Get Adobe Flash player

สวัสดีปีวอก 2559/2016... ลิงไฟ จะพาก้าวไกลถึงจุดหมาย โดย คิด ฉัตรประภาชัย

Font Size:

                                                          

ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่นี้ ผมขอมอบบทกลอนที่ได้แต่งให้กับทุกๆ คน

ขออาราธนา..  สิ่งศักดิ์สิทธิ์...ในสากลโลก

ช่วยปกป้อง...  ชนชาวไทย... ให้พ้นทุกข์

พบแต่สุข...      สวัสดิชัย...     กันทั่วหน้า

มากด้วยรัก...    สามัคคี...       ด้วยดีเทอญ

            ในปีใหม่นี้เราได้ตั้งใจ หรือวางแผนในการพัฒนาชีวิตเราอย่างไร เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว และจะผ่านไปเพียงครั้งเดียว เรียกกลับไม่ได้อีกแล้ว

           ถ้าเราอยู่อย่างไม่มีจุดมุ่งหมายก็เหมือนกับเรือที่แล่นโดยไม่มีหางเสือ สุดแต่ลมและพายุจะพัดพาไปทิศทางไหน หรืออะไรคือคุณค่าแห่งชีวิต อะไรคือความสุขของชีวิต เป้าหมายของชีวิตเราคืออะไร เราจะทำตัวอย่างไรให้อยู่เย็น และเป็นสุข ไม่ว่าคุณจะมีตำแหน่ง มีทรัพย์สินเงินทองเท่าไร ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมีความสุขเลย เพราะนั่นเป็นสุขจากวัตถุ สุขจากการสมมุติ ไม่ใช่สุขจากใจ

           ในทางตรงข้าม คนที่มีเงินไม่มาก มีงานธรรมดา กลับมีความสุข ใจไม่ทุกข์ มีกัลยาณมิตรที่ดี ทำงานที่ชอบ และพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ มีคุณธรรม ศีลธรรม อ่านในสิ่งดีๆ เพราะการอ่านจะทำให้เรามีความรู้ เอาประสบการณ์ผู้เขียนมาใช้กับตัวเราเองได้ หรือช่วยเหลือบอกต่อผู้อื่น

            ตอนนี้ประเทศไทยเรากำลังจะมีการปฏิรูปโครงสร้างทั้งระบบของหน่วยราชการ หากแต่เราจะต้องพัฒนาบุคลากรให้มีจิตใจ มีคุณธรรม จริยธรรม และเอาหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) ซึ่งสำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) คือคณะกรรมการที่รับผิดชอบงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐได้เสนอเป็นระเบียบปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วย 6 หลัก คือ หลักคุณธรรม, หลักนิติธรรม, หลักความโปร่งใส, หลักการมีส่วนร่วม, หลักความรับผิดชอบ และสุดท้าย หลักความคุ้มค่า ซึ่งที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ทั้งระดับสูง หรือระดับล่างที่สัมผัสกับประชาชน ไม่ได้ยึดหลักนี้ในการปฏิบัติเลย แต่กลับมีการยึดมั่นกับวลีอมตะที่ไม่สร้างสรรค์ บ่อนทำลายระบบโครงสร้าง  ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับรุ่นน้องๆ ในการใช้ปฎิบัติในวงจรนี้อย่างต่อเนื่อง เช่น

-          ไม่ฆ่าน้อง  ไม่ฟ้องนาย  ไม่ขายเพื่อน

-          รู้รักษาตัวรอด เป็นยอดดี

-          เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม

ผู้ยึดถือวลีเหล่านี้นั้นไม่คำนึงถึงความเสียหายต่อส่วนรวมหรือของประเทศชาติเลย เป็นระบบที่ไม่ทรยศหักหลังพวกพ้อง โดยไม่คำนึงถึงผลเสียของประเทศชาติ ถ้าระบบอุปถัมภ์ยังนำหน้าความรู้ ความสามารถและหลักธรรมาภิบาลแล้ว การแต่งตั้งคนที่มีเส้นสายมาเป็นใหญ่ แบบพวกใครพวกมัน ประชาชนก็หมดศรัทธา องค์กรนั้นก็ไม่สามารถพัฒนา เพราะมีการเลือกปฎิบัติโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่ประมูลงานจากหน่วยราชการต่างๆ ก็จำต้องจ่ายค่าน้ำร้อนน้ำชา เพื่อซื้อความสะดวก รวดเร็ว

แต่อย่าลืมว่าพวกเขาก็ต้องหาวิทีเอาเงินที่จ่ายใต้โต้ะไปกลับคืน ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม หรือใช้วัสดุที่ต่ำากว่าที่ทางการกำหนด  เจ้าหน้าที่ก็รู้เห็นเป็นใจด้วย เพราะรับเงินมาแล้ว  ผลลัพธ์คือ ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนเดือดร้อน แล้วเราจะเดินหน้าประเทศเราสู้ประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างไร อย่าลืมว่า เมืองไทยอยู่ในอันดับ 12 จาก 28 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคที่มีการคอรัปชั่นมากที่สุด ปัญหาอุบัติเหตุจัดเป็นอันดับ 2

และสถิติเป็นอันดับหนึ่ง ที่มีคนตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดในโลกจาก 177 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลปีใหม่ เฉลี่ยตายวันละ 50-70 คน จากคนขับที่ไม่เคารพกฎหมายจราจร เมาแล้วขับ มอเตอร์ไซค์ขับย้อนศร ขับบนฟุตบาท คิดแต่ว่าถ้าถูกจับก็จ่ายใต้โต้ะได้จนเคยตัว ฉะนั้นการปฏิรูปของทางหน่วยราชการนั้น ถ้าจะมีผลเป็นรูปธรรมแล้ว ผมคิดว่าน่าจะมีการปฏิรูปบุคคลก่อน ทั้งของภาครัฐ และประชาชนต้องให้ความร่วมมือเพื่อการแก้ไขปัญหา ขจัดข้าราชการเลวๆ เหล่านี้ โดยมีการปฏิรูปนโยบายควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรไปพร้อมๆ กัน เช่น…

บุคลากร – พัฒนาคนโดยอบรมเสริมความรู้ ใช้เทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้รวดเร็ว ส่วนทางด้านจิตใจ ก็ให้มีความสำนึกในความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ดูแลประชาชนอย่างพี่กับน้อง เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนรวม และประเทศชาติเป็นหลัก รัฐต้องดูแลสวัสดิการของข้าราชการและครอบครัวให้สามารถอยู่ได้อย่างพอเพียงและเพียงพอ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล

นโยบาย – จัดการกับกฎระเบียบที่สลับซับซ้อนที่ต้องตัดก็รีบทำ ให้ความกระชับรวดเร็วในการทำงาน การกระจายอำนาจออกไป ไม่ใช่มากระจุกอยู่ที่ส่วนกลางหรือกับคนคนเดียว ยอมรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะนำของประชาชนมาแก้ไขปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น

ทุกอย่างต้องตอบคำถามประชาชนได้ ยอมให้ตรวจสอบได้ถ้ามีข้อสงสัย เพราะเงินงบประมาณนั้นมันเป็นเงินภาษีของประชาชน แม้แต่เงินบริจาค ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติส่วนรวมเป็นหลัก รีบปฏิรูปขบวนการทางศาลไทย ให้มีบทลงโทษที่รวดเร็ว ซึ่งสาเหตุหนึ่งจากความล่าช้านี้ ทำให้ข้าราชการไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

โดยเฉลี่ยแล้ว คดีจะถึงที่สุดนั้น จะใช้เวลาราว 8-10 ปี จึงตัดสินว่าใครผิดถูก คนทำผิดก็ตายหรือหนีไปไหนต่อไหนแล้ว จึงไม่มีใครกลัวบทลงโทษแบบนี้ครับ คนดี คนเก่ง มีเยอะ ที่หายากคือ คนกล้า แต่ถ้าเขากล้าทำในสิ่งที่ถูกที่ควร พอมีเรื่องร้องเรียน นายกลับไม่ออกมาปกป้อง ข้าราชการดีๆ ก็หมดกำลังใจ ไปตามน้ำไม่ดีกว่าหรือ ผมมีเพื่อนที่รับราชการที่เมืองไทยหลายคนที่เล่าให้ฟังเช่นนั้น

ขอแสดงความยินดีกับลูกจ้างรายวันที่รับค่าแรงเป็นชั่วโมง ซึ่งเริ่ม 1 มค 2559 นี้ นายจ้างต้องจ่ายค่าแรงขั้นต่ำ 10 เหรียญต่อชั่วโมง จากเดิมที่รับ 9 เหรียญในรัฐแคลิฟอร์เนียครับ

สวัสดีปีใหม่ 2016 และ โชคดีครับ