Get Adobe Flash player

เบื้องลึกปฏิบัติการกอบกู้ร่างสองนักศึกษาไทย และบทเรียนที่น่ารู้ โดย คิด ฉัตรประภาชัย

Font Size:

อนุสนธิ (อ่านว่า อะ-นุ-สน-ทิ) แปลว่า เกี่ยวเนื่อง ต่อเนื่อง สืบเนื่อง จากกรณีการประสบอุบัติเหตุรถยนต์ของนักศึกษาแลกเปลี่ยนไทย นายภคพล ชัยรัตนทรงพร (น้องกอล์ฟ) อายุ 28 ปี กับ น.ส.ทิวาดี แสงสุริยฤทธิ์ (น้องมิน) อายุ 24 ปี ตกเหวสูงเกือบ 600 ฟุต ที่เกิดขึ้นบนฟรีเวย์สาย 180 (Fwy 180)  ในวนอุทยานแห่งชาติ Kings Canyon National Park ซึ่งอยู่ทางเหนือของนครลอสแอนเจลิส ประมาณ 288 ไมล์ หรือ 461 กิโลเมตร ลงสู่ Kings Canyon River ซึ่งมีน้ำไหลเชี่ยวกราดอยู่ตลอดเวลา

จากวันที่เกิดเหตุ วันพุธที่ 26 กรกฎาคม 2560 เวลาประมาณ 18.30 น. จนถึงวันที่สามารถกอบกู้ร่างของน้องทั้งสองได้สำเร็จ คือวันศุกร์ที่ 1 กันยายน 2560 รวมเป็นเวลา 37 วันเต็ม ตามที่เป็นข่าวที่ติดตามกัน ทั้งที่ประเทศไทยและจากคนไทยทั่วโลกที่มีสารพัดคำถามถึงเหตุผลของความล่าช้า

ผมจึงอยากเขียนบทวิเคราะห์นี้ และเล่าถึงลำดับเหตุการณ์ที่สำนักงานประธานกรรมการบริหาร บอร์ดออฟซุปเปอร์ไวเซอร์ ของมณฑลออเรนจ์เคาน์ตี้ นางมิเชล พาร์ค สตีล มีส่วนผลักดันในเรื่องนี้อย่างไร

ตั้งแต่ผมได้รับการประสานจากท่านกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส นายธานี แสงรัตน์ ในเช้าวันพุธที่ 9 สิงหาคม 2560 เวลา 06.01 น. ในการขอนำครอบครัวของน้องทั้งสอง เข้าพบคุณมิเชล ซึ่งท่านต้องยกเลิกนัดคนอื่น และจัดเวลาให้ครอบครัวทั้งสองเข้าพบในวันเดียวกันเลย ตอนบ่ายสองโมง โดยผมได้แจ้งให้คุณมิเชลทราบถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น  คุณมิเชลถึงกับน้ำตาคลอเบ้า ออกปากพร้อมรับเป็นตัวแทนติดต่อประสานงานกับกรรมการบริหาร บอร์ดออฟ ซุปเปอร์ไวเซอร์ เมืองเฟรสโน นาย  Nathan Magsig ที่ดูแลรับผิดชอบเขตที่เกิดเหตุ  ซึ่งวันเวลาได้ผ่านไป 14 วันแล้ว แต่การกอบกู้ยังไม่ได้มีความคืบหน้าแต่อย่างไร ตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม คุณมิเชลยังทักท้วงท่าน กสญ ว่า ทำไมไม่ได้ติดต่อมาก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ นาย Nathan Magsig ยังเป็นสมาชิกของพรรครีพับลิกันอีกด้วย และสามีคุณมิเชล คือ นาย ฌอน สตีล เป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรครีพับลิกัน (Republican National Committeeman) ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย จึงทำให้ นาย Magsig ต้องรายงานความคืบหน้าโดยตรงในครั้งนี้ โดยมีส่วนกดดันเฟรสโนเชอริฟ Mims ด้วย เนื่องจากสำนักงานเชอริฟขึ้นตรงกับเฟรสโน บอร์ดออฟซุปเปอร์ไวเซอร์ ที่อนุมัติให้งบประมาณและนโยบายการปฏิบัติงาน และสามในห้าท่านของคณะกรรมการบริหารของบอร์ดนี้ ก็เป็นสมาชิกพรรครีพับลิกันอีกด้วย จึงเป็นที่มาของความกระตือรือร้นในการวางแผนและปฏิบัติการกอบกู้ขึ้นได้ในที่สุด

ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมเดินทางกับคณะท่านกงสุลใหญ่ โดยรถตู้ เมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม 2560 ประกอบด้วย พลขับ 1 นาย (น้องนุ้ย) ท่านกงสุลใหญ่ ธานี แสงรัตน์ คุณแม่สุพิน ชัยรัตนทรงพร มารดาของนายภคพล (น้องกอล์ฟ) และ น.ส.ทิวารัตน์ แสงสุริยฤทธิ์ พี่สาวของ น.ส.ทิวาดี (น้องมิน) เริ่มออกรถตอน 18.30 น.โดยใช้เวลาขับ 5 ชั่วโมง ผมเองในขณะนั่งรถ เกิดอาการเมารถคดเคี้ยวบนเขา อาเจียนถึง 2 ครั้ง โดยก่อนหน้านั้น ได้ไปทาน Mango Pineapple Smoothies ที่ร้านแมคโดนัลด์ เลยส่งผลให้อาเจียนจนตัวซีด ต้องขอขอบคุณ คุณแม่สุพิน (แม่น้องกอล์ฟ) ที่ยังต้องมาช่วยเช็ควีรกรรมการอาเจียนของผม ที่ทำให้รถ Honda van เปื้อนไปหมด ท่านกงสุลฯ ก็เป็นห่วงว่าผมจะไหวไหมในวันรุ่งขึ้น ซึ่งกว่าจะถึงเมืองเฟรสโน ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว และเข้าพักค้างคืนที่โรงแรม โดยผมตั้งใจมาช่วยเต็มร้อย จึงรีบล้างหน้าและเข้านอนทันที

วันศุกร์ที่ 1 กันยายน 2560 วันดีเดย์ที่รอคอยมาเดือนเศษก็มาถึง ผมน่ะตื่นตั้งแต่ตอนตี 3 มารับประทานอาหารเช้าของโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ ตอนหกโมงเช้า ทานเสร็จก็พร้อมลุยกันเลยแต่เช้าตรู่ รถขับเคลื่อนไปที่ Kings Canyon National Park เป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง เป็นการขับวนรอบภูเขาเกือบทั้งสิ้น

ตลอดระยะทางก็ได้แต่ภาวนาขอให้เจ้าที่ช่วยให้พวกเราได้พาน้องขึ้นมาจากรถให้ได้ ก่อนที่พวกเราจะพบเจ้าหน้าที่ หนทางก็แสนคดเคี้ยว ป้ายแสดงให้ลดความเร็วเหลือ 45 ไมล์ (72  กม) ต่อชั่วโมงหลายจุด เมื่อเข้าสู่วนอุทยาน Kings Canyon National Park ต้องผ่านด่านของ U.S. Forest Services ซึ่งทางเฟรสโนเชอริฟ ได้ประสานไว้ ทำให้รถของเราผ่านเข้าโดยไม่ต้องเสียค่าผ่านประตู เมื่อถึงใกล้ที่เกิดเหตุ ก็มีป้ายติดอำพรางว่า “Road Work Ahead” (มีการซ่อมแซมถนนข้างหน้า) ซึ่งกรมทางหลวง (Caltrans-California Department of Transportation) มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกโบกรถ เพราะมีการปิดถนน 1 เลน เหลือเพียง 1 เลน ให้รถสลับวิ่งขึ้นลงทีละฝั่งเท่านั้น

