Get Adobe Flash player

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดย พรโสภา เรียบเรียง

Font Size:

 

               เกริกศึกกรำตามสร้าง             กรุงธน บุรีนอ

เกริกกิจกู้ไผทชน                                เชิด

พระเจ้าตากสินกล                               ยุทธแกร่ง

พระกิตติศัพท์ก้อง                                 กรุ่นฟ้าฝากไทย

               ดับฟอนไฟศึกล้อม                อยุธยา

กระเดื่องพระเดชา                                 เฉิดด้าว

รานศึกกร่อนปัจจา                                มิตรราบ

กอปรเจ็ดเดือนอะคร้าว                         ครอบแคว้นฝากนาม

               ถอนหนามยอกอกด้าว           โดยกวี

สรรค์ทิพย์ธนบุรี                                   ร่มฟ้า

สรรค์เสกราชธานี                                 เป็นหนึ่ง

สรรค์สุขเสริมไทยกล้า                          แกร่งกร้าวหลอมกรุง

               ประดุงประดับห้อม                ทวยหาญ

ประมุขมนตรีชาญ                                เชี่ยวแกล้ว

นายกองแม่ทัพฐาน                               ไทยมั่น- คงเฮย

ไตรภพพระเดชแผ้ว                               ผ่านฟ้าภูมิพงศ์

               เอกองค์มหาราชเจ้า             ตากสิน

พระเกียรติพระยศยิน                            อยู่ยั้ง

ประดับเด่นฟ้าดิน                                 โชดก

ยี่สิบแปดธันว์ครั้ง                                 ครบซ้องสักการะ

               พุ่มพานมะลิพร้อม                ถวายองค์

บูชิตพระคุณทรง                                   สถิตเกล้า

พระเสวยสวรรค์มง-                              คลทิพย์

ข้าราษฎร์รำลึกเฝ้า                                ตราบฟ้าพุทธภูมิ

                                         พระมหาสมวัง ธีเรสโก (นครราชสีมา)

ยี่สิบแปดธันว์วันพระเจ้าตากสิน

               คอลัมน์พบกันวันอาทิตย์ โดย คุณสมเจตน์ วัฒนาธร น.ส.พ. เดลินิวส์ ถ้าดูกันผิวเผิน “ถมทองราคาเกือบ 2 แสน” คงจะนึกว่า เอาของเก่าของโบราณมาโชว์ หรือมาขาย และถ้าเป็นแฟนคอลัมน์นี้ ก็จะรู้เลยว่า “กาน้ำถมทอง” เอามาประมูลแน่ โดยตั้งราคาไว้ 180,000 บาท

               แต่เมื่ออ่านอย่างตั้งใจ ก็จะรู้เรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทยมาแทรกไว้ในคอลัมน์นี้ด้วย และโดยเฉพาะไม่ใช่ว่าลืม เป็นเพราะคนไทย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่า หรือรุ่นใหม่ จะมีสักกี่เปอร์เซนต์ ที่รู้ว่า “วันที่ 28 ธันวาคม เป็นวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” เลยตัดมาแปะให้ได้อ่านกันทั้งคอลัมน์ ซึ่งผู้เรียบเรียงเอง ก็เพิ่งได้ความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นในการประกอบการเขียนอีกวันหนึ่งวันสำคัญของไทยซะด้วย

               นี่ยังดีนะ ถ้าไปเจอกลอนที่ ดร.จุไรรัตน์ วรรณยิ่ง ร้อยกรองให้ น.ส.พ.เดลินิวสน์ ยิ่งซาบซึ้งมากยากจักลืมได้ ดังนี้

               หากไม่มี “พระเจ้าตากสิน” คงสิ้นชาติ

               เอกราชเอกลักษณ์จักสูญหาย

               ทรงกู้ชาติประกาศชัยเพื่อไว้ลาย

               ไทยทั้งหลายน้อมรำลึกสำนึกคุณ

หุงข้าวเย็นกินกันแล้วต่อยหม้อข้าวทิ้งจะไปกินข้าวเช้ากันในเมือง

               ขอรวบรัดเรื่องไปกล่าวถึงในเดือน 5 ปีกุน พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าข้าศึก ทำให้คนไทยที่มีสมัครพรรคพวกต่างก็ตั้งตัวเป็นใหญ่แยกเป็นก๊ก เป็นเหล่า ถึง 6 พวก ได้แก่

  1. ชุมนุมเจ้าพิมาย
  2. ชุมนุมเจ้านครศรีธรรมราช
  3. ชุมนุมเจ้าพระยาพิษณุโลก
  4. ชุมนุมเจ้าพระฝาง
  5. ชุมนุมสุกี้พระนายกอง
  6. ชุมนุมพระยาตาก

