Get Adobe Flash player

ผู้ร้ายข้ามแดน ... จนมุม แต่ไม่จนตรอก! “Catch Me … If You Can” โดย คิด ฉัตรประภาชัย

Font Size:

               ผมได้รับการสอบถามจากหลายท่านเกี่ยวกับกฎหมายของการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศสหรัฐอเมริกา ว่ามีคดีอะไรที่เข้าข่ายมีกฎระเบียบที่ทางการยึดถือปฏิบัติอย่างไร และมีการเลือกปฏิบัติหรือเปล่า โดยเฉพาะในหลายคดีมีผู้ต้องหาที่ยังลอยนวลอยู่ได้ในประเทศไทย หรือประเทศสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันนี้

               ถึงแม้ว่าตำรวจท้องที่ เชอรีฟ หรือ City Police จะไม่ได้รับรู้ หรือเรียนถึงรายละเอียดต่าง ๆ มากนัก เพราะส่วนใหญ่ทางตำรวจที่มีหน้าที่จัดการในเรื่องนี้ คือ U.S. Marshall, FBI, D.E.A., หรือ I.C.E. เพราะเป็นหน่วยงานของรัฐบาลกลาง ติดต่อระหว่างประเทศ ส่วนในทางประเทศไทยก็มี ส.น.ง.ตำรวจแห่งชาติ ผ่านไปทางกระทรวงต่างประเทศ, ส.น.ง.ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, กองปราบปราม, D.S.I. เป็นต้น

               แต่อย่างไรก็ตามผมได้พยายามหาข้อมูลเพื่อให้แฟนคอลัมน์ได้เข้าใจถึงที่มาที่ไปของกฏหมายฉบับนี้โดยสังเขป

               ทางประเทศไทยนั้นเรามีพระราชบัญญัติการส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 (2008) ซึ่งรวมยอดต่อจากฉบับเดิมในปี พ.ศ. 2472 (1929) ปัจจุบันประเทศไทยมีสนธิสัญญา (Extradition Treaty) การส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับ 14 ประเทศ ได้แก่ อังกฤษ, แคนาดา, ออสเตรเลีย, มาเลเซีย, ฟิจิ, เบลเยี่ยม, อินโนนีเซีย, ฟิลิปปินส์, สหรัฐอเมริกา, จีน, เกาหลีใต้, ลาว, บังคลาเทศ และกัมพูชา และยังมีสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องคดีอาญาอื่น ๆ เรียกว่า Treaty on Mutual Assistance in Criminal Matters กับประเทศต่าง ๆ อีก 12 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, นอร์เวย์, อินเดีย, จีน, เกาหลีใต้, โปแลนด์, ศรีลังกา, ออสเตรเลีย และเบลเยี่ยม แต่ถ้าประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญา ก็จะถือหลักถ้อยทีถ้อยปฎิบัติต่างตอบแทน (Reciprocity)

               โดยทั่ว ๆ ไปหลักการของการยื่นคำร้องส่งผู้ร้ายข้ามแดนต้องมีลักษณะดังนี้

  1. ต้องเป็นความผิดที่กฎหมายไทยกำหนดโทษจำคุกไว้ไม่ต่ำกว่า 1 ปี คือ ความผิดของผู้ร้ายต้องเป็นความผิดทางอาญาที่สามารถลงโทษได้ทั้งในประเทศที่ร้องขอ และประเทศที่รับคำร้องขอด้วย (Double Criminality)
  2. ต้องไม่ใช่คดีที่ศาลของประเทศผู้ร้องขอได้พิจารณาและพิพากษาให้ปล่อยหรือได้รับโทษแล้วในความผิดที่ร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน สรุปว่า จะต้องไม่พิจารณาพิพากษาลงโทษบุคคลเดียวกัน ในความผิดที่กระทำในครั้งเดียวกันเป็นซ้ำสอง (Double Jeopardy)
  3. ต้องมิใช่ความผิดที่มีลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือการขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น ตามความจริงที่มีวัตถุประสงส์เพื่อที่จะเอาตัวไปลงโทษอย่างที่มีลักษณะทางการเมือง หรือจากการขัดแย้งทางการเมืองเป็นต้นเหตุ

สำหรับข้อตกลงการส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ทางสหรัฐฯ ทำกับประเทศไทยนั้นก็มีลักษณะคล้ายกันตามข้อ 1-3 เพิ่มเติมว่า ข้อกล่าวหาต้องไม่เกี่ยวกับเรื่องทางทหาร (The offense is not exclusively military in nature)

