Get Adobe Flash player

สิ่งมงคลน่ารู้อยู่คู่วัดโพธิ์ (ตอน 2) โดย พรโสภา

Font Size:

ความเดิม วัดโพธิ์ หรือ วัดโพธาราม นั้นเป็นวัดราษฎร์ ในสมัยกรุงธนบุรี ได้สถาปนาเป็นพระนครอยู่ที่กรุงธนบุรี วัดโพธิ์ซึ่งอยู่ในเขตพระนครฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาจึงได้รับการยก ฐานะเป็นพระอารามหลวง และในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทอดพระเนตรเห็นวัดโพธารามเก่าชำรุดทรุดโทรมมาก ทรงพระราชศรัทธาบูรณะปฏิสังขรณ์ให้บริบูรณ์งดงาม โดยเฉพาะพระอุโบสถใช้เวลาสถาปนาพระอาราม 7 ปี 5 เดือน 28 วัน จึงสำเร็จ และมีนามปรากฎ ชื่อ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาศ

                                ใน รัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทอดผ้าพระกฐิน ทอดพระเนตรเห็นวัดทรุดโทรม ซึ่งว่างเว้นการบูรณะมากกว่า 30 ปี จึงโปรดให้บูรณะปฏิสังขรณ์ทั้งพระอาราม ดังที่เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) บันทึกไว้ ดังนี้

พระพุทธไสยาสน์ยาวเก้าสิบศอก

                “...การ ในพระนครที่ปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนนั้น ก็ทำเพิ่มเติมขึ้นอีกเป็นอันมาก ทั้งบริเวณพระอุโบสถนั้นก็ทำใหม่ให้ใหญ่สูงขึ้น แล้วได้ทำพระพิหารพระพุทธไสยาสน์หลัง 1 ทรงสร้างพระพุทธไสยาสน์ขึ้นพระองค์ 1 ยาว 90 ศอก พระเจดีย์สูง 1 เส้น 2 ศอก 2 พระองค์ พระเจดีย์รายรอบพระระเบียงชั้นนอกอีกชั้น 1 ก่อภูเขาทำศาลารายเพิ่มเติมให้ดีขึ้นไปทุกสิ่งการสิ่งใด นอกจากจดหมายไว้ในแผ่นศิลา เมื่อแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดให้จารึกไว้แล้ว ก็เป็นส่วนของในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทั้งสิ้น จะพรรณาก็ยืดยาวนัก ฝ่ายข้างกุฎิสงฆ์ก็ทำเป็นตึกขึ้นทั้งสิ้น...”

                ใน การบูรณะใหญ่ทั้งพระอารามครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้จารึกสรรพวิทยาการทั้งปวงในเวลา นั้นประดับอยู่ตามระเบียงคด และศาลารายต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ศึกษา วัดพระเชตุพนจึงได้ชื่อว่า “มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย” นอกจากนี้ ในการประดับประดาสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ได้มีการปราศัยด้วยลวดลายสัญลักษณ์สิริมงคลทั้งไทยและจีนประสมกัน อันเป็นศิลปะแบบพระราชนิยม สอดคล้องกับสร้อยนามของวัดว่า “วิมลมังคลาราม” อันหมายถึง “วัดซึ่งมีสิริมงคลอันปราศจากมลทิน” เป็นอย่างดี

“วิมลมังคลาวาศ” เป็น “วิมลมังคลาราม”

                ครั้ง ถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนสร้อยนาม “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาศ” ซึ่งเป็นชื่อพระราชทานเมื่อบูรณะพระอารามครั้งรัชกาลที่ 1 มาเป็น “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม”

                สร้อย นามที่ทรงแก้ไขนี้ ปรากฎในสำเนาประกาศที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพระราชพิธีมหาสมณุตมาภิเษก ที่วัดพระเชตุพน ทรงเลื่อนกรมหมื่นนุชิตชิโนรส เป็น กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัติยวงศ์ เป็น สมเด็จพระสังฆราช เมื่อ ณ วันศุกร์ เดือน 9 ขึ้น 4 ค่ำ ปีกุน พ.ศ. 2394 (ซึ่งเป็นปีขึ้นครองราชย์) พร้อมกับเลื่อนสมณศักดิ์พระราชาคณะอีก 10 องค์ มีข้อความตอนหนึ่ง ว่า

                “...ให้ สถาปนาพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นนุชิตชิโนรส เป็นกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส ศรีสุคตขัติยวงศ์... เสด็จสถิตย์ ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหารพระอารามหลวง...”

