Get Adobe Flash player

ลักษณะนิสัย และวินัยพิเศษ บ่งบอกของคน (จะ) รวย!!! โดย คิด ฉัตรประภาชัย

Font Size:

                สัปดาห์นี้มาคุยกันเรื่องสบาย ๆ แต่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ทุก ๆ คนให้ความสนใจ เพราะใครก็อยากรู้ อยากจะร่ำรวยเป็นเศรษฐีเงินล้านกับเขาบ้าง แต่เมื่อทำงานเท่าไร ทำการค้าอะไรก็ไม่เห็นรวย

              วันนี้ได้อ่านบทความจากนิตยสาร Business Insider นิตยสารธุรกิจคนวงใน  นาย โทมัส คอร์ลีย์ (Thomas C. Corley) ซึ่งได้ใช้เวลาวิจัยค้นหาความจริงถึง 5 ปี เกี่ยวกับนิสัยของเศรษฐีเจ็ดหลัก 177 คน ซึ่งเป็นเศรษฐีเงินล้านที่สร้างตัวด้วยตนเอง (Self – Made Millionaires) นายโทมัสกล่าวว่า การเปลี่ยนนิสัยของเรา สามารถแปรผันเปลี่ยนชีวิตเราได้ จากผลวิจัย เขาได้จัดพิมพ์เป็นหนังสือชื่อว่า “Change Your Habits, Change Your Life” เล่าต่อว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจากเหตุและผล ซึ่งก็ตรงกับพุทธศาสนาของเราที่ว่า ทุกสิ่งไม่ได้เกิดขึ้นมาลอย ๆ หรือเป็นเรื่องบังเอิญ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ล้วนมีเหตุและผลที่ทำให้เกิดขึ้นทั้งสิ้น

                นายโทมัสยังเล่าว่า นิสัยเป็นเหตุให้เกิดผลต่อเราหลาย ๆ ด้าน เช่น ความรวย  ความจน ความสุข  ความเศร้า ความเครียด ความสัมพันธ์ที่ดี หรือไม่ดีต่อกัน สุขภาพดีหรือไม่ดีได้ แต่ข่าวดีคือ นิสัยต่าง ๆ ของคนเรานั้น สามารถแก้ไขเปลี่ยนได้ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่า เราอยากเปลี่ยนนิสัยเรามากน้อยแค่ไหนนั่นเอง จึงเป็นที่มาที่ผมขออนุญาตเล่าสู่กันถึงนิสัยของคนรวย (Rich Habits) ว่าเขาทำอะไรกันบ้างนะครับ

1. เศรษฐีชอบการอ่านเป็นประจำ (They read consistently)

                เขายกตัวอย่าง นายบิล เกตส์ (Bill Gates) หนึ่งในผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ รวยติดอันดับโลกจากการจัดอันดับของนิตยสาร “ฟอร์บส์” Forbes นายโทมัสพบว่า 88% ของคนรวย จะอ่านหนังสือเพื่อพัฒนาเสริมความรู้ พัฒนาตัวเอง วันละ 30 นาทีเป็นอย่างน้อย จากการวิจัยพบว่า คนรวยชอบอ่านเรื่องชีวประวัติของผู้ที่ประสบผลสำเร็จ การพัฒนาบุคลิก และเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ นายบิล รวยแล้วยังมีใจกุศลบริจาคเงิน 28 พันล้านเหรียญตั้งมูลนิธิช่วยเหลือมอบทุนการศึกษาให้เด็กและประเทศที่ด้อยพํฒนาทั่วโลก

2.เศรษฐีชอบออกกำลังกาย (They exercise)

                อันนี้พบว่า 66% ของเศรษฐีจะออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที การเดิน การวิ่ง ขี่จักรยาน การเต้นรำ ว่ายน้ำ ทำสวน เป็นต้น ล้วนเป็นการออกกำลังกายที่มีการสูบฉีดให้เส้นเลือดหัวใจ นอกจากช่วยให้ร่างกายดีแล้วยังจะช่วยบำรุงเซลส์สมอง เพิ่มตัว Glucose น้ำตาลกลูโคส ซึ่งเหมือนกับเชื้อเพลิงเติมให้สมอง