ทางเจ้าหน้าที่เชอริฟหน่วย Search and Rescue (SAR) เห็นว่าเป็นรถของคุณแม่ และพี่สาวของสองนักศึกษา จึงขับรถนำเข้าสถานที่ที่เขาเตรียมไว้ให้ ไกลจากจุดที่กำลังกอบกู้ 1 ไมล์ และมีอีกจุดหนึ่งจากจุดกอบกู้ไปอีกฝั่งหนึ่ง ก็จัดเป็นสถานที่ที่สารพัดสำนักข่าวจะไปกระจุกอยู่ ซึ่งอยู่ห่างออกไป 1 ไมล์เช่นกัน อันนี้ก็ขอขอบคุณ ส.น.ง.เฟรสโนเชอริฟ ที่เตรียมการได้ดี เพราะมิฉะนั้น ทางครอบครัวของนักศึกษาไทยจะต้องถูกรุมสัมภาษณ์ โดยไม่มีความเป็นส่วนตัว (Privacy)

ทางเชอริฟ Mims จัดเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพนายหนึ่ง (SAR - Search & Rescue) พร้อมวิทยุสื่อสารมาประกบ เพื่อรายงานข่าวความคืบหน้าในการกอบกู้ร่างในวันนั้น เพราะไม่อนุญาตให้ใครเข้าใกล้จุดปฏิบัติการเก็บกู้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ หรือกีดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

หนึ่งในเหตุผลที่ล่าช้ามา 37 วัน เนื่องจากการที่ต้องประสานงานกับหน่วยงานหลากหลายต่างๆ อุปกรณ์ที่จะต้องใช้สนับสนุน และเฟรสโนเชอริฟ ก็เป็นเจ้าของเรื่องในการกอบกู้ทั้งหมด

มาดูว่าหน่วยงานต่างๆ ซึ่งอย่างน้อยมีถึง 7 หน่วยงานนั้น มีหน้าที่แบบสังเขปอย่างไร เราจะได้เข้าใจว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เป็นแผนการที่ใหญ่ ไม่เคยทำมาก่อนในระดับนี้

1. Fresno Sheriff’s Department

2. California Highway Patrol (CHP)
3. California Department of Transportation (Caltrans)
4. Fresno Fire Department
5. U.S. Forest Services
6. California National Guard - Engineer Battalion
7. American Ambulance

หน้าที่โดยสังเขป 

-Fresno Sherriff’s Department มีหน้าที่ในการดูแลเขตหรือเมืองที่อยู่ใน     County (มณฑล) และ Unincorporated Area (เมืองที่ไม่มีตำรวจดูแล) เพื่อ     รักษาความปลอดภัย มีหน่วยค้นหาและกู้ภัย เรียกว่า Search and Rescue           Team (SAR) ที่รับผิดชอบเขต Kings Canyon River

-California Highway Patrol (C.H.P.) มีหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยบนถนนไฮเวย์ต่างๆ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นตำรวจที่มีอำนาจในการจับกุม สืบสวนสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ และคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนทางหลวง
ฉะนั้น หลังจากที่ทางเชอริฟ กู้ร่างน้องทั้งสองแล้ว C.H.P. ต้องทำหน้าที่กู้ซากรถ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ และยังมีกองกำลังสนับสนุนทั้งเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ เรือ อีกมากมาย มีอำนาจทั่วอาณาเขตในรัฐแคลิฟอร์เนีย

-California Department of Transportation (Caltrans) เหมือนกับกรมทางหลวงบ้านเรา จัดสร้าง ซ่อมแซมถนนหลวงของรัฐแคลิฟอร์เนียทั้งหมด ให้มีสภาพใช้งานได้ตลอดเวลา ก็ส่งกำลังกว่า 20  นาย และอุปกรณ์สนับสนุนการปิดกั้นถนน    

-Fresno Fire Department ถูกเรียกมาเพื่อช่วยสนับสนุนในกรณีเกิดอุบัติเหตุกับเจ้าหน้าที่กอบกู้

-U.S. Forest Services หน่วยงานดูแลอุทยานของรัฐบาลกลาง ซึ่งสถานที่เกิดเหตุอยู่ในความดูแลของหน่วยนี้ โดยไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปทำลายสถานที่ธรรมชาติ การขับรถเข้าไปต้องเสียค่าผ่านประตู

