Get Adobe Flash player

บ้านเขาเมืองเรา โดย คิด ฉัตรประภาชัย

Font Size:

เรื่องที่เจอกับคนไทยบ่อย ๆ คือเรื่อง Identity Theft เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจกับไอดีต่าง ๆ ของตัวเอง เช่น ใบขับขี่ ใบโซเชียล บัตรเครดิต วันเดือนปีเกิด บัญชีธนาคาร จดหมายต่าง ๆ ที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีเครดิตการ์ด บิลโทรศัพท์ บิลค่าน้ำไฟ และเมื่อข้อมูลเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดี วันดีคืนดีคุณก็จะได้รับโทรศัพท์มาทวงหนี้ จดหมายจากสำนักงานของรัฐบาลต่าง ๆ ในเรื่องภาษี กว่าเราจะรู้ ผู้ร้ายก็เอาข้อมูลของเราไปใช้เรียบร้อย และหนีไปไกลแล้ว เหลือแต่ความทุกข์ทรมานมอบให้เราตามแก้ไข ซึ่งบางครั้งเราไม่มีความชำนาญด้านภาษา และไม่รู้จักขบวนการว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง ผมก็จะเขียนอีกครั้งมา ณ โอกาสนี้ เพราะทุกอย่างเราป้องกันไว้ก่อนที่เหตุจะเกิดขึ้น มันดีกว่าแน่ ๆ

ส่วนเมื่อท่านตกเป็นเหยี่อแล้ว สิ่งที่ควรทำมีดังนี้

1.               แจ้งศูนย์เครดิตต่าง ๆ ในประเทศนี้มี 3 บริษัทใหญ่ ๆ

Equifax                  800-685-1111

Experian                           888-397-3742

Trans Union                     800-916-8800 แจ้งว่าเราเป็นเหยี่อที่เบอร์ 800-888-4213

เวลาโทรไปขอคุยกับแผนก Fraud Unit บอกว่าเรามีเครดิตการ์ดอีกใบที่ถูกขโมยเบอร์ หรือบัตรถูกขโมย แล้วเขาจะทำหมายเหตุในบัญชีเราทันที เรียกว่า “Flagged” หรือถ้าสงสัยว่ามีคนนำข้อมูลของเราไปเปิดบัญชีธนาคารขอเครดิตการ์ด ขอกู้เงิน เราก็บอกเขาว่า “My ID. Has been used to apply for credit fraudulently, contact me at (เบอร์โทรศัพท์ของเรา) เพื่อยืนยันเมื่อมีผู้ไปสมัครขอเครดิต ทางศูนย์เครดิตจะใส่หมายเหตุอันนี้ไปเลย แล้วธนาคารหรือแหล่งเงินกู้ก็จะให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือต้องสอบถามยืนยันกับเราในกรณีมีคนมาสมัครขอเครดิต

2.               แจ้งให้กับเจ้าหนี้ต่าง ๆ (Creditors) ทั้งทางโทรศัพท์ และลายลักษณ์อักษรส่งไปรษณีย์แบบมีการเซ็นต์รับรอง (Certified Mail)

3.               แจ้งตำรวจท้องที่ที่ท่านอาศัยอยู่ จดหมายเลข (Case#) เรื่องในการแจ้งความ หรือขอ Police Report เก็บไว้เป็นหลักฐานในกรณีบริษัทจะมาทวงหนี้ที่เราไม่ได้ไปก่อไว้

4.               ถ้าเช็ค หรือสมุดเช็ค หรือบัตรเครดิตหาย ต้องแจ้งแบงค์ทันที และให้หยุดจ่ายเช็คที่ได้เขียนไปแล้วด้วยกับบริษัทที่ยังไม่มาเบิก แบงค์จะปิดบัญชี และเปิดบัญชีใหม่ เราควรจะแจ้งบริษัทที่เช็ค (Verify Check Service) เวลาเราเขียนเช็คด้วย มีบริษัทใหญ่ ๆ คือ

