Get Adobe Flash player

อะเมซิ่งไทยแลนด์...จริง ๆ โดย คิด ฉัตรประภาชัย

Font Size:

               ผมได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปเมืองไทยกับคณะศิลปินไทยในลอสแอนเจลิสในคอนเสิร์ตการกุศล “ย้อนกาลเวลา” พร้อมกับคณะวงดนตรี The Platters วงอมตะเจ้าของเพลงดังตลอดกาล เช่น Only You, The Great Pretender, Smoke gets in your eyes โดยมีประธานบริษัททิพยประกันภัย ท่านสมใจนึก เองตระกูล ได้ให้เกียรติเป็นประธานจัด หาทุนทรัพย์เป็นค่าใช้จ่ายของงานทุกอย่าง

               ท่านสมใจนึก ชื่นชอบศิลปินไทยในอดีตเป็นอย่างมาก ท่านเคยไปฟังตามคลับต่าง ๆ ที่นักร้องเหล่านี้เคยร้อง คุณเพ็ญพิมพ์ จิตรธร ผู้จัดการไทยแลนด์พลาซ่า ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลการแสดงของนักร้องไทยที่กลับไปสร้างความบันเทิงให้คนไทยในประเทศไทยได้ร่วมทำบุญจากรายได้ของงานคอนเสิร์ตนี้ และพานักร้องกลับไปเยี่ยมเยียนมาตุภูมิของเรา งานประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนเป็นปีที่สอง

               และทุกครั้งที่ผมมีโอกาสไปเมืองไทย ผมก็จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงและโดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ประเทศไทยเรามีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี ที่สำคัญคนไทยเรามีใจเอื้ออารีกับชาวต่างชาติ ต้อนรับเขาเป็นอย่างดีไม่ว่าจะมาจากชาติไหน ผิวสีอะไร พูดไทยได้หรือไม่ได้ก็ตาม คนไทยก็จะพยายามใช้ภาษาสื่อกับเขาจนได้ อาหารไทยมีให้รับประทานตามร้าน ตามข้างทาง ถูกจนฝรั่งไม่อยากเชื่อ 30-35 บาทต่อหนึ่งจาน (1 เหรียญดอลล่าร์ แลกได้ถึง 32 บาทไทย) รับประทาน 2 จาน บวกน้ำ 1 ขวด แค่ 2 ดอลล่าร์ จะหาที่ไหนได้ แท็กซี่มิเตอร์เริ่มที่ 35 บาท มีมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และสามล้อตุ๊กตุ๊ก ต่อรองกันตามความพอใจของทั้งสองฝ่าย รถไฟฟ้าบนดิน ใต้ดิน สะดวกสบาย ถึงแม้ว่าจะแน่นในช่วงเร่งด่วน ยิ่งถ้าเป็นวันศุกร์สิ้นเดือนที่เงินเดือนออกด้วยแล้ว รถราจะติดกันมาก ๆ ประชาชนก็ต้องหนีมาขึ้นรถไฟฟ้าถึงจะไปถึงจุดหมายได้เร็วกว่า

               ผมอยากจะเล่าอีกมุมมองอื่น ที่ขอติเพื่อก่อกับผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร รัฐบาล และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อจะได้แก้ไขปรับปรุงพัฒนาให้ประเทศไทยพร้อมเข้าสู่สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) (Association of Southeast Asian Nations (Asean)) ในปี 2015 เพียงอีก 2 ปี ประเทศสมาชิก 10 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, บรูไนดารุสซาลาม, เวียตนาม, ลาว, พม่า และเขมร และหนึ่งในความร่วมมือคือในด้านเศรษฐกิจ คือ การค้าเสรี (Free Trade) โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนแรงงานทุกระดับ ทุกสาขาวิชาชีพ จะมีการแย่งชิงผู้มีความรู้ประสบการณ์เพื่อให้บริษัทของตนมีประสิทธิภาพแข่งขันกันในตลาดโลก การลงทุนระหว่างประเทศสมาชิกจะเพิ่มขึ้น สะดวกขึ้น ผู้สัญจรจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่า นักท่องเที่ยวจะเข้าออกประเทศสมาชิกได้สะดวก

