Get Adobe Flash player

กลยุทธการแหกคุกของ 3 ผู้ต้องหาที่เหลือเชื่อ… โดย คิด ฉัตรประภาชัย

Font Size:

                วันนี้ขอเขียนเรื่องที่เป็นข่าวดังทั่วอเมริกาตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 22 มกราคม 2016 จนถึง วันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2016 (8 วันแห่งอิสรภาพ) ซึ่งเป็นการแหกคุกขั้นเทพที่เกือบจะสมบูรณ์แบบในตอนแรกในเมืองซานตา แอนนา ออเร้นจ์ เคาน์ตี้ แต่ต้องมาถูกจับได้หมดในตอนจบ เมื่อพวกเขาเหล่านี้ไม่มีแผนการรองรับว่าถ้าหนีออกมาแล้วจะไปไหนกัน แต่กลับมาทะเลาะกันเองในภายหลัง

                เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อตอนเกือบ 3 ทุ่ม ของคืนวันศุกร์ที่ 22 มกราคม 2016 ในทัณฑสถานของมณฑลออเร้นจ์เคาน์ตี้ เมืองซานตา แอนนา ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของแอลเอประมาณ 43 ไมล์ เป็นทัณฑสถานของเคาน์ตี้ซึ่งอยู่ในความดูแลของเชอริฟของมณฑลออเร้นจ์ เรียกว่า Men’s Central and Women’s Jail ซึ่งเป็นสถานที่ควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดจากเมืองต่าง ๆ ในออเร้นจ์เคาน์ตี้ ซึ่งมีอยู่ 34 เมือง มีประชากรรวม 3.1 ล้านคน โดยจะมีนักโทษที่ถูกส่งมาควบคุมที่นี่เป็นการชั่วคราว เพื่อรอขึ้นศาล และเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ก็จะถูกส่งต่อไปเรือนจำใหญ่ต่าง ๆ ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในกรณีที่มีโทษจำคุกมากกว่า 1 ปีหากเป็นคดีร้ายแรง (Felony)

                ทัณฑสถานของเคาน์ตี้นี้ก่อสร้างขึ้นในปี 1968 ปัจจุบันมีนักโทษชายอยู่ 1,433 คน และนักโทษหญิง 380 คน มีผู้บัญชาการ เชอริฟเป็นสตรี ชื่อ Sheriff Sandra Hutchens (อดีตเป็นผู้บังคับการตำรวจเชอริฟจากแอลเอ เคาน์ตี้) โดยได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งในปี 2010 และได้รับเลือกสมัยที่ 2 ในปี 2014 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งวาระละ 4 ปี ท่านปกครองดูแลผู้ช่วยเชอริฟ (Deputy) ประมาณ 4,000 คน ดูแล 16 เมืองในจำนวน 34 เมือง ที่ไม่มีตำรวจเป็นของตนเอง ตลอดจนดูแลสนามบิน จอห์นเวน ในเมืองซานตา แอนนา และขนส่งมวลชนในเคาน์ตี้ด้วย

                การแหกคุกครั้งนี้ คาดว่ามีการวางแผนมาตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2015 ถึง มกราคม 2016 และในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีการแหกคุกโดยเฉพาะหนีได้ทีเดียวถึง 3 คนเลย นี่มันไม่ใช่เรื่องธรรมดา ปกติจะมีการนับตัวผู้ต้องหากันวันละ 2 ครั้ง คือ ตอนตี 5 และอีกครั้งตอน 2 ทุ่ม

                วันศุกร์ที่ 22 มกราคม หลังจากการนับผู้ต้องหาเสร็จตอนตี 5

                นาย โจนาธาน ทิว (Jonathan Tieu) อายุ 20 ปี ชาวเวียดนาม-อเมริกัน

                นาย บัค ดวง (Bac Duong) อายุ 43 ปี ชาวเวียดนาม-อเมริกัน

                นาย โฮสเซน นาเยรี (Hossein Nayeri) อายุ 37 ปี ชาวอิหร่าน-อเมริกัน

                สามคนนี้อยู่ในห้องขังเดียวกัน มีการประสานวางแผนกันเป็นอย่างดี ได้ใช้เครื่องตัดเหล็ก ตัดลูกกรงลวดทางช่องลมขนาด 1/2 นิ้ว และมุดตัวผ่านทางท่อน้ำประปาขึ้นสู่ชั้นดาดฟ้า และใช้ผ้าปูที่นอนที่เตรียมกันไว้ ห้อยตัวลงไปได้ประมาณเวลา 5:15 A.M.