-California National Guard มีกำลังพล 22,000 คน มีแผนกวิศวกรรมโยธา ก่อสร้างถนน คำนวนความเร็วของรถที่กระแทกชนรั้วข้างถนน โดยการสํารวจจากเหล็กที่ใช้เป็นรั้วกั้นทางโค้งที่หักงอแบบ 80-90 องศา กอปรกับไม้ที่หัก จะคำนวนประเมินได้ว่า รถที่ขับชนนั้นขับมาด้วยความเร็วสักเท่าไร

-American Ambulance มาเพื่อช่วยสนับสนุนการปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น

จึงนับว่ากว่าจะประสานงานให้ทุกหน่วยมาร่วมกู้ร่างในวันที่ 1 กันยายนนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องมีการซักซ้อมในพื้นที่ก่อนหนึ่งสัปดาห์ เตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ที่ต้องใช้ รวบรวมเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครที่มีประสบการณ์ และความชำนาญ กว่า 80 ชีวิต เพื่อช่วยกันในการกอบกู้

เชอริฟลงทุนซื้อรอกยึด Grip Hoist ชนิดพิเศษมาใช้ในงานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งก็ต้องมีการซักซ้อมการใช้อีก 

พวกเราชุมชนไทย จำต้องมีนักการเมืองเพื่อชุมชนไทยเราจริงๆ ไว้ เอาแบบคุณมิเชล มีปัญหาก็โทรเรียกหาได้ เพราะนักการเมืองเขาสั่งเจ้าหน้าที่ประจำได้ เพราะเจ้าหน้าที่ประจำมีความเกรงใจ ไม่อยากมีปัญหากับนักการเมือง ซึ่งอาจส่งผลต่ออนาคตการงาน และการเลื่อนตำแหน่งได้

ผมยังมีโอกาสถามคำถามโดยตรงกับหัวหน้าเชอริฟ เฟรสโน นาง Mims เกี่ยวกับความล่าช้าในการกู้ร่าง และสิ่งที่ได้รับรู้ เพื่อเป็นบทเรียนและแนวทางที่เราควรเข้าใจในความคิดเห็นว่า ทำไมการกอบกู้ถึงได้ล่าช้า จนล่วงเลยมาถึง 37 วัน เชอริฟ Mims ตอบว่า ในอนาคต ต้องมีการตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วนขึ้นถึงระดับน้ำ ความเชี่ยวของน้ำ การละลายของหิมะเป็นน้ำทำให้กระแสน้ำยิ่งไหลเชี่ยวกราดเพิ่มขึ้น และดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนกะทันหัน ล้วนเป็นอุปสรรคการกอบกู้ที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่กู้ร่าง  นอกจากนั้นยังมีแผนการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจในการประสานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเสียแต่เนิ่นๆ และมีการซักซ้อมมากขึ้น ก็จะช่วยการวางแผนได้เร็วขึ้น

บทเรียนที่น่ารู้
1. เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ยังขาดความเข้าใจถึงระบบการทำงานของหน่วยราชการในอเมริกา ยกตัวอย่าง ถ้าเราไปหานายกเทศมนตรีแอลเอ (Mayor) แล้วเขาจะไปกดดันตำรวจทางหลวง และเชอริฟเมืองเฟรสโนได้อย่างไร มันคนละสายงาน ไม่มีอำนาจที่จะไปกดดันได้ กลับจะถูกทางเฟรสโนมองว่าเราไม่เข้าใจในระบบของหน่วยงาน แทนที่เราจะไปหาประธานกรรมการบริหารบอร์ดออฟซุปเปอร์ไวเซอร์ คุณมิเชล สตีล ก่อน แล้วให้ท่านไปกดดัน ซุปเปอร์ไวเซอร์นาย Nathan Magsig ซึ่งเป็นคนดูแลงบประมาณของ ส.น.ง.เชอริฟ เฟรสโน แล้วยังเป็นคนพรรคเดียวกันกับคุณมิเชลอีกด้วย ซึ่งหลังจากที่คุณมิเชล เข้ามาช่วยเหลือ ทั้งเชอริฟ Mims และ Supervisor Magsig มีความกระตือรือร้นรายงานความคืบหน้ากันเป็นรายวัน (เหมือนการเกา ต้องเกาให้ถูกจุด) อีกประการหนึ่ง ในวันกอบกู้ ทั้งสองท่าน มาบัญชาการด้วยตัวเอง ตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งไม่ธรรมดาเลยที่คนระดับบริหารฯ จะลงมาดูการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โดยตรง

