Get Adobe Flash player

คุณเตรียมพร้อมหรือยังกับงานที่รอคุณอยู่… “Get the job you want!” โดยคิด ฉัตรประภาชัย

Font Size:

บทความนี้ผู้เขียนอยากแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว เนื่องจากเคยอยู่ในสถานะผู้สมัครหางาน เคยเป็นกรรมการสัมภาษณ์ผู้สมัครงานของรัฐ (State Board of Equalization) อีกทั้งเป็นหนึ่งในกรรมการร่วมเพื่อพิจารณาบรรจุพนักงานใหม่หรือการสอบเลื่อนขั้น จึงทราบเบื้องลึกการวิเคราะห์คุณสมบัติของผู้สมัคร ว่าเหตุใดถึงเลือกคนนั้นคนนี้ และเนื่องจากระยะนี้มีบริษัททางเมืองไทยและบริษัทที่นี่ก็เฟ้นสรรหาคนที่มีความพร้อม มีความสามารถ มีบุคลิกภาพดีที่จะนำภาพลักษณ์ ทำเงิน และชื่อเสียงให้กับองค์กรนั้นๆ ตลอดจนมีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้นำขององค์กรเขาในอนาคตได้

อย่าลืมว่า งานดีๆ เงินเดือนสูง การแข่งขันก็ย่อมสูงขึ้นตามลำดับ หากมีคนสมัครเป็นพันเป็นหมื่น ขั้นตอนการสมัครจึงต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการชนะใจกรรมการในแต่ละขั้นตอน ยกตัวอย่างเช่น การสมัครเป็นตำรวจในสำนักงานเชอริฟ จากจำนวนผู้สมัคร 1,000 คน จะมีเพียง 4 คนเท่านั้น ที่สามารถผ่านด่านต่างๆ ในกระบวนการสรรหา จนได้เข้าเรียนอบรมหลักสูตรของสำนักงานเชอริฟ (LA County Sherriff’s Academy) เป็นเวลา 22 สัปดาห์ ซึ่งในระหว่างเรียนนั้น ก็จะได้เงินเดือนๆ ละ $5,506 หรือปีละ $66,072 แต่ถ้ามีปริญญาตรี ก็จะได้เพิ่มเป็นเดือนละ $6,137 หรือปีละ $73,644 แต่กว่าจะสำเร็จจบหลักสูตรมา ก็จะเหลือเพียง 3 คนเท่านั้น อีก 1 คนจะสอบตกในระหว่างเรียน โดยสอบไม่ผ่านทุกวิชาตามมาตรฐานของรัฐ (Peace Officer Standards and Training หรือ P.O.S.T.)

ฉะนั้น การเตรียมตัวก่อนที่จะเข้าอบรมจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะทำให้คุณสามารถผ่านด่านต่างๆ ได้ ถ้าสนใจก็ต้องศึกษาว่า เขาต้องการคนแบบไหน มีโอกาสเป็นผู้นำของหน่วยงานหรือเปล่า ซึ่งกว่าจะจบนั้น ทางสำนักงานเชอริฟต้องลงทุนกับเทรนนี่ (Trainee) ในระยะฝึกงานหลายแสนเหรียญ

กระบวนการสอบ

1) Application รวมทั้งการสอบสัมภาษณ์ (Structure Questions)

2) Written Test

3) Physical Ability Test

4) Background Investigation (รวมถึงการใช้เครื่อง Polygraph จับเท็จ)

5) Medical and Psychological Evaluations

หลายขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ เพื่อตัดคนที่ไม่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ ให้ออกไปในทีละขั้น เช่น คนที่เคยใช้ยาเสพติดทุกชนิด หรือมีประวัติการขับขี่ที่ได้ใบสั่งบ่อย (เพราะตำรวจต้องขับรถของทางการด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ  ปลอดภัย น้อยครั้งมากที่จะเห็นตำรวจประสบอุบัติเหตุ) มีสถานะการเงินเป็นอย่างไร ต้องสอบประวัติเครดิตว่าเคยผ่อนชำระล่าช้า หรือเคยแจ้งล้มละลายไหม เพราะนี่เป็นการบ่งชี้ถึงความรับผิดชอบต่อตัวเอง และความน่าเชื่อถือว่ามีในระดับไหน อีกประการหนึ่ง ตำรวจต้องสัมผัสเรื่องเงินๆ ทองๆ ในบางครั้งที่เข้าจับกุมคนร้าย เป็นต้น

