Get Adobe Flash player

ซานคาเมนโต ควรหยุดความคิดที่จะเรียกเก็บภาษีจากการขับรถ...!โดย คิด ฉัตรประภาชัย

Font Size:

                มิเชล ปาร์ค สตีล รองประธานกรรมการบริหารของออเร้นจ์ เคาน์ตี้ (Vice Chair, Board of Supervisors) ได้เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ออเร้นจ์ เคาน์ตี้ รีจีสเตอร์ (OC. Register) ประจำวันที่ 10 มีนาคม 2016 ในเรื่องที่วุฒิสมาชิก และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งพรรคเดโมแครตคุมเสียงข้างมากทั้งสองสภาได้พยายามหาวิธีเพิ่มภาษีรายได้เข้าสู่รัฐบาล โดยการคิดใช้วิธีการวัดจากระยะทางที่เราขับรถ แล้วคิดภาษีตามไมล์ที่เราขับต่อวัน ต่อเดือน ต่อปี มาคูณกับอัตราภาษีสรรพสามิตของน้ำมันที่ขับ คุณมิเชลไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับความคิดเพิ่มภาษีในทุกรูปแบบ จึงได้เขียนบทความดังกล่าวที่ท่านสามารถหาอ่านเป็นภาษาอังกฤษได้ที่ www.ocregister.com/articles/tax-707463-new-gas.htmlผมขออนุญาตแปลให้กับชุมชนไทยได้รับทราบ เผื่อกฎหมายนี้จะมีการลงประชามติในเดือนพฤศจิกายนนี้  ก็อย่าลืม “VOTE NO” นะครับ

หัวข้อบทความ :  Sacramento Should Stop New Tax  on  Driving…!ซานคาเมนโต ควรหยุดความคิดที่จะเรียกเก็บภาษีจากการขับรถ

            คุณต้องการให้รัฐมาติดตามการขับรถของคุณทุกวันไหม?

                คนส่วนใหญ่ไม่มีใครความประสงค์เลย เปรียบเทียบเหมือนกับ “Orwellian Vision” (นามปากกา George Orwell) นักเขียนนวนิยายชาวอังกฤษ เขียนเรื่อง Nineteen Eighty Four เป็นที่รู้จักกันเพราะเขาจะเป็นผู้ต่อต้านระบบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีอิสระภาพในการดำรงชีพ นาย Orwell ต้องการให้รัฐเข้าสอดส่องความเป็นอยู่ของประชาชนทุกรูปแบบ โดยเฉพาะสมัยที่ชาวอังกฤษเป็นนักล่าอาณานิคมล่าเมืองขึ้นจากประเทศต่าง ๆ พูดง่าย ๆ คือ ต้องการให้ประชาชนรู้ว่ารัฐบาลคือพี่ใหญ่ที่จะจ้องดูเราตลอดเวลา“Big Brother Is Watching You” คุณ ๆ ที่ฟังข่าวการเมืองบ่อย ๆ จะได้ยินคำศัพท์คำนี้ Orwellian หรืออำนาจเผด็จการนั้นเอง แล้วรัฐบาลแคลิฟอร์เนียจะเอาวิธีนี้มาใช้ในการเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้น

                แต่ชาวแคลิฟอร์เนียไม่มีใครต้องการโดยการที่จะเรียกเก็บเพิ่มจากระยะทางที่เราขับรถตั้งแต่เดือนธันวาคมทางรัฐบาลได้เริ่มโครงการนำร่อง (State Pilot Program)นี้ จากวิธีทดลองการคิดภาษีตัวใหม่นี้  โดยคิดจากระยะทางที่ผู้ขับขี่ใช้ถนนหนทางของรัฐ รัฐบาลได้อาสาสมัครได้เพียง 570 คน จากจำนวนที่ตั้งว่าจะหาได้ถึง 5,000 คน เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างหนึ่งว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการเข้าร่วมโครงการนำร่องนี้ เพราะไม่มีใครอยากเชื่อนักการเมืองซานคาเมนโตในการหารายได้จากเงินของประชาชนที่ต้องเสียภาษีตัวใหม่เพิ่มขึ้นอีก

                ขณะที่ผู้สนับสนุนภาษีใหม่นี้บอกว่า ภาษีนี้สามารถมาใช้แทนภาษีน้ำมันที่ใช้กับรถยนต์ในปัจจุบันได้ ปัจจุบันภาษีน้ำมันเก็บจากปั้มน้ำมันต่าง ๆ เมื่อเราเติมน้ำมัน

                ปัจจุบันรัฐแคลิฟอร์เนียเก็บภาษีน้ามันสรรพาสามิตประมาณ 42 เซนต์ต่อแกลลอน (Excise Tax) เราเคยได้ยินไหมว่า รัฐแคลิฟอร์เนียจะตัดแหล่งรายได้ของตัวเอง เช่นเดียวกับภาษี Sale Tax ซึ่งรัฐบอกว่า เป็นภาษีชั่วคราวที่ใช้ในปี 1933 ซึ่งเป็นสภาวะฉุกเฉิน เศรษฐกิจตกต่า ในขณะนั้น  แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เลิกเสียที อย่างที่อดีตประธานาธิบดี Ronald Reagan เคยกล่าวว่า “โปรแกรมของรัฐบาล เมื่อเริ่มแล้ว...ไม่เคยหายจากไปไหนเลย”

                โปรแกรมคล้าย ๆ กันได้เริ่มใช้ในรัฐโอเรกอน โดยเก็บภาษีจากไมล์ที่เราขับ บวกกับภาษีสรรพาสามิต แล้วให้ประชาชนขอเงินคืนถ้าจ่ายภาษีเกินกว่าที่ใช้ขับ โดยมีการออกบิลเก็บประจำเดือน แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ทั้งยังต้องเสียเงินหลวงมาตั้งหน่วยงานตามเก็บและแผนกคืนภาษีนี้ให้กับประชาชนอีก

                อีกเหตุผลหนึ่งที่ ส.ว., ส.ส. ที่สนับสนุนภาษีใหม่นี้บอกว่า เนื่องจากภาษีสรรพาสามิตน้ำมันเก็บได้น้อยกว่าเดิมมาก เพราะประชาชนหันมาใช้รถไฮบริด (Hybrid) ซึ่งกินน้ำมันน้อย และบริษัทรถยนต์ต่าง ๆ ก็ผลิตรถที่กินน้ำมันน้อยลง ทำให้รัฐบาลขาดรายได้จากภาษีน้ามันสรรพาสามิต แต่มิเชลได้ตรวจสอบดูจากสถิติการใช้น้ำมันในปี 2013-2014 ปรากฎว่า รัฐแคลิฟอร์เนียใช้น้ำมันเพิ่มถึง 100 ล้านแกลลอน เก็บภาษีสรรพาสามิตได้เกินกว่า 500 ล้านเหรียญในปีเดียวกัน และสูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเปรียบกับปีก่อน ๆ  อีกด้วย

                สิ่งที่แปลกที่รัฐบาลแคลิฟอร์เนียพยายามที่จะสนับสนุนคนให้ขับรถน้อยลง แต่กลับมาคิดภาษีจากระยะทางที่ขับแทน ซึ่งงบประมาณพิเศษของรัฐบาลกลางเสนอให้กับรัฐบาลแคลิฟอร์เนียห้ส่งเสริมการขับรถให้ลดลง ไม่ใช่จะมาคิดภาษีเพิ่มจากระยะทางที่ขับ นี่ก็เป็นการทำที่สวนทางกับความเป็นจริง เป็นกลลวง (Scheme) แน่นอน

                ปัจจุบันปัญหาการใช้จ่ายของรัฐบาลแคลิฟอร์เนียคือปัญหาใหญ่จากการใช้จ่ายกับที่ผิดวัตถุประสงค์ของโปรแกรม ไม่เกียวกับรายได้ที่ต่ำตามที่นำกล่าวอ้างเลยเช่นการผันภาษีน้ำมันที่ต้องนำมาทำนุบำรุงถนนหนทาง แต่กลับนำไปใช้ในโปรแกรมอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการพัฒนาถนนหนทางให้ดีขึ้น ผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายไม่ตรงตามประสงค์ของการเก็บภาษีน้ำมันเลย แล้วจะให้เชื่อนักการเมืองได้อย่างไรว่า ภาษีน้ำมันตัวใหม่โดยการคิดเก็บจากระยะทางที่ขับขี่นั้นจะนำมาใช้ในการทำนุบำรุงถนนได้จริง ๆ มันเป็นวิธีหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อเพื่อเพิ่มภาษีรายได้หรือป่าว ในขณะที่คนขับยานพาหนะกำลังลำบากกับรายจ่ายจากราคาน้ำมันและสินค้าอื่น ๆ ที่ขึ้นอย่างต่อเนื่องในการดำรงชีพในปัจจุบัน

                ฉะนั้นพวกเราควรบอกกับนักการเมือง ส.ว., ส.ส. ให้ดูแลการใช้จ่ายเงินอย่างโปร่งใสก่อน จัดสรรเงินภาษีตามโปรแกรมที่ภาษีนั้น ๆ เก็บมาใช้ตามที่กฎหมายกำหนด แทนที่จะคอยคิดหาภาษีตัวใหม่มาเก็บเงินกับประชาชน และตราบใดที่ประชาชนยังไม่มีความศรัทธาเชื่อถือนักการเมืองที่ซานคาเมนโตในเรื่องการใช้จ่ายแล้ว อย่าได้คิดจะผ่านกฎหมายอะไรที่จะมาข้ำภาษีกับประชาชนอีก สมาชิกสภานิติบัญญัติควรยุติการคิดภาษีเพิ่มเติม ควรจอดรถ และทิ้งกุญแจรถจากการเก็บภาษีน้ำมันใหม่นี้ไปเลยโชคดีครับ