,000 คนทั่วประเทศในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระบรมราชินีนาถในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ประชาชนก็เกิดความหวาดกลัวต้องระมัดระวังมากขึ้นเพราะไม่สามารถพึ่งพาตำรวจได้เพียงลำพัง สังเกตุคนไม่ใส่ทองรูปพรรณกันเพราะกลัวถูกปล้นจี้ถ้าคนใส่ถามดูก็บอกว่าเป็นของปลอมถ้าถูกจี้ก็ให้มันไปเลย คนไทยแทบทุกคนมีมือถือแบบ SMART PHONE กดไลน์กันทั้งวันทั้งคืนก็ไม่รู้ว่ามันจะคุยอะไรกันหนักหนาทำให้บริษัทมือถือเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้แบบถาวร เอ้อโทรทัศน์มีให้ดูกันไม่รู้กี่สิบช่องเกินความจำเป็นจริงๆโฆษณากันเต็มไปหมดดูแล้วก็เสียความรู้สึกจริงๆเหมือนTV ไทยในอเมริกา ส่วนใหญ่เป็นช่องขายสินค้าให้ชาวลาวเพื่อความอยู่รอด แต่อย่างไรก็แล้วแต่คนไทยก็ยังยิ้มแย้มแจ่มใสนำความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติซึ่งมาแล้วต้องกลับมาอีก

อีกประการหนึ่งเงินบาทเราอ่อนค่าลงมาถึง 35 บาทต่อดอลล่าร์แล้ว ฉะนั้นคนไทยที่รอจะกลับมาเที่ยวก็รีบมาเถอะครับรับรองคุณใช้จ่ายได้อย่างสนุกมือ ผมไปมาเก๊า ก๋วยเตี๋ยวเขาชามละ HK$109 หรือประมาณ 500 บาทไทย ในขณะที่คนไทยผมกินข้าวหมูแดง บะหมี่น้ำหมูแดง น้ำเปล่า 1 ขวด (ดูจากรูป) ราคา 97 บาท ($2.77 US) หาได้ที่ไหนครับ

                อีกเรื่องที่ต้องขอความร่วมมือสำหรับคนไทยโพ้นทะเลที่มีหลายคนอยากจะมาลงทะเบียนขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ นี่เป็นเงินที่ทางรัฐบาลอยากจะช่วยเรื่องคนชราที่ยากลำบากลูกหลานไม่ได้ช่วยเลี้ยงดู โดยช่วยเงินเล็กน้อย 60 ปีได้ 600 บาต่อเดือน 70 ปีได้ 700 บาท แต่คนไทยที่มีที่อยู่ถาวรในต่างประเทศกลับจะมาเคลมเงินนี้ซึ่งเป็นการเอาเปรียบคนไทยที่อยู่ที่นี่ที่เขามีความจำเป็นถือว่าเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ บางคนยังจะมีหน้าบอกว่าเอาไปทำบุญ โอ้ยคิดได้ไง มันเหมือนกับว่า โจรที่ปล้นเงินคนอื่นเขามาแล้วเอาไปทำบุญอย่างนี้จะได้บุญได้อย่างไร หรือแม้แต่ข้าราชการโกงเงินของรัฐเอาไปทำบุญก็เหมือนกันน่าอับอาย ขอร้องให้คนไทยอยู่ต่างประเทศขอให้เสียละสิทธิ์ให้รัฐบาลเอาเงินนี้ไปให้คนอื่นที่เขาจำเป็นเถอะครับ เงินแค่ $20 – 30 เหรียญต่อเดือนมันไม่มากสำหรับพวกเราที่อยู่อเมริกา แต่มันมีความหมายสำหรับคนไทยที่เมืองไทยมากมาย อย่าทำให้ผู้นำอย่างอดีตนายก นายสมัคร สุนทรเวช ที่เคยบอกว่าคนไทยโพ้นทะเลไม่เคยเสียภาษีให้ประเทศไทยยังจะมาเรียกร้องสิทธิ์อะไร สมัยที่พวกเราอยากได้สิทธิ์ลงเลือกตั้งในต่างประเทศ ยังจำได้ไหม คุณควรจะทำหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรไปในเขตของท่านว่าท่านสละสิทธิ์ เผื่อเขาจะโกงสิทธิ์เบิกเงินแทนเราได้

                ชาวไทยในต่างแดนต้องช่วยกันมอบสิ่งดีๆให้ประเทศไทย ทำหน้าที่ทูต อย่าคิดหรืออยากเอาอะไรจากประเทศไทยเลยครับ แค่เราเกิดมาเป็นคนไทยมีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็เป็นบุญคุณและโชคดีอันใหญ่หลวงแล้ว

 

                                                                                                                โชคดีครับ