ซึ่งในปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเที่ยวในประเทศไทยได้เพิ่มขึ้นจากปี 2012 ถึง 20% ระหว่างเดือนมกราคม ถึงมิถุนายน ตามสถิติของ TAT(Tourism Authority of Thailand) ระบุว่ามีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยเกือบ 13 ล้านคน ส่วนใหญ่มาจากเหล่าสมาชิกอาเซียน เช่น จีน (แผ่นดินใหญ่) มาเป็นอันดับหนึ่ง มาเลเซีย ญี่ปุ่น, รัสเซีย, เกาหลี, ลาว, ออสเตรเลีย, อังกฤษ, สิงคโปร, สหรัฐฯ

               สิ่งจำเป็นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดท่องเที่ยวต่าง ๆ ควรปรับปรุงพัฒนาเพิ่มความสำคัญให้มากขึ้นคือ ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งความสะอาด ยกตัวอย่างคือ ห้องน้ำ ไม่ทราบว่าเมืองไทยเราขาดกระดาษชำระ กระดาษเช็ดมือหรือย่างไร เกือบทุกแห่ง (ยกเว้นโรงแรม และร้านอาหารใหญ่) ห้องน้ำจะไม่มีกระดาษให้เช็ดมือ ล้างมือเสร็จแล้วจะให้คนเช็ดกับกางเกงหรือไร ห้องน้ำสาธารณะแทบจะไม่เห็นเลย ถ้ามีก็จะมีคนขอเก็บเงิน 2-5 บาท แม้แต่สวนสาธารณะของ ก.ท.ม. อย่างสวนลุมพินีก็จะเก็บ ไม่รู้ว่าจะเก็บไปทำไม มันเสียความรู้สึกของคนที่ต้องใช้โดยเฉพาะชาวต่างชาติ คนท้องถิ่นก็อาจจะเคยชินกับการจ่ายเล็กจ่ายน้อย พวกเพื่อนต่างชาติต่างตกใจอีกว่าทำไมคนไทยใช้กระดาษชำระที่ไว้ใช้เช็ดก้นมาเช็ดมือและปาก ตามร้านอาหารมีไว้เป็นม้วนวางบนโต๊ะอาหาร ฝรั่งเขารังเกียจและงงครับ TAT ควรไปให้ความรู้เปลี่ยนมาใช้กระดาษกล่องจะดูดีกว่าเยอะ

               สถานีรถไฟฟ้าบนดิน และใต้ดินก็ไม่มีห้องน้ำสาธารณะให้คนที่ใช้บริการได้ใช้ มันเป็นไปได้อย่างไร ที่ผู้ว่า กทม. ยอมให้สร้างแบบนี้ ผมถามพนักงานเขาบอกไม่มีครับ มีแต่ใช้ในส่วนของเจ้าหน้าที่ ทีเวลาติดตั้งเครื่องเอทีเอ็ม ป้ายโฆษณาต่าง ๆมีให้เห็นเต็มไปหมดตามสถานีต่าง ๆ เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถสร้างรายได้ แต่ถ้าเป็นห้องน้ำเจ้าของบริษัทคิดว่ามีแต่เสียรายจ่าย เป็นสิ่งที่เอาเปรียบลูกค้า

ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วเขาไม่ทำกัน ก็ไม่เห็นมีองค์กรผู้รักษาผลประโยชน์ผู้บริโภคเรียกร้องแทนประชาชนเลย ขอให้รีบทำกันนะครับ BTS, MRT ปีหนึ่งมีกำไรเป็นแสน ๆ ล้าน แค่จัดตั้งห้องน้ำตามสถานีคงจะไม่ขาดทุนเสียเท่าไร กลับจะเป็นการช่วยให้ภาพลักษณ์เมืองหลวงเราดีขึ้นเยอะ ผมไม่ขอให้ทำแบบคนพิการเข้าได้ (Universal Design) หากแต่ทำให้คนธรรมดาเข้าออกได้ก็พอ คนพิการไม่เคยเห็นใช้รถไฟฟ้า เห็นบางคนตาบอด ส่วนคนนั่งรถเข็นไม่เคยเห็นเลย