Check Rite                            701-214-4123

Cross Check                         800-552-1900

Chex Systems                       800-428-9623

Equifax                  800-685-1111

Tele Check                           800-710-9998

International Check Service             800-526-5380

5.               กรณีที่สงสัยว่ามีคนไปย้ายที่อยู่ของเรา (Fraudulent Change of Address) ต้องรีบไปสำนักงานไปรษณีย์ที่อยู่ในเขตของท่าน เพื่อตรวจสอบว่า ใครแจ้งย้ายที่อยู่ของเราโดยไม่ได้รับอนุญาต ไปรษณีย์มีตำรวจของตัวเองเรียกว่า U.S.Postal Inspector

6.               กรณีที่สงสัยว่ามีคนเอาเบอร์โซเชียลของเราไปใช้ก็ต้องติดต่อสำนักงาน Social Security Administration แผนก Fraud Investigation 800-269-0271 ถ้ามีเหตุผลครบถ้วน เขาสามารถออกใบโซเชียลเบอร์ใหม่ให้ ตรวจสอบใบแจ้งรายได้ และสวัสดิการประจำปีว่ามีใครจงใจเอารายได้มาใส่บัญชีเราหรือเปล่า (Earning and Benefits Statement)

7.               พาสปอร์ตต้องแจ้งสำนักงานที่ออกพาสปอร์ตเป็นลายลักษณ์อักษรเขาจะได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ในกรณีที่ผู้ร้ายเอาข้อมูลไปขอหนังสือพาสปอร์ตเล่มใหม่

8.               ใบขับขี่ถูกขโมย หรือหาย ติดต่อกับ DMV บางกรณีคนขโมยข้อมูลของเราไปสมัครขอใบขับขี่ในชื่อของเรา เบอร์เหมือนกัน แต่รูปถ่ายคนละคนกัน เจอมาหลายครั้ง DMV สามารถตรวจสอบและทำหมายเหตุในไลเซนต์เราได้ ว่าเราเป็นเหยื่อ ID. Theft เข้าไปในเวปไซด์ www.dmv.ca.gov หรือแวะสำนักงาน DMV ใกล้บ้านคุณ

9.               ถ้ากรณีที่มีคนนำคำสั่งศาลที่ผู้ไม่หวังดีแอบเอาข้อมูลของเราไปใช้ บริษัทหรือบุคคลที่เป็นเจ้าหนี้ไปฟ้องศาลแล้วชนะ บริษัทจะได้รับคำสั่งศาล (Judgments) ในการเรียกร้องค่าเสียหายจากเราเป็นเงินจำนวนเท่านั้นเท่านี้ ถ้าเรารู้ว่าเราไม่รู้เรื่องต้องเอาใบแจ้งความ และหลักฐานอื่น ๆ ไปที่ศาลที่ออกคำสั่ง บอกเขาว่าเราเป็นเหยื่อของ ID. Theft ศาลจะพิจารณายกเลิกคำสั่งได้ บางรายเอา Judgment ไปลงทะเบียนอายัดบ้านเราด้วย (Liens)

เอาละครับ ป้องกันไว้ก่อน อย่าไว้ใจใครโดยเฉพาะรูมเมทที่อยู่อาศัยด้วยกัน หรือแฟนเก่า เวลาดีกันก็รักกันปานจะดูดปากกันทุกวัน เวลาเลิกกันก็มักจะมีวิชามารออกมาเสมอ ๆ อย่าไป Co-Sign ค้ำประกันให้กับใคร เพราะดีไม่ดีคุณต้องรับผิดชอบเต็ม ๆ ด้วย และสุดท้ายเป็น พาร์ทเนอร์ชิป (Partnership) กัน ควรจะมีสัญญาที่เขียนโดยทนายความที่มีความรู้ในเรื่องธุรกิจการค้า เขียนให้ละเอียดในกรณีทะเลาะกันพาร์ทเนอร์จะออก ว่าใครต้องทำอะไร จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจมาด่ากันเสีย ๆ หาย ๆ ในโซเชียลมีเดีย ฟังแล้วมันหดหู่ใจจริง ๆ มีอะไรก็พูดคุยกันดี ๆ ใช้สติแทนอารมณ์กันดีกว่า เราพูดภาษาเดียวกัน คิดถึงเวลาที่เขาเคยดีกับเราเถอะ

 โชคดีครับ