2. เราไม่เข้าใจถึงตัวแปร ในการที่จะวางแผนกอบกู้ เพื่อให้ความปลอดภัยสูงสุดกับทีมกู้ชีพ คือ
2.1 ระดับน้ำเชี่ยวต้องลดลงให้อยู่ในระดับ 400 ลูกบาศก์ฟุตต่อวินาที
การไหลเชี่ยวอย่างแรงของน้ำ พายุลม สภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวน ฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าแล่บ ฟ้าผ่า ก็จะไม่เอื้ออำนวยให้ทีมกู้ลงไปทำงานอย่างปลอดภัยได้ เฮลิคอปเตอร์ของตำรวจทางหลวงไม่สามารถบินลงไปในหุบเขาที่ลึก เพราะต้องหย่อนเจ้าหน้าที่เพื่อกู้ร่างข้างละ 6 คน แล้วใช้รอกยึดพิเศษผูกติดกับตัวถังรถที่ไม่มั่นคงแข็งแรง เพื่อค่อยๆ ลากเข้าฝั่งทีละนิ้ว ประมาณ 100 ฟุต ถึงจะสามารถกู้ร่างของน้องทั้งสองได้  อีกประการหนึ่ง เครื่องยนต์ของรถได้หลุดหายไปกับสายน้ำตอนตกเหว และระดับน้ำในจุดที่รถเกาะติดอยู่ มีความสูงกว่าที่ได้คาดไว้  คือตอนซ้อมกันนั้นอยู่ในระดับเอว พอเจอเหตุจริง ก็สูงอยู่ระดับอก ทำให้ต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นเป็นพิเศษ โดยปฏิบัติการนี้กว่า 8 ชั่วโมงนี้ เริ่มตั้งแต่ 05.30 น. ถึง 14.00 น. จึงทำการกู้ร่างของน้องทั้งสองได้สำเร็จ โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ยกร่าง บินขึ้นบกทีละคน มีการใช้โดรนบินประสานด้วย

3.การมีสื่อออกมาเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องทั้งที่เมื่องไทยและที่นี มีผลให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทางการเฟรสโนเร่งดำเนินการด้วยเช่นกัน   เนื่องจากคนจะตั้งคำถามว่า ทำไมปล่อยไว้นานถึงไม่กู้ซะที มีสองมาตรฐานหรือป่าว ชาวต่างชาติย่อมไม่เข้าใจ สื่อมวลชนไทยที่ช่วยประสานงานกับสื่ออเมริกันให้นำเสนอข่าวนี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้รับผิดชอบมีความกระตือรือร้นที่จะเร่งทำการกอบกู้ร่างด้วย

ไม่มีใครอยากเห็นโศกนาฏกรรมแบบนี้เกิดขึ้นอีก แต่ถ้าเกิดแล้ว เราต้องรู้ว่าหน่วยงานไหนที่เราจะพึ่งได้ หรือใครที่เราจะเข้าหาขอความช่วยเหลือโดยตรงได้ ไม่ใช่ไปหานักการเมืองท้องถิ่น ต่างระดับ ต่างหน่วยงาน ต่างสายงาน และข่าวการชุมนุมของชุมชนไทยที่ลือว่าจะไปประท้วง หากเกิดขึ้นจริงก็ไม่เป็นการสร้างสรรค์หรือกดดันให้เขาทำงานให้เร็วขึ้นได้เลย

โชคดีครับ