               อีกเรื่องคือ เรื่องปัญหาจราจรที่นับว่าจะเพิ่มความรุนแรงจนรถแทบขยับไม่ได้เลย จากผลพวงจากโครงการซื้อรถคันแรก ลดภาษีของรัฐบาลทำให้รถเพิ่มอีกเกือบล้านคัน ตอนนี้เลยติดกันทั้งกลางวันและกลางคืน ดังนั้นการสัญจรที่สะดวกและรวดเร็วคือพวกมอเตอร์ไซค์ (รับจ้าง) ซึ่งมีบริการอยู่แทบทุกซอกทุกมุม ประกอบกับคนทำงานและชาวบ้าน ตลอดจนเด็กแว้น มักนิยมใช้ขี่ซึ่งปี ๆ ก็เพิ่มเป็นแสน ๆ คันในกทม. ดังนั้นอุบัติเหตุที่เกิดกับรถมอเตอร์ไซค์มีให้เห็นเป็นประจำ

ผมก็ได้ใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อไปให้ทันนัด แล้วก็เกือบจะถูกรถปิคอัพที่ขับมาด้วยความเร็วแซงซ้ายขณะที่รถมอเตอร์ไซค์จะเปลี่ยนเลนซ้ายด้วย เดชะบุญที่คนขับมอเตอร์ไซค์ตัดสินใจหักกลับเลนเดิม มิฉะนั้นผมคงจะไม่ได้กลับมาแอลเอ เพราะถ้าล้มกลิ้งลงแล้ว หมวกกันน๊อกก็ไม่มีให้ผู้โดยสารใส่ รถหลังก็จะทับร่างแน่นอน บางรายที่เห็นซ้อนสามซ้อนสี่ บางรายลูกเล็กนั่งหน้ามอเตอร์ไซค์ ด้านหลังมีลูกและภรรยานั่งซ้อนด้วย ถ้าถูกชนก็จะเป็นโศกนาฎกรรม ตำรวจก็ไม่เห็นจับ

ผมเห็นกับตา รถมอเตอร์ไซค์ก็ขับมาด้วยความเร็วสูง เจอถนนเปียกและมีคราบน้ำมันมันเบรคอย่างไรไม่ทราบ รถเสียหลักคว่ำคนขับกระเด็นไปชนกับเสาไฟฟ้าตายคาที นักท่องเที่ยวในพัทยา หรือจังหวัดท่องเที่ยวต้องมาจบชีวิตหลายสิบราย เพราะพวกเขานั่งหรือเช่ามอเตอร์ไซค์มาขับขี่โดยไม่รู้ว่ากฎจราจรในเมืองไทยนั้นมีไว้ในสมุดเท่านั้น การปฏิบัติใช้ในการบังคับกฎจราจรแทบจะไม่มี เกิดถูกตำรวจจับก็จ่ายนิดหน่อยก็รอดตัวไป ไม่มีผลกับเบี้ยประกันเหมือนที่นี่

ทางม้าลายถ้าคิดว่ารถจะจอดให้คุณข้ามคุณคงผิดหวัง และคุณเตรียมตัวถูกชนแน่นอนถ้าคุณข้ามไป โดนมาหลายรายซึ่งรวมถึงผมด้วย ที่ขนาดอยู่หน้าสนามบินสุวรรณภูมิมันยังไม่สน ขับเร่งและบีบแตรไล่เราเสียอีก จนท่านสมใจนึกต้องดึงแขนผมไว้เพราะกลัวผมจะโดนชน ท่านบอกว่าเมืองไทยคนขับรถเป็นใหญ่ใครจะออกมารับผิดชอบ มีกฎหมายจราจรก็ไม่บังคับใช้ แล้วคนเหล่านี้ได้ใบขับขี่กันได้อย่างไร ตำรวจมีการตั้งด่านเพื่อหาคนทำผิดกฎจราจรหรือเพื่อหารายได้พิเศษกันแน่

ขอเสนอให้เป็นวาระแห่งชาติเพราะเรื่องเหล่านี้เป็นหน้าตาของประเทศ

ผมก็ขอแนะนำถ้าไปเมืองไทยก็อย่านั่งรถมอเตอร์ไซค์เป็นดีที่สุด ควรมีกระดาษชำระ กระดาษเช็ดมือ ขวดน้ำที่มีที่กรองในตัว ยาหม่อง ยาทากันยุง ก็จะได้เที่ยวด้วยความสุข ได้พบและคุยกับท่านเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ได้ไปเยี่ยมโรงทานของท่านตรงวัดเจ้าอาม เขตบางกอกน้อย ซึ่งท่านได้ให้อาหารกลางวันกับคนรายได้น้อย เป็นร้อยๆคนทุกวัน ซึ่งผมจะเล่าต่อในฉบับหน้า...โชคดีครับ