Get Adobe Flash player

พระบรมรูปทรงม้าสง่าเลิศแล้วเปิดเอง โดย พรโสภา เรียบเรียง

Font Size:

 

    พระปิยมหาราชเจ้า          ทรงม้า สง่าแม่

โรงหล่อซูสแฟร์ปฏิมา          แต่งปั้น

อีกฐานจารึกพรรณา             ทรงคิด ลิขิตนา

สิบเอ็ดพฤศจิกาครานั้น         ปลุกปั้นเป็นเลิศเปิดเอง

                                               พรโสภา ร้อยกรอง

                ความเดิมพระบรมรูปทรงม้า เผยรายชื่อบุคคลต้นคิด และโรงงานหล่อพระบรมรูป ตลอดจนปัญหาต่าง ๆ เช่น มิใช่เหตุบังเอิญ แรงบันดาลใจ และการเรี่ยไรเงิน หรือแม้แต่ปัญหาของบุคคลต้นคิด ที่มีเหตุให้ปรับเปลี่ยนโยกย้ายสถานที่ทำงานก็ตามที ปัญหาดังกล่าวดูเหมือนจะดำเนินหรือสานต่อได้ตามความประสงค์ของพระองค์ท่าน

                เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ทราบสำเนาพระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ 5 เล่าเรื่อง “กำเนิดพระบรมรูปทรงม้า” ซึ่งในตอนที่แล้วได้นำเสนอเพียงฉบับที่ 1 เท่านั้น จึงขอทำสำเนาฉบับต่อไป

(ฉบับที่ 2)

                                                                     วิลลาสตูร์ดชา เมืองบาเคนบาเดน

                                                                     9 มิถุนายน ร.ศ. 126

ถึง พระยาสุขุม

                เรื่อง มอนยุเมนต์ (Monument แปลว่า อนุสาวรีย์) นั้น ยังไม่อยากจะโต้เถียงด้วยดีไซน์ประการหนึ่งประการใดเลย เพราะอยู่ไกลกัน แต่เป็นที่พอใจที่แกไปพัดเอาความคิดกว้างแคบมาได้เท่านี้ ก็พอที่จะคิดเรื่องทำรูปอยู่แล้ว ได้ส่งไปให้จรูญเป็นหลักคิด

                                                                              สยามินทร์

 

(ฉบับที่ 3)

                                                                             เรืออัลเบียน (เมื่อเสด็จไปนอทแค็ป)

                                                                             วันที่ 2 สิงหาคม ร.ศ. 126

ถึง พระยาสุขุม

                ว่าด้วยเรื่องรูปที่จะตั้งกลางถนนนั้น ได้ตกลงกันตามแบบหลังเป็นดีแล้ว กลับไปปารีสคราวนี้ จะได้รู้เป็นแน่นอนตกลงว่าช่างเขาจะทำอย่างไร จะบอกไปให้ทราบ

                                                                              สยามินทร์

 

(ฉบับที่ 4)

                                                                              สวนดุสิต

                                                                              วันที่ 6 ธันวาคม ร.ศ. 126

ถึง พระยาสุขุม

                วันนี้ได้รับโทรเลยจรูญ ฉะบับ 1 ว่า รูปสเตชู (Statue แปลว่า รูปปั้น) นั้น ขนาดดังนี้ โดยยาว 1-90 เมเตอร์ กว้าง 1-25 สูงเกือบ 5 เมเตอร์ น้ำหนัก 6,000 กิโลแกรม อยากจะทราบว่า ดาบนั้นจะให้มือเกาะฤาจะห้อยอยู่กับสาย แลอยากจะทราบขนาดของที่ตั้งโดยเร็วที่สุด ดังนี้

                การที่ว่าเช่นนี้ เพราะเหตุที่ผู้ทำนั้น ช่างปั้นรูปคนนายหนึ่ง ช่างปั้นม้านายหนึ่ง เมื่อเสร็จแล้ว จึงจะถึงช่างหล่อ ยังไม่ได้คิดไปถึงถาน ซึ่งเป็นงานของช่างก่อช่างศิลาเลย แต่รูปถานฤาขนาดถานก็ยังไม่ได้นึก

