Get Adobe Flash player

สิริมงคลน่ารู้คู่วัดโพธิ์ (ตอน 3)

Font Size:

คำว่า “สิริมงคล” เป็นคำภาษาบาลี 2 คำ ที่สมาสเข้าด้วยกันจากคำว่า “สิริ” และคำว่า “มงคล”

                                คำว่า “สิริ” มีความหมายในภาษาบาลีว่า “สิริ ศรี ความเจริญ งาม บุญ สมบัติ” ตรงกับภาษาสันสกฤตว่า “ศรี” ซึ่งมีความหมายว่า “มิ่งขวัญธรรมชาติเป็นเครื่องตั้งในสมบัติ รัศมี เรืองงาม สวัสดี เทวดา คุณสมบัติที่รวมกันเข้า 3 อย่าง ของมนุษย์โลก คือ ธรรม อรรถ และกาม ตามลัทธิฮินดู

                ส่วนคำว่า “มงคล” มีความหมายตามภาษาบาลีว่า “มงคล ความเจิรญ เหตุถึงความเจริญสมบัติทั้งปวง” ภาษาสันสกฤต แปลว่า “เป็นมงคล มีลาภเคราะห์ดี ความสุข ความระวัง”

สิริมงคลตามหลักพุทธศาสนา

                ตาม หลักพระพุทธศาสนา “มงคล” หมายถึง ธรรมที่นำมาซึ่งความสุขความเจริญ มีทั้งสิ้น 38 ประการ หรือเรียกเต็มว่า อุดมมงคล หมายถึงมงคลอันสูงสุด 38 ประการ ดังปรากฎในมงคลสูตร ซึ่งเป็นพระสูตรที่กล่าวถึงเรื่องมงคล 38 ประการ ดังนี้

(ภาพ 1-38)

สัญลักษณ์สิริมงคลจีน

                ชาว จีนให้ความสำคัญกับสัญลักษณ์สิริมงคลมาตั้งแต่สมัยโบราณอย่างน้อยตั้งแต่ สมัยราชวงศ์ซาง ซึ่งเป็นราชวงศ์ที่ 2 ของจีน มีอายุอยู่ในช่วงประมาณ 1711-1066 ปีก่อนคริตสกาล ในสมัยราชวงศ์ซางมีการเสี่ยงทายโชคลางเพื่อทำนายทายทัก และเพื่อขอให้บรรพบุรุษ และเทพเจ้าคุ้มครอง การเสี่ยงทายนี้สามารถบอกได้ว่า เรื่องที่เสียหายนั้นเป็นสิริมงคล หรืออัปมงคล โดยดูจากรอยแตกของกระดองเต่า หรือกระดูกสัตว์ที่นำไปเผาไฟเสี่ยงทาย ว่าตรงกับอักษรตัวใด กระดองเต่า และกระดูกสัตว์เสี่ยงทายนี้ พบได้เป็นจำนวนกว่าแสนชิ้นในบริเวณที่เป็นโบราณสถานสมัยราชวงศ์ซาง นอกจากนี้ในเครื่องสัมฤทธิ์สมัยราชวงศ์ซาง ก็ปรากฎลวดลายต่าง ๆ ซึ่งน่าจะเป็นสัญลักษณ์สิริมงคลจีนด้วย

                ชาว จีนมีความเชื่อเรื่องสิริมงคลมาก ดังนั้นในวิถีชีวิตของชาวจีนจึงมีความเกี่ยวเนื่องกับสัญลักษณ์สิริมงคล อย่างลึกซึ้ง หลักฐานที่แสดงว่าชาวจีนนำบุคคล สิ่งของ เครื่องใช้ต่าง ๆ มาเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงสิริมงคลปรากฏตั้งแต่สมัยจ้านกั่ว และสืบเนื่องต่อมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2,000 ปี ดังนั้นระบบสัญลักษณ์สิริมงคลจีนจึงมีความซับซ้อนเนื่องจากช่วงเวลาที่ผ่าน มาในแต่ละยุคแต่ละสมัย และสัมพันธ์กับความเชื่อของคนจีน จนไม่สามารถแยกออกจากกันได้เลย

                อนึ่ง เมื่อชาวจีนได้รับอิทธิพลทางพุทธศาสนา และบ้านเมืองมีความเจริญรุดหน้าทางด้านวัฒนธรรมมากขึ้นก็เป็นเหตุหนึ่งที่ พัฒนาทำให้เกิดระบบสัญลักษณ์สิริมงคลจีนเพิ่มเติมขึ้นมาอีกเป็นจำนวนมาก

ตำนานเรื่องเครื่องโต๊ะ และถ้วยปั้น

                พระ บาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชนิพนธ์เรื่อง “ฮก ลก ซิ่ว โดยนาม “ไว้ใน” ว่าด้วยลายจีนซึ่งเขียนเครื่องถ้วยกระเบื้องกังไส” และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอัญเชิญมาไว้ในหนังสือ “ตำนานเรื่องเครื่