ส่วนเรื่องการสมัครงาน สิ่งจำเป็นต่างๆ ที่ต้องถามตัวเอง

1.เราต้องการทำอะไรที่ตัวเองชอบ มี Passion หรือมีไฟในสัมมาอาชีพนั้น ไม่ใช่เพราะพ่อแม่อยากให้เป็นหมอ ทนายความ วิศวกร ทำให้เห็นหลายคนที่จบมา ทำงานที่ไม่ฝักใฝ่ไปแล้ว ก็ไม่เจริญก้าวหน้า เพราะมันฝืนใจตัวเอง สุดท้ายก็ต้องลาออก เสียเวลาไปเริ่มเรียนสาขาวิชาชีพใหม่ เพื่อจะได้งานที่ชอบในอายุที่มากขึ้น

2.เรามีความรู้ ความสามารถ และคุณสมบัติที่จะทำงานนั้นๆ ไหม งานบางชนิดเขาก็มีการฝึกงานให้ (On the job training) งานส่วนใหญ่จะมีช่วงทดสอบในระหว่างฝึกงาน (Probation) หรือทัณฑ์บน ระหว่าง 6 เดือนหรือ 1 ปี ว่าเราพัฒนาตัวเองในสิ่งที่เขาสอนไหม ขยัน ตรงต่อเวลา เข้ากับคนอื่นๆ ได้ไหม ทำงานเป็นทีมได้ไหม (Team Player) เราต้องมีความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ และความรู้ ความสามารถ (Is it a good match?)

3.การเตรียมตัว เขียนจดหมายและประวัติการทำงาน (Cover Letter and Resume) อันนี้ต้องลงทุนเขียนให้ชัดเจน ไวยากรณ์ คำสะกดถูกต้อง ชัดเจน เพราะเมื่อคุณส่งเอกสารไปแล้ว ก็จะถูกคัดเลือกขั้นต้น ถ้าผ่านด่านนี้ได้ จึงจะได้เรียกมาสัมภาษณ์ ถ้าไม่แน่ใจในการเขียนเรียบเรียง อาจให้อาจารย์ฝรั่งช่วยตรวจดูให้ก่อน ไม่ต้องอายนะครับ หรืออาจต้องว่าจ้างคนช่วยตรวจสอบปรับปรุงให้ดูสละสลวย ภาษาอังกฤษอาจจะไม่ใช่ภาษาหลักของเรา ฉะนั้น เวลาแปลจากไทยเป็นอังกฤษ มันอาจจะอ่านแล้วฟังดูแปลกๆ ผิดบริบทได้  สมัยผู้เขียนก็เคยให้อาจารย์ภาษาอังกฤษช่วยตรวจให้ ถึงแม้ว่าเรียนจบแล้ว แต่ก็ยังติดต่อกันผ่านทางอีเมล อาจารย์ก็อยากเห็นลูกศิษย์ได้งานดีๆ และก็ยังให้เพื่อนอ่านอีกทีเช่นกัน

ขั้นตอนเอกสารนี้สำคัญมาก กว่าครึ่งหรือสามในสี่จะถูกคัดออกเลย ก่อนที่จะถูกเรียกมาสัมภาษณ์ ฉะนั้น ต้องเขียนตามความเป็นจริง อย่าเว่อร์เด็ดขาด เพราะจะมีการตรวจสอบแน่นอน