                แต่ข้างฝ่ายเราออกจะนึกไม่ใคร่เป็น เกี่ยงให้เขาคิด หมายใจว่า เขาจะทำเป็นสเตชูแล้วเสร็จมาเหมือนตุ๊กตาทองแดงที่ซื้อ ๆ กันตัวหนึ่ง แต่ที่จริงการมันต่างกันหมด ถ้าจะให้เขากะมาให้เสร็จจะบอกไปถึงจรูญให้หาช่ากะ เมื่อกะส่วนตัว และถานได้กันแล้วให้จ้างเขาทำศิลาเสียให้เสร็จจะให้ช่าง 3 คน 4 คน อย่างไรก็ตามสุดแต่ให้เขามอบหมายกันมาคุมให้สำเร็จเป็นตุ๊กตาตัวหนึ่งทั้งถานก็ทำได้ เพราะเราจะกะจะทำอย่างไร ก็ต้องไปเอาศิลาฝรั่งมาทำทั้งนั้น

                เดี๋ยวนี้ขัดข้องข้อเดียวที่เรื่องซุ้ม ถ้าหากว่าเขากะมาส่วนสูงซุ้มของเราต่ำไปจะเป็นความลำบากแก้ยาก จึงเป็นการจำเป็นที่จะต้องรู้เรื่องซุ้ม และซุ้มนั้นจะใช้ศิลาบ้างฤาไม่ศิลาจะต้องเหมือนกันกับถานฤาไม่ ว่าเราจะต้องคิดและตัดสินเสียให้ตกลงก่อน จรูญก็เร่งจี้นัก ขอให้ตอบโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะตอบได้ เพราะฉะนั้นขอให้คิดอ่านปฤกษามิสเตอร์ตามาโย เอาความตกลงให้ได้โดยเร็วที่สุด จะได้โทรเลขตอบข้อสำคัญที่เขาถาม แล้วจึงจะเขียนหนังสือต่อไป

                                                                                 สยามินทร์

 

(ฉบับที่ 5)

                                                                                  สวนดุสิต

                                                                                  วันที่ 29 ตุลาคม ร.ศ. 127

ถึง พระยาสุขุม

                เรื่องคำจาฤกที่ได้วานให้ช่วยร่างไว้แต่แรก ร่างลงไปไม่ได้เป็นการแต่งอิตปิโสตัวเอง ครั้งเมื่อได้เห็นร่างซึ่งทำขึ้นไว้ มีใจความบริบูรณ์แล้ว แต่ถ้อยคำยังกระจัดกระจาย จึงได้รวบรวมข้อความเหล่านั้น ควรจะเรียกว่า ประพันธ์เข้าใหม่ ไม่ให้ผิดความเดิม เพราะจะให้ปรากฏว่าสร้างในเวลาเจ้าของรูปอยู่

                                                                                  สยามินทร์

 

(ฉบับที่ 6)

                                                                                 สวนดุสิต

                                                                                 วันที่ 2 พฤศจิกายน ร.ศ. 127

ถึง พระยาสุขุม

                ขอต่อว่า ว่าแกมาเกณฑ์ให้ช่วยแก้ร่างคำจาฤก เป็นการผิดคราวผิดสมัย ไม่มีผู้ใดอ่านเข้าใจ ฤาอ่านเข้าใจแต่ไม่เป็นที่พึงใจทำนองหนังสือ เพราะมันเป็นเสียงคนแก่พูดไป

                อันลักษณที่กรมดำรงเรียงมานั้น เขาเรียกว่า ผการาย อ่านจนตายก็จำไม่ได้ จึงได้แก้รัดเข้าเป็นร้อยแก้ว ซึ่งคนทุกวันนี้เข้าใจว่าเขียนลงไปว่ากระไร ๆ ถ้าเป็นร้อยแก้วบ้างไม่เป็นบ้างเช่นนี้อายผีสางเทวดา ถ้าหากว่ามนุษย์จะไม่รู้ คงจะมีผู้ที่มีความรู้ยิ้มเย้ยเยอะบ้างเป็นแน่ เพราะฉะนั้นขอให้กระจายกลอนเสียให้หมดให้จงได้ แลเติมด้วยอะไร ๆ ลงไปให้บริบูรณ์ ขอว่าสำนวนทำนองไหนให้เป็นทำนองนั้น มีปนกันเลอะเทอะแล้วเห็นจะไม่เป็นการ