               คำร้องในการขอให้จับผู้ร้ายข้ามแดนนั้น ประเทศผู้ร้องขอต้องรับรองหมายจับพร้อมรายละเอียดของที่มาของการตั้งข้อหา (Probable Cause) ผู้ต้องหาได้เข้าร่วมสู่กระบวนการพิจารณาคดีหรือเปล่า มีคำรับรองถึงการตัดสินของศาลประกอบการร้องขอหรือเปล่า (คดีต้องไม่หมดอายุความ เป็นต้น)

               ในกรณีที่ต้องการให้ประเทศที่ถูกร้องขอให้ควบคุมตัวผู้ร้ายข้ามแดนทันทีนั้น ก็สามารถทำได้ (Provisional Arrest) แต่ประเทศที่ร้องขอต้องยื่นหลักฐาน เอกสารประกอบภายใน 30 วันหลังจากผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวไว้ มิฉะนั้น ศาลก็สามารถมีคำสั่งให้ปล่อยตัวผู้ร้ายดังกล่าวได้

               ต้องเข้าใจว่าสนธิสัญญานั้นเป็นสัญญาที่ทำกันระหว่างประเทศที่มีอิสรภาพของทั้งสองประเทศเขาสามารถที่จะเจรจาทำความเข้าใจตามสัญญาเป็นราย ๆ ไป และสัญญานี้จะมีข้อตกลงที่แตกต่างกันระหว่างประเทศของทั้งสองคู่สัญญา ยกตัวอย่างประเทศเม็กซิโก, แคนาดา, มาเก๊า  และประเทศในยุโรปจะไม่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาประเทศสหรัฐฯ  หากโทษของคดีที่ผู้ร้ายถูกกล่าวหามีโทษถึงขั้นประหารชีวิต นอกจากอัยการสหรัฐจะรับรองว่าอัยการจะไม่เสนอขอให้ศาลลงโทษประหารชีวิต เมื่อผู้ต้องหาถูกตัดสินว่าผิดในคดีนั้น ๆ

               ในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยทั่วไปเขาจะไม่รับคำร้องในการขอจับผู้ร้ายข้ามแดนในประเทศนี้ ถ้า

เป็นคดีการเมือง ที่มีต้นเหตุจากความขัดแย้งกัน หรือในกรณีเป็นคดีเกี่ยวข้องกับทางทหาร (Military and Political Offenses) ส่วนในเรื่องสัญชาตินั้น ประเทศสหรัฐฯ ไม่คำนึงว่าผู้ต้องหาจะเป็นสัญชาติใด โดยใช้คำว่า (Persons) แทนในสนธิสัญญาร่วม

และสุดท้ายเรื่องค่าใช้จ่าย ประเทศผู้ร้องขอต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการดำเนินเรื่อง เช่น ถ้าผู้ต้องหาคัดค้านการส่งตัวกลับประเทศผู้ร้องขอก็ต้องตั้งทนายแก้ต่าง ร่วมถึงค่าการแปลเอกสารต่าง ๆ ตลอดจนค่าเดินทางของเจ้าหน้าที่ และผู้ร้ายของประเทศผู้ร้องขอ

คดีตัวอย่างที่สหรัฐฯ ร้องขอให้ประเทศไทยจับผู้ต้องหาสำคัญของทางการสหรัฐฯ เช่น นายวิคเตอร์ โตเจวิช บูช หรือรู้จักกันในนาม “วิคเตอร์ บูช” ข้อหาสมคบค้าอาวุธสงคราม ในขณะเดียวกันการขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อมาดำเนินคดีในประเทศไทย เช่น คดีนายราเกซ สักเสนา ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์ คดีนักศึกษาไทยฆ่าแล้วหนีไปอยู่ประเทศอังกฤษ คดีฝรั่งแคนาดาฆ่าหั่นศพสาวไทยใส่กระเป๋าเดินทาง และหลบหนีข้ามประเทศ อนึ่ง หากทางการใดต้องการตัวผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเร่งด่วน และไม่ต้องการผ่านกระบวนการตามสนธิสัญญาที่ทำกันไว้ ก็สามารถขอร้องให้ประเทศปลายทางที่ถูกร้องขอให้ยกเลิกวีซ่าที่เข้าประเทศเขา ทางอิมมิเกรชั่นก็สามารถไปควบคุมตัวและส่งต่อให้ประเทศที่เจ้าตัวอยู่ได้เลย ถ้ามีหลักฐานการกระทำผิดคดีอาญาร้ายแรงจะถูกระบุเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนาในประเทศเขา

ผมก็ขอสรุปว่า เมื่อโลกไม่มีพรมแดน ถ้าคุณกระทำผิดในคดีอาญาร้ายแรงแล้วหนีไปอยู่ต่างประเทศ อย่าคิดว่าคุณจะหนีได้ตลอดรอดฝั่ง คุณอาจจะหนีเงื้อมือกฎหมายได้ แต่คุณก็ไม่สามารถหนีกฎแห่งกรรมได้แน่นอน

โชคดีครับ