Get Adobe Flash player

ยี่สิบห้าพฤศจิกาวันวชิราวุธ โดย พรโสภา เรียบเรียง

Font Size:

25 พฤศจิกายน มหาวชิราวุธานุสรณ์

โคลงสี่สุภาพ

   พระมหาธีรราชเจ้า              จอมสยาม

จอมปราชญ์นามเรืองราม          ก่องหล้า

นิพนธ์ยินยลยาม                   งามละเมียด  ละไมนอ

สมนามจอมปราชญ์ฟ้า            เจิดฟ้าแจ่มไผทฯ

 

   ราชัยคืนสู่ห้วง                   เนาสวรรค์  พิมานนา

ยี่สิบห้าพฤศจิกอัน                 โศกเศร้า

ปวงชนสุดโศกศัลย์                แสนเทอษ  ฤทัยแฮ

สองสี่หักแปดเจ้า                  มงกุฎเกล้าคืนสรวงฯ

 

   เหลือพวงบุปผชาติช่อ         อักษรา  วรรณเฮย

สืบทอดต่อกันมา                  หลากร้อย

นิพนธ์ละครสา-                    รพัดล้วน  งามแฮ

ชนชื่นชื่นด้วยสร้อย                เพชรพร้อยวรรณกรรมฯ

 

   ธรรมาธรรมะเนื่อง               สงคราม

เวนิสวานิชงาม                     เพริศแพร้ว

สามัคคีเสวกวาม                   ด้วยถ้อย  นิพนธ์เฮย

คือปราชญ์ฉลาดแผ้ว              ก่องแก้วกวีวรรณฯ

 

   พราวพรรณพระร่วงเจ้า         จอมชน

อีกหนึ่งงานนิพนธ์                  ราชไท้

เปรียบปานดั่งอุบล                 บานเบิก

งามเด่นประดับไว้                  เบื้องนั้นบรรณสมัยฯ

 

   นอบไท้กวินทร์วัชร์              รัชที่  หกเอย

งามศักดิ์องค์จักรี                   จักรแก้ว

สมนามมหาธีร-                     ราชเจ้า  ภพนอ

ราษฎร์ร้องรำเจื้อยแจ้ว             เล่นละครถวาย

                                         ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

                                         ข้าพระพุทธเจ้า บุคคลากรหนังสือพิมพ์เสรีชัย

                                         พรเทพ  ประดิษฐ์ชัยกุล (ร้อยกรอง)

 

พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ

                พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระนามเดิมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ แต่สมเด็จพระชนกนาถ และสมเด็จพระราชชนนีโปรดเรียกว่า “ลูกโต” เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2423 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 29 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทรา พระบรมราชินีนาถ

                เมื่อพระชนมายุได้ 8 พรรษา ทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าฟ้ากรมขุนเทพทวาราวดี ซึ่งมีพระเกียรติยศรองจาก พระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้าวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อมีพระชนมายุได้ 12 พรรษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ระหว่างที่ประทับอยู่ที่แอสคอตนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้าวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2437 พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จึงพร้อมกันกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอสถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ กรมขุนเทพทวาราวดี ขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร

                พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงพระราชภาระอันยิ่งใหญ่ในอนาคต จึงทรงพระราชอุตสาหะในการศึกษาเล่าเรียนเป็นอย่างยิ่ง ทรงใช้เวลาว่างในการเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรกิจการต่าง ๆ ในประเทศอังกฤษ เช่น โรงงานวาวุธยุทธภัณฑ์ หรือเสด็จพระราชดำเนินไปยังประเทศฝรั่งเศส และประเทศใกล้เคียง เพื่อทอดพระเนตรความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม ซึ่งอาจจะทรงนำไปใช้ประโยชน์ในประเทศไทยได้ จึงมีโอกาสทอดพระเนตรการแสดงละครชั้นเยี่ยมของโลก ซึ่งเป็นที่พอพระราชหฤทัยมาก และทำให้ทรงมีงานอดิเรกอย่างหนึ่ง คือ การทรงพระราชนิพนธ์บทละครประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทละครพูด จนในที่สุดทรงมีความชำนาญ และทรงพระปรีชาสามารถในศิลปะแขนงนี้

“สงครามบัวร์” สมัครไปร่วมรบในแนวหน้า

                พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าศึกษาวิชาการทหารที่โรงเรียนนายร้อยแซนเฮิร์สต์ (Sandhurst) เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาจากแซนเฮิร์สต์แล้ว ทรงเข้ารับราชการในกรมทหารราบเบาเดอร์ม (Durham Light Ingantry) ที่นอร์ธแคมป์ (North Camp) ณ ออลเดอร์ชอต ในขณะนั้นได้เกิดสงครามระหว่างอังกฤษ กับพวกดัตช์ ที่เรียกว่า “สงครามบัวร์” ในแอฟริกาใต้ พระองค์ได้ทรงลงพระนามสมัครไปร่วมรบในแนวหน้า กับกรมทหารราบเบาเดอร์ม ที่ทรงสังกัดอยู่