4.การเตรียมความพร้อมในการไปสอบสัมภาษณ์ ควรต้องศึกษาบริษัท หน่วยงาน ให้รู้เชิงลึก หลายๆ แห่งเราสามารถโทรสอบถามพนักงานหรือฝ่ายบุคคล Human Resources ได้ แต่สมัยนี้มีเว็บไซต์ของบริษัททุกแห่ง ที่เราสามารถศึกษาก่อนได้ ว่า Mission ของเขาคืออะไร เราจะช่วยเขาได้อย่างไรถ้าเราได้รับเลือกเข้าไปทำงาน มีหลายรายไม่ได้ทำการบ้านตรงนี้มา กรรมการก็เบื่อ เลยรีบๆ คุย แล้วก็จบการสัมภาษณ์ไป อีกอย่างที่อยากบอกน้องๆ คือ ขั้นตอนตั้งแต่คุณส่งจดหมาย ใบประวัติ ตลอดจนถึงการไปสัมภาษณ์ คุณยังอยู่ในกระบวนการสรรหาทั้งสิ้น เช่น เวลาไปสัมภาษณ์ จะถึงกี่โมง ก่อนเวลานัดอย่างน้อย 15 นาที เวลานั่งรอที่ล็อบบี้ ควรวางตัวให้เหมาะสม เพราะทุกบริษัทมีกล้อง CCTV ดู กรรมการก็มีจอมอนิเตอร์อยู่ในห้องทำงาน บางรายยังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา เขาก็ต้องประเมินว่าเวลาจ้างคุณมาทำงานแล้ว คุณคงจะเล่นหรือดูแต่ Smart phone แน่ๆ งานการคงทำได้ไม่เต็มที่ หลายคนเก่ง มีความสามารถ แต่ก็สอบตกไปเลยอย่างน่าเสียดาย อย่ามองข้ามการลงทุนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าให้ดูดี สะอาดเรียบร้อย ผมเผ้า หนวดเครา ตัดให้เรียบร้อย ดูเนี๊ยบ (Neat)

ในวันสัมภาษณ์ สามารถนำจดหมายแนะนำจากนายจ้างเก่า อาจารย์ หรือรางวัลอะไรที่ได้รับ จะทำให้คุณดูมีคุณค่า มีประวัติการทำงานสาธารณประโยชน์บ้างไหม เตรียมตัวเพื่อตอบคำถามต่างๆ เช่น

1) พูดเกี่ยวกับตัวเอง แนะนำตัว การงานที่ผ่านมา ประสบการณ์  (Tell me about yourself)

2) ความรู้เกี่ยวกับบริษัทหรือหน่วยงาน (History, Mission and Goals of Company)

3) จะมีคำถามเพื่อเข้าถึงบุคลิก การทำงานของคุณ เช่น

- Do you prefer to work alone or as part of a team?

- What is your short term or long term goals?

- What do you consider to be your strength or weakness?

- How do you handle failure or success?

4) ในข้อสุดท้าย ส่วนใหญ่นายจ้างจะถามว่า มีอะไรที่คุณจะถาม หรืออธิบายเพิ่มเติมไหม ก็เป็นโอกาสสุดท้ายที่คุณจะพูดให้เขาประทับใจว่า ทำไมควรจะให้โอกาสคุณเข้าทำงาน และอาจถามเขากลับว่า

Do you have any reservations on my qualifications and how can we address it? เพื่อทิ้งท้ายหากเขาคิดว่าคุณไม่เหมาะสมกับงานเพราะติดขัดในคุณวุฒิข้อไหนของคุณ เพื่อคุณจะได้อธิบายให้เข้าใจถ่องแท้ ซึ่งคำถามนี้ใช้ถามกลับในกรณีที่คุณคิดว่าคุณมีคุณวุฒิ ประสบการณ์ตรงแต่อาจไม่ได้ซี้แจงละเอียด ทำให้ผู้สัมภาษณ์คิดต่าง

ท้ายนี้ ขอสนับสนุน

Thai Career Fair Day: Sunday, September 23, 2018 at 5:30 PM at Thai Consul-General’s Residence 621 S. Lorraine Blvd., Los Angeles, CA 90005. Dress Code: Business Casual and Resume Required.

RSVP: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. by September 21, 2018 or call Ms. Siriruk 323-962-9574 x205

มีบริษ้ทชั้นนำของประเทศไทย มาสรรหาผู้มีคุณสมบัติที่เขาต้องการ อย่าพลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ ขอบคุณท่านกงสุลใหญ่ ธานี แสงรัตน์ ผู้ประสานให้เกิดงานนี้ขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

“Discipline is the bridge between goals and accomplishments.” - Jim Rohn

โชคดีครับ