                ขอต่อว่า ซึ่งให้กรมนเรศ (พระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาล) มาถามออฟฟิเชียรลี่ ว่าจะยอมให้แก้ฤาไม่เช่นนี้ ไม่ใช่น่าที่ที่ควรจะตอบ กลายเป็นทรงร่างไปเท่านั้นเอง คราวนี้ถ้าถ้อยคำงุ่มง่ามอย่าไร เขาก็จะว่าเจ้าของท่านเรียงของท่านเอง เห็นไม่เป็นแก่นสาร แต่นี้อย่าได้ปฤกษาหารือกันต่อไป เลิกเท่านี้ที

                                                                                   สยามินทร์

 

(ฉบับที่ 7)

                                                                                  สวนดุสิต

                                                                                  วันที่ 18 ตุลาคม ร.ศ. 128

ถึง เจ้าพระยายมราช

                ได้รับหนังสือว่า ด้วยการสมโภชรูปนั้นแล้ว

                ไม่มีความสงไสยในความจงรักภักดีของพวกนี้ เชื่อแน่ว่าเขาจัดการได้สนุกนิ์

                มีข้อที่ควรคิดอยู่อย่างเดียว แต่เพียงว่าปีแรก ๆ สนุกนิ์มากนัก ปีหลังซึ่งเพียงแต่ซ้ำปีก็อาจจะชักจืดได้ ข้อสำคัญที่จะให้ยั่งยืนนั้น จะต้องเอาความนิยมต่อการสนุกนี้ของราษฏร เป็นสำคัญอย่าง เช่น เขาแห่เจ้า มีงิ้วงานปี เขาไม่จัดได้ฉันก็ทำนองนั้น ที่ว่านี้เทียบทางที่พวกเมืองเราเคยทำ ถ้าเทียบอย่างฝรั่งเขาก็มีกำหนดวันแต่งดอกไม้ปีละครั้ง เช่น หลอดบิกคอนสฟีล ใคร ๆ ก็พาดอกปริมโรสไปประดับจนเป็นกองอยู่รอบรูป การที่จะทำเป็นของราษฏร แต่เพราะเหตุที่มิวนิสเปอล คือ เวลานี้เป็นกรมศุขาภิบาลเป็นเจ้าของสิ่งทั้งปวงที่สร้างขึ้น เป็นของสาธารณชนทั่วไป จึงต้องเป็นเฮียถง ฤามรรคนายกเอาเพียงเท่านั้น อย่าให้เดินไปถึงเป็นการหลวง เช่นกับเบิกใบศรีเงินทองไปตั้ง ฤาเครื่งนมัสการไปตั้งที่ที่บุญ อย่าเกี่ยวกับกระทรวงวังเลย เช่นนั้นได้จึงจะดี

                                                                               สยามินทร์

 

                จากสำเนาพระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ 5 เล่าเรื่อง “กำเนิดพระบรมรูปทรงม้า” แล้วผลงานที่ออกมา นับเป็นประติมากรรมชั้นเลิศ ซึ่งเกิดจากการวางแผน การรังสรรค์ การอนุรักษ์ดูแล ตลอดจนเรียกได้ว่า “พระบรมวินิจฉัยอันละเอียดลออทุก ๆ ขั้นตอน คงจะต้องเชื่อแล้วละว่าพระองค์เป็น “แม่งานตัวจริง”

                และแล้ว 21 ตุลาคม พ.ศ. 2451 พระบรมรูปทรงม้า ถูกจัดส่งเข้ามาทางเรือถึงกรุงเทพฯ และได้รับการติดตั้งเป็นที่เรียบร้อย ณ ลานพระราชวังดุสิต ตรงตำแหน่งซุ้มประตูที่ทรงตั้งพระทัยไว้แต่แรก ครั้งถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451 รัชกาลที่ 5 จึงเสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีชักผ้าแพรคลุมเปิดพระบรมรูปทรงม้าอย่างเป็นทางการด้วยพระองค์เอง (ดังภาพจากไปรษณียบัตรอายุ 96 ปี พบในฝรั่งเศส)

บรรณานุกรม

1 จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, พระราชนิพนธ์ เรื่องไกลบ้าน กรุงเทพฯ โรงพิมพ์สยามพณิชยการ 2479

2 ไกรฤกษ์ นานา, อาจารย์, เบื้องหลังเบื้องลึกของสาเหตุการสร้างพระบรมรูปทรงม้า ศิลปวัฒนธรรม 12 ตุลาคม 2547

3 นิตยสารแสตมป์ และสิ่งสะสม ฉบับที่ 8 ตุลาคม 2556