                ในระหว่างปี พ.ศ. 2442-2444 ทรงเข้าศึกษาวิชาการด้านประวัติศาสตร์ และกฎหมาย ที่วิทยาลัยไคร์สเชิร์ช (Christ Church) มหาวิทยาลัยออกชฟอร์ด ตามหลักสูตรที่ทางมหาวิทยาลัยจัดถวายเป็นพิเศษ สำหรับเจ้านายและขุนนาง ระหว่างศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ทรงศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ฯลฯ ทรงได้รับการยกย่องชมเชยจากพระอาจารย์ และคณะบดีว่า พระองค์มีพระปรีชาสามารถเฉียบแหลม

พระราชนิพนธ์ประวัติศาสตร์ยุโรป

                เมื่อพระองค์ทรงศึกษาในมหาวิทยาลัยออกชฟอร์ดได้ระยะหนึ่ง คณะบดีพาเจต และเรฟเวอเรส์ฮัสเซล พระอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย ได้ถวายคำแนะนำให้พระราชนิพนธ์หนังสือเพื่อเป็นเกียรติยศสำหรับสถาบันแห่งนี้ และเพื่อทดแทนการที่มิได้ทรงเข้าสอบไล่เพื่อรับปริญญาบัตรตามธรรมเนียมนิยมของเจ้านายที่ทรงรับการศึกษาในสถาบันแห่งนี้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นชอบด้วย ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ยุโรป เรื่อง The War of the Polish Succession

                อนึ่ง พระราชนิพนธ์เรื่องนี้ สำนักพิมพ์ Boho Blackwell ประเทศอังกฤษได้จัดพิมพ์เพื่อจำหน่ายครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2444 ต่อมามีผู้นำไปแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส และแปลเป็นภาษาไทย โดยพระยาบุรีนวราฏฎร์ (ชวน สิงหเสนี) ราชเลาขานุการในพระองค์ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2468 ในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยใช้ชื่อเป็นภาษาไทย ว่า “สงครามสืบราชสมบัติโปลันด์” ทรงศึกษาอยู่ ณ มหาวิทยาลัยออกชฟอร์ด จนถึงปี พ.ศ. 2444 และเสด็จออกจากกรุงลอนดอนเพื่อนิวัติกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2445

                เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

“จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” มหาวิทยาลัยแห่งแรก

                พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสว่า การศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่จะพัฒนาประเทศให้มีความเจริญทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ ดังนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานทรัพย์สิน และที่ดินส่วนพระองค์เพื่อสร้างโรงเรียนแห่งแรกนั้น ในปี พ.ศ. 2453 ได้แก่ “โรงเรียนมหาดเล็กหลวง”  โรงเรียนแห่งนี้ได้ดำเนินการแบบโรงเรียนประจำชั้นหนึ่งในประเทศอังกฤษ ซึ่งมีการเรียนการสอนเด็กชายให้เป็นสุภาพบุรุษ และใช้ระบบนักเรียนปรกครองกันเอง

                ในด้านการศึกษาระดับสูง ทรงต้องการสร้างมหาวิทยาลัยขึ้น เพื่อให้ประชาชนในประเทศสามารถศึกษาหาความรู้ ความสามารถขึ้นเรื่อยไป ดังเช่นในยุโรปที่มีมหาวิทยาลัย แต่ในขณะนั้นประเทศยังไม่มีมหาวิทยาลัยที่จะให้ความรู้กับผู้ที่ต้องการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายกิจการ การศึกษาของโรงเรียนข้าราชการพลเรือนในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นเป็น “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ซึ่งถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย

                ใช่แต่เท่านั้นพระราชกรณียกิจในพระองค์ยังมีอีกมากที่น่ารู้น่าศึกษา ดังเช่น ด้านการเมืองการปกครอง ด้านการคมนาคม ด้านความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ด้านการป้องกันประเทศ ด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านสถาปัตยกรรม ด้านวรรณกรรม ด้านหนังสือพิมพ์ ด้านวัฒนธรรมไทย ด้านจิตรกรรม เป็นต้น

                และอย่าลืมว่า วันที่ 25 พฤศจิกายน เป้น “วันประถมศึกษา” ด้วยครับ