โดยเฉพาะเจ้าตากกำลังเจรจาขอความช่วยเหลือกับพระยาจันทบุรี ซึ่งในตอนแรกเจ้าพระยาจันทบุรีตกลง แต่พอกรุงศรีอยุธยาแตก เจ้าพระยาจันทบุรีก็ไม่ยอมเป็นไมตรีกับเจ้าตาก รวมถึงในขณะนั้นขุนรามหมื่นซ่อง ที่เคยเป็นกรมการเมืองระยอง และได้เข้าปล้นค่ายเจ้าตากเพื่อชิงช้างม้า และเสบียงอาหาร เจ้าตากจึงยกกำลังไปปราบปราม ขุนรามหมื่นซ่องไม่สามารถสู้กำลังเจ้าตากได้ จึงหลบหนีไปอยู่กับเจ้าพระยาจันทบุรี แล้วทั้งสองได้ร่วมมือกันออกอุบายเพื่อทำร้ายเจ้าตากด้วย เห็นว่าถ้าเข้าต่อสู้กันซึ่งหน้า ก็มิอาจสู้เจ้าตากได้

               อุบายแรกให้พระสงฆ์ 4 รูป เชิญเจ้าตากไปตั้งค่ายในเมืองจันทบุรี แถบริมน้ำด้านใต้ของเมือง เพื่อที่จะสั่งให้ทหารโจมตีเจ้าตาก และไพร่พลในขณะข้ามแม่น้ำ

               อุบายที่สอง สั่งให้ไพร่พลขึ้นประจำเชิงเทิน แล้วให้ขุนพรหมธิบาลออกไปเชิญเจ้าตากเข้าไปในเมือง โดยอ้างเหตุผลว่า พระยาจันทบุรีต้องการปรึกษาราชการสงคราม เจ้าตากจึงสั่งให้ขุนพรหมธิบาลกลับเข้าไปบอกพระยาจันทบุรีว่า

               “พระยาจันทบุรีเป็นผู้เชิญเจ้าตากมา ครั้งมาถึงก็หาออกมาต้อนรับไม่ ทั้ง ๆ ที่เจ้าตากเดิมเป็นเจ้าเมืองมีศักดินาสูงกว่า ซ้ำยังระดมคนขึ้นประจำเชิงเทิน และยังคบหากับขุนรามหมื่นซ่องผู้ที่ทำร้ายเจ้าตากถึง 2 คราว ทำเหมือนกับเป็นข้าศึกกัน ถ้าจะให้เจ้าตากเข้าเมือง พระยาจันทบุรีจะต้องออกมาหาเจ้าตากก่อน หรือมิฉะนั้นก็ส่งตัวขุนรามหมื่นซ่องออกมา ให้มาทำสัตย์สาบานให้เป็นที่ไว้วางใจก่อน จะได้นับถือเป็นพี่น้องสืบไป แต่พระยาจันทบุรีส่งแต่สำรับเครื่องเลี้ยงดูออกมา เจ้าตากขัดเคืองมาก จึงสั่งให้บอกพระยาจันทบุรีว่า “พระยาจันทบุรีมิได้ตั้งอยู่ในสัตยภาพแล้ว แลเห็นว่าขุนรามหมื่นซ่องจะช่วยป้องกันเมืองไว้ได้ ก็ให้ตกแต่งการไว้ให้มั่งคงเถิด เราจะตีเอาให้จงได้”

               เจ้าตากได้ทบทวนถึงสถานการณ์แล้ว เห็นว่าแม้ข้าศึกจะครั้นคร้ามฝีมือไม่กล้าโจมตีซึ่งหน้า แต่ข้าศึกมีจำนวนมากกว่า ถ้าเจ้าตากล่าถอยออกไปเมื่อใดทัพเมืองจันทบุรีก็จะล้อมไล่ตีได้หลายทาง เพราะชำนาญภูมิประเทศมากกว่า แต่จะตั้งมั่น ณ ที่นั้นนานไปก็ไม่ได้ เพราะไม่มีเสบียงอาหาร เจ้าตากจึงได้ตัดสินใจเข้าตีเมืองจันทบุรีในค่ำวันนั้นเอง การรบครั้งนี้ได้แสดงถึงน้ำใจอันเด็ดเดี่ยวของเจ้าตาก

               ท่านสั่งนายทัพนายกองและไพร่พลว่า “เราจะตีเมืองจันทบุรีในค่ำวันนี้ เมื่อกองทัพหุงข้าวเย็นกินกันเสร็จแล้วทั้งนายไพร่ให้เทอาหารทิ้ง และต่อยหม้อข้าวเสียให้หมด หมายจะไปกินข้าวกันในเมืองจันทบุรีในวันพรุ่งนี้ แต่ถ้าตีเอาเมืองจันทบุรีไม่ได้ ก็จะตายกันเสียให้หมดด้วยกันทีเดียว”

เอกสารอ้างอิง

1.ศิริวรรณ คุ้มโห้, วันและประเพณีสำคัญ, สำนักพิมพ์เดอะบุคส์ กรุงเทพฯ

2.สุภักดิ์ อนุกูล, วันสำคัญของไทย, หจก.ทิพยวิสุทธิ์, พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2542