3.เศรษฐีคบหาสมาคมกับคนที่ประสบความสำเร็จคนอื่น ๆ  (They hang out with other successful people)

                คุณมีแนวโน้มจะสำเร็จเพราะอยู่กับคนรอบข้างที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว เพราะคนรวยจะหาโอกาสเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ชอบคนที่มีความเชื่อมั่นสูง มีเป้าหมายชัดเจน (Goal – Oriented) จะไม่ชอบคบหาสมาคมกับคนที่มีความคิดไปในทางลบ ขอยกตัวอย่าง คนที่เห็นแก้ว 1 ใบ มีน้ำอยู่ครึ่งแก้ว... แต่คนเรากลับเห็นต่างว่า มีน้ำขาดครึ่งแก้ว หรือ เต็มครึ่งแก้ว ตามสำนวนอเมริกันที่ว่า “Is the glass half empty or half full?” บางคนจะเห็นว่าเป็นปัญหา (Half Empty) แต่คนรวยเขาเห็นเป็นโอกาสที่จะรีบหาน้ำมาเติมให้เต็มแก้ว (Half Full) เขาพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสเสมอ (Optimist VS Pessimist) คือการมองโลกในแง่บวก

4.เศรษฐีตั้งใจทำอะไรแล้วก็จะมุ่งมั่นทำให้สำเร็จ (They pursue their own goals)

คนรวยจะมีจุดมุ่งหมายหาต้องทำอะไรที่ชอบ ที่ถนัด (Passion) ต้องเป็นเถ้าแก่ให้ได้ บางครั้งทำผิดพลาดก็ลุกขึ้นมาใหม่ เพราะถือเป็นบทเรียน หากเราทำอะไรที่ใจรักแล้วไม่เพียงแต่จะมีความสุข กาย ใจ แต่ยิ่งทำก็ยิ่งมีความสุข เช่น การจับงานหรือทำการค้าที่ถูกทางแค่หนเดียวก็รวยได้  เศรษฐีบางคนรักธุรกิจที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเอง จึงทำงานอย่างมีความสุข ( เช่นผมเห็นเศรษฐีบางคนทำงานตั้งแต่เช้าถึงตี 3 อาทิตย์ละ 6 วัน )

5.เศรษฐีมักจะตื่นเช้า (They get up early)

เกือบ 50% ของเศรษฐีเงินล้านทั้งหลาย จะตื่นนอน 3 ชั่วโมงก่อนที่จะเริ่มทำงาน เขาจะวางแผนก่อนว่าจะทำอะไรก่อนหลัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนบริหารเวลาดีเยี่ยม ไม่ใช่ให้เวลามาบริหารเรา ขอเติมคำสอนจากครูฝึกตำรวจว่า ถ้าใครที่อยากจะจบเป็นตำรวจ ต้องมีนิสัย 2 อย่างคือ Be prepared, Be on time!! ต้องมีความพร้อมเสมอ และตรงต่อเวลา

6.เศรษฐีมีรายได้จากหลาย ๆ แห่ง (They have multiple sources of income)

65% ของคนรวยมักมีรายได้จากแหล่งต่าง ๆ อย่างน้อย 3 แห่ง ก่อนที่จะมาเป็นเศรษฐีเงินล้าน ตัวอย่างเช่น มีรายได้จากการซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือลงทุนธุรกิจอื่น ๆ ที่ตนชอบ

7.เศรษฐีมีเพื่อนพิเศษที่ให้คำแนะนำและปรึกษาให้ตลอด (They find and check in with mentors)

ครูที่เปรียบเสมอที่ปรึกษาไม่เพียงแต่ให้ความคิดสร้างสรรค์แล้ว เขายังเล่าประสบการณ์จากบทเรียนที่ได้จากการทำงาน การเรียน เหตุการณ์จริง อันนี้ก็ช่วยให้คนรวยสะสมความรู้เพื่อให้การดำเนินชีวิตของนักธุรกิจไม่ผิดพลาดเหมือนคนทั่ว ๆ ไป

8.เศรษฐีเป็นคนคิดในทางบวกเสมอ (They are positive people)