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม : วัดแห่งสิริมงคล

                วัด พระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นอารามแห่งสิริมงคล ประกอบไปด้วยสัญลักษณ์แห่งสิริมงคลหลายประการ แม้แต่ชื่อวัดก็แสดงให้เห็นถึงคติมงคล นามวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม สามารถวิเคราะห์ศัพท์ออกได้ ดังนี้

พระ + เชตุพน (เชตวัน) + วิมล + มงคล + อาราม

                พระเชตุพน (เชตวัน) มีที่มาจากชื่อ “เชตวัน” ซึ่งเป็นวัดที่อนาถบิณฑิก เศรษฐีสร้างถวายพระพุทธเจ้า และพระภิกษุสงฆ์ ในเมืองสาวัตถค แคว้นโกศล ในเวลานั้นเป็นรัชสมัยของพระเจ้าปเสนทิโกศล วัดนี้พระพุทธเจ้าประทับอยู่ 19 พรรษา

                เหตุที่เรียกว่า “เชตวัน” ก็เนื่องจากที่ดินซึ่งอนาถบิณฑิกเศรษฐีนำมาสร้างวัดนั้นซื้อมาจากที่ของพระราชกุมาร ชื่อ เจ้าเชต ตามศัพท์ “เชตวัน” จึงหมายถึง “สวนของเจ้าเชต”

                ด้วย เหตุที่วัด “เชตวัน” ถือกันมาแต่โบราณว่า เป็นวัดขนาดใหญ่และเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้านานกว่าวัดอื่น ๆ จึงนิยมนำมาใช้เป็นชื่อของวัดในพระพุทธศาสนาที่มีขนาดใหญ่ และปรากฎชื่อ “วัดเชตวัน” อยู่ทั่วไปในประเทสที่นับถือพระพุทธศาสนา เช่น วัดเชตวัน ในลักกาทวีป วัดพระเชตพน ที่สุโขทัย เป็นต้น

                เหตุ ที่ไทย “เชตวัน” ว่า “เชตพน” หรือ “เชตุพน” ก็เนื่องจากคำว่า “วัน (วน)” ซึ่งแปลว่า “ป่า” ไทยนิยมออกเสียง “ว” เป็นเสียง “พ” ดังนั้น “เชตวัน” ในภาษาไทยกลายเป็น “เชตุพน” การที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระราชทานนามวัดนี้ว่า “เชตุพน” จึงมีความหมายอันศักดิ์สิทธิ์ เพราะหมายถึงวัดที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ถึง 19 พรรษา นานกว่าที่ทรงจำพรรษาที่วัดอื่นใดทั้งหมด

                วิมล (วิมล) ในภาษาสันสกฤต แปลว่า “สะอาด หมดจดหรือบริสุทธิ์งาม ขาว ใส” ส่วนภาษาบาลี มีความหมายว่า “มีมลทินไปปราศแล้ว ใส” หรือ หมายความว่า “ปราศจากมลทิน”

                มงคล (มงคล) ในภาษาสันสกฤต แปลว่า “เป็นมงคล มีลาภ เคราะห์ดี ความสุข ความระวัง” ส่วนภาษาบาลี แปลว่า “มงคล ความเจริญ”

                อาราม (อาราม) แปลว่า “สวน เป็นที่น่ารื่นรมย์ยินดี วัดในพระพุทธศาสนา”

                ดังนั้น “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม” จึงมีความหมายว่า “วัดพระเชตุพน (เชตวัน – วัดของพระพุทธเจ้า) ซึ่งมีความเป็นสิริมงคลปราศจากมลทิน”

สัญลักษณ์สิริมงคล

                ถ้า จะพูดถึงสัญลักษณ์ หรือสิ่งที่เป็นสิริมงคล ที่ปรากฎในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามนั้น ปรากฏให้เห็นอยู่มาก ทั้งที่เป็นคติมงคลทางพระพุทธศาสนา และสัญลักษณ์มงคลแบบจีน ซึ่งเป็นศิลปะแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 ดังพอเป็นตัวอย่าง (เรียกน้ำย่อย) ให้ดู และให้รู้กันไปก่อน ส่วนรายละเอียดค่อยว่ากันในเรื่องของ “สิ่งมงคลน่ารู้อยู่คู่วัดโพธิ์”