 

                วันศุกร์ที่ 22 มกราคม 2016 

5.15 A.M.   นาย ลอค บา (Loc Ba Nguyen) อายุ 50 ปี เพื่อนแก๊งค์ของผู้ต้องหาเวียดนามทั้ง 2 ขับรถมารอรับหลังจากผู้ต้องหาทั้งสามปีนลงจากตึกสูงถึง 4 ชั้น ตามภาพถ่าย

5.45 A.M.    นาย ลอค บา ได้ขับรถไปที่บ้านเขาที่อยู่ในเมือง Westminster ในย่านเมืองเวียดนาม (Little Saigon)

1.00 P.M.                    นาย ลอค บา ก็ขับรถพาผู้ต้องหาไปบ้านเพื่อนต่าง ๆ ใน

เมือง Westminster, Santa Ana, Huntington Beach

9.30 P.M.     ผู้ต้องหาได้โทรศัพท์เรียกรถแท็กซี่มารับ คนขับรถแท็กซี่ชื่อ นาย มา อายุ 71 ปี ได้ขับรถไปส่งที่ร้าน Target ในเมือง Rosemead ซึ่งห่างจากแอลเอประมาณ 20 ไมล์ คาดว่าคงจะเข้าไปซื้อของใช้ที่จำเป็นเพื่อใช้ในระหว่างหลบหนี

11.30 P.M.    นายบัค ดวง เอาปืนจี้คนขับรถแท็กซี่ เพื่อให้คนขับรถไปกับพวกเขา และได้เข้าพักที่โรงแรม Freemont Inn เมือง Rosemead กันทั้งหมด 4 คน

วันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2016

                4.30 P.M.    นายบัค ดวง ดูรถตู้แวนที่ประกาศขายผ่านทาง Craigslist (ก่อตั้งโดย นาย Craigs Newmark ในปี 1995 ที่ซานฟรานซิสโก เป็นโฆษณาขายของทุกชนิดทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์ Craigslist.org) โดยนัดดูรถในแอลเอ แล้วไปทดลองขับ และก็ขโมยขับหายไปเลย และกลับมาที่โรงแรมในเมือง Rosemead ตามเดิมโดยรีบเปลี่ยนโฉมตัวรถแวน งัดป้ายทะเบียนออก ซึ่งในขณะนั้นเจ้าของรถแวนได้แจ้งกับตำรวจท้องที่แล้ว ทั้งสี่พักที่โรงแรมฟรีม้อนท์อินน์ เป็นเวลาถึง 3 วัน ตั้งแต่ 24-26 มกราคม 2016

วันอังคารที่ 26 มกราคม ทั้งสามคน และคนขับแท็กซี่ ขับรถทั้งสองคัน (แท็กซี่กับรถแวนที่ขโมยมา) กลับมาที่เมือง Garden Grove ในออเร้นจ์เคาน์ตี้ ใกล้เมือง Westminster เพื่อส่งจดหมายให้กับแม่ของนายโจนาธาน ทิว เพื่อหลอกให้ตำรวจคิดว่าพวกเขายังอยู่ในเขตออเร้นจ์เคาน์ตี้ ขณะที่ทั้งสามและคนขับแท็กซี่พากันขับรถขึ้นเหนือไปที่เมือง San Jose และเข้าพักที่โรงแรม Alameda Hotel เพราะมีเพื่อนอยู่ในเมืองนี้

วันพุธที่ 27 มกราคม นายบัค ดวง กับนายโฮสเซน เกิดทะเลาะชกต่อยกันในห้อง เพราะนายโฮสเซนอยากจะฆ่าคนขับแท็กซี่ แต่นายบัค ดวง อยากให้ปล่อยตัวไป เพราะเห็นเป็นคนเวียดนามด้วยกันและก็แก่แล้วด้วย แต่ตกลงกันได้ในที่สุดว่ายังไม่ฆ่า ทั้งหมดเลยนอนในโรงแรมอีก 1 คืน

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม นายโฮสเซน และนายโจนาธาน ทิว เอารถแวนไปหาสถานที่ติดฟิลม์กรองแสง ในขณะที่นายบัค ดวง ก็คิดหนีกลับมากับคนขับรถแท็กซี่ ที่ออเร้นจ์เค้าน์ตี้ดีกว่า เพราะเพื่อนทั้งสองคงกลับมาและฆ่าคนขับแท็กซี่แน่ ๆ เลยพากันขับหนีกลับมาที่เมือง ซานตา แอนนา ส่วนนายโฮสเซนกับนายโจนาธาน ก็ยังพักอยู่ที่โรงแรม Alameda ในเมือง San Jose