                เขาวิจัยจาก นาย Mark Cuban เศรษฐีพันล้าน หนึ่งในกรรมการ The Shark Tank  เจ้าของทีมบาสเก็ตบอล NBA, Dallas Mavericks เขาบอกว่า แม้คุณจะประสบความล้มเหลวกี่ครั้งก็ตาม มันไม่สำคัญ เพียงแต่คุณทำได้ถูกต้องเพียงครั้งเดียวก็พอ... “It does not matter how many times you failed, you only have to be right once”

9.เศรษฐีจะไม่ทำตามกระแสฝูงชน (They don’t follow the herd)

                ก็เปรียบเทียบว่า คนส่วนใหญ่จะอยู่รวม ๆ กัน แต่คนรวยที่เป็นผู้นำ จะแยกออกมาตั้งฝูงชนของเขาเอง จะเลือกเฟ้นคนที่มีความคิด อุดมการณ์ คล้าย ๆ กันมาอยู่ด้วยกัน เพราะถ้าอยู่รวม ๆ กับกล่มอื่น ก็ดีแต่ตามเขาเท่านั้น คนส่วนใหญ่ก็จะไม่ประสบผลสำเร็จด้วยตัวเอง

10. เศรษฐีเป็นคนมีมารยาท สุภาพถ่อมตน (They have good etiquette)

                จะไปงานที่สำคัญเท่านั้น เช่น งานแต่งงาน วันเกิดของสมาชิก แต่งตัวตามความเหมาะสมของงาน มีมารยาทในการเข้าสังคม รับประทานอาหาร

11.เศรษฐีเขาช่วยคนอื่นให้ประสบผลสำเร็จด้วย (They help others succeed)

                คนรวยเขาจะช่วยคนที่มีความขยัน คนที่มีความมั่นใจในการทำงาน เป็นคนที่มีความกระตือรือร้น คิดบวก เพราะเขาคิดว่า ถ้าช่วยคนให้ประสบผลสำเร็จ ก็จะแพร่ความสำเร็จเสริมบารมีให้กับตัวเองด้วย เพิ่มสมาชิกในกลุ่มเดียวกัน

12.เศรษฐีจะอุทิศเวลาอย่างน้อย 15 ถึง 30 นาที ทุกวันในการคิดต่าง ๆ  (They dedicate 15 to 30 minutes a day to just thinking)

                ความคิดเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ คนรวยจะอุทิศเวลาโดยการคิดตามลำพังในตอนเช้า หรือดึก ๆ คิดหาวิธีใหม่ ๆ ที่จะหาเงินมาเพิ่มได้อย่างไร ปรับปรุงแก้ไขการค้าให้ดีขึ้นอย่างไร ติดตามข่าวสารบ้านเมือง โดยเฉพาะการติดตามความเคลื่อนไหวคู่แข่งเขาตลอดเวลา

13.เศรษฐีรับฟังคำเสนอแนะต่าง ๆ เสมอ (They seek feedback)

                คนที่กลัวคำวิจารณ์ หรือข้อเสนอแนะ เป็นเหตุผลหนึ่งที่คนส่วนใหญ่รับไม่ได้ แต่ไม่ใช่คนรวยที่เห็นว่าคำวิจารณ์เป็นครูที่จะบอกกับเขาได้ว่า อะไรที่คนชอบ หรือไม่ชอบ เป็นส่วนประกอบของการเรียนรู้ และขยายความคิดอ่าน เพื่อใช้ในการปรับปรุงแก้ไขกลยุทธ์ให้ธุรกิจ เจริญเติบโตอย่างมั่นคง และถาวร

                ครับ อ่านแล้วก็ลองมาพิจารณาดูตัวเองว่า เรายังขาดคุณสมบัตินิสัยข้อไหนใน 13 ข้อข้างบนบ้าง รีบ ๆ แก้ไขปรับเปลี่ยนนิสัย ทุกอย่างเปลี่ยนได้นะ ไม่มีคำว่าสาย มันอยู่ที่เราต่างหากล่ะครับ ขอมอบวลีภาษาอังกฤษ 3 ประโยคที่ว่า

IF YOU DO NOT GO AFTER WHAT YOU WANT, YOU WILL NEVER HAVE IT.

IF YOU DO NOT ASK, THE ANSWER WILL ALWAYS BE NO.

IF YOU DO NOT STEP FORWARD, YOU WILL ALWAYS BE IN THE SAME PLACE.

 

โชคดีครับ