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม นายบัค ดวง และคนขับแท็กซี่ขับมาถึงเมืองซานตา แอนนา  นายบัค ดวง ขอลงไปหาเพื่อนสาว ชื่อเทริซา วิน Theresa Nguyen ภรรยาเจ้าของร้านซ่อมระบบไฟฟ้ารถยนต์ และบอกให้เธอโทรแจ้งตำรวจเพื่อขอมอบตัว ตำรวจนับสิบก็มา และยอมมอบตัวแต่โดยดี

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม นายโฮสเซน และนายโจนาธาน ทิว ขับรถแวนต่อไปที่ซานฟรานซิสโก บังเอิญมีพลเมืองดีเป็นคนไร้ที่อยู่ (Homeless) เห็นนายโฮสเซนเดินเข้ามาที่ร้านแมคโดนัลด์ที่เขานั่งทานอาหารอยู่ เดินดูใกล้ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่า ใช่นายโฮสเซนแน่ ตามรูปจากหนังสือพิมพ์ที่เขาได้เห็นมา จึงรีบเดินไปขอยืมโทรศัพท์มือถือของลูกค้าในร้าน เพื่อแจ้งเรียกให้ตำรวจมาจับ แต่ลูกค้าดังกล่าวไม่ให้ยืม เลยรีบเดินออกจากร้านเพื่อหาโทรศัพท์สาธารณะ แต่บังเอิญมีรถตำรวจผ่านมาพอดี เลยโบกให้หยุด แล้วแจ้งว่าได้เห็นนายโฮสเซนเดินออกจากร้านไปขึ้นรถแวนที่จอดอยู่ใกล้ ๆ กับร้านแมคโดนัลด์ พอตำรวจไปถึงรถแวนที่ต้องสงสัย นายโฮสเซนก็วิ่งหนีอย่างรวดเร็ว ตำรวจต้องไล่ตามจับกันอย่างอุตลุต ก็จับได้ ส่วนนายโจนาธาน ทิว จำนนอยู่ในรถแวน จึงยอมให้จับแต่โดยดี

และทั้งสองถูกจับขึ้นเครื่องบินมาเข้าคุกออเร้นจ์เคาน์ตี้เหมือนเดิมในตอนตีหนึ่ง ของคืนวันเสาร์ที่ 30 รวมเวลาหนี 8 วัน

ตำรวจเชอริฟยังจับผู้ต้องสงสัยอีก 5 คนที่คาดว่ามีส่วนช่วยเหลือในการหลบหนีของผู้ต้องหากลุ่มนี้ โดย 3 ใน 5 ผู้ต้องสงสัย มีหมายจับติดตัวจากคดีเก่า ส่วนอีก 2 คนนั้น คือ

  1. นางสาว Nooshafarin Ravaghi เป็นครูสอนภาษาอังกฤษในเรือนจำเดียวกันกับนายโฮสเซน เป็นชาวอิหร่านด้วยกัน เธอถูกตั้งข้อหาช่วยเหลือ โดยการให้แผนที่ของทัณฑสถานรวมทั้งแผนผังของหลังคาให้กับผู้ต้องหา และมีการติดต่อทางจดหมายกับนายโฮสเซน แต่อัยการออเร้นจ์ได้ปล่อยตัวเธอไปเมื่อวันที่ 30 มกราคม เพราะไม่สามารถหาหลักฐานเพียงพอที่จะฟ้องดำเนินคดีได้ เรื่องจึงถูกส่งกลับให้กับทางเชอริฟไปสอบสวนเพิ่มเติมต่อ
  2. นาย ลอค บา Loc Ba Nguyen ถูกจับ และตั้งข้อหาหลายกระทง เพราะเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาทั้งสองที่เป็นเวียดนามด้วยกันหลายครั้ง คาดว่าเป็นผู้ส่งใบเลื่อยเข้าไปในคุกในวันที่ 22 มกราคม และนำรถไปรับผู้ต้องหาอีกต่างหาก มีประวัติอาชญากรรม ถูกตั้งค่าตัวประกันถึง $300,000 และได้ยื่นเงินประกันตัวออกจากเรือนจำ

          ผู้ต้องหาที่แหกคุกทั้งสามมีคดีร้ายแรงแต่แรกคนละ 5-8 ข้อหา และบวกกับคดีที่ก่อใหม่จากการหลบหนีนี้อีกคือ การลักพาคนขับแท็กซี่ ปล้นคนขับแท็กซี่ ขโมยรถแวน ก็จะถูกเพิ่มข้อหาซึ่งรวมกับคดีเก่า ๆ แล้ว คิดว่าทั้งสามคงจะต้องติดคุกตลอดชีวิตหรือจนแก่ตายแน่

                คนขับรถแท็กซี่อายุ 71 ปี นาย มา Long Hoang Ma ชาวเวียดนาม ต้องจำทนอยู่กับผู้ต้องหาทั้งสามตลอด 7 วัน แต่ไม่ได้แจ้งตำรวจหลังจากส่งนายบัค ที่ร้านเพื่อนของเขา เลยชวดที่จะได้รับรางวัลนำจับไป

                สุดท้าย ผู้แจ้งเบาะแสให้กับตำรวจที่น่าจะอยู่ในข่ายที่อาจจะได้รับรางวัลนำจับ $200,000 นั้นมี

  1. Theresa Nguyen ซึ่งเป็นเพื่อนกับนาย บัค ดวง ที่เป็นเจ้าของร้านซ่อมระบบไฟฟ้ารถยนต์ที่เมืองซานตา แอนนา ที่อยู่ ๆ นายบัค ดวง ก็เดินเข้าไปหา และบอกให้เธอโทรศัพท์แจ้งตำรวจเพื่อเขาจะมอบตัว เธอมีสิทธิ์ได้ 1/3 ของเงินรางวัล $200,000 หรือประมาณ $67,000 ผู้ต้องหาคงคิดว่าไหน ๆ ก็คงหนีไม่รอด คิดว่าเอาเงินรางวัลนำจับให้เพื่อนดีกว่า
  2. Matthew Hay Chapman คนไร้ที่อยู่ (Homeless) ที่ซานฟรานซิสโก ได้เห็นนายโฮสเซน เดินเข้าร้านแม็คโดนัลด์ สังเกตเห็นรถแวนซึ่งมีนายโจนาธาน ทิว หลบอยู่ เขารีบบอกตำรวจ จนสามารถจับผู้ต้องหาทั้งสองได้ เขามีสิทธิ์ได้รับรางวัลนำจับ 2/3 หรือ $133,000 บุญหล่นทับจากการเป็นคนช่างสังเกตนี่เอง

            ประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหาทั้ง 3 ที่แหกคุกนี้ ล้วนต้องคดีร้ายแรงแต่แรกที่มีการกระทำอย่างโหดเหี้ยมทั้งสิ้น เช่น

  1. นาย โจนาธาน ทิว อายุ 20 ปี ติดคุกมาตั้งแต่ยังเด็กเมื่อมีวัยแค่ 15 ปี อยู่กับแม่และน้องสาวไม่มีพ่อ ต้องคดีร้ายแรง :

 

          Penal Code (PC) 187 (A) - Murder ฆาตกรรม             

            PC 664/187 (A) - Attempted Murder พยายามฆ่า

          PC 246 - Shoot At Inhabited Dwelling ยิงปืนเข้าที่พักอาศัย

          PC 186.22(A) - Criminal Street Gang แก๊งค์อันธพาล

 

  1. นาย บัค ดวง อายุ 44 ปี ติดคุกตั้งแต่ปี 2014 ต้องคดีร้ายแรง

              PC 29800 - Ex Felon With A Firearm มีอาวุธไว้ครอบครองสำหรับผู้เคยต้องโทษคดีร้ายแรง

            PC 30305 - Prohibited Person Possession Firearm ผู้ต้องห้ามมีอาวุธไว้ครอบครอง

            PC 25850 - Loaded Firearm In Public พกพาอาวุธพร้อมกระสุนในรังเพลิงไปในที่สาธารณะ

            PC 496(A) - Receive Known Stolen Property รับของโจร

            PC 148(A) (1) - Resisting Arrest ต่อสู้ขัดขวางการจับกุม

             Vehicle Code (VC) 10851 - Vehicle Theft โจรกรรมรถยนต์

           เขาเป็นผู้ลี้ภัยจากเวียดนาม ทางสหรัฐฯ พยายามเนรเทศกลับเวียดนามเพราะต้องคดีร้ายแรง แต่ทางการเวียดนามไม่ยอมรับกลับ

 

  1. นายโฮสเซน นาเยรี อายุ 37 ปี ชาวอิหร่าน-อเมริกัน ต้องคดีร้ายแรง

               PC 209 (A) - Kidnapping ลักพาตัว

             PC 205 - Aggravated Mayhem ตัดชิ้นส่วนอวัยวะของร่างกายผู้อื่น

               PC 206 - Torture การทรมาน

            PC 459 - Burglary การโจรกรรม

 

              เขาเคยหลบหนีกลับอิหร่านในระหว่างที่ได้รับการประกันตัวออกไป แต่ถูกจับที่สาธารณรัฐเช็ก ขณะกำลังจะต่อเครื่องกลับประเทศอิหร่าน โชคดีที่ถูกจับเสียก่อน เพราะประเทศอิหร่านไม่มีสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศสหรัฐอเมริกา

             นี่เป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในการแหกคุกเรือนจำในมณฑลออเร้นจ์เค้าน์ตี้เลยครับ

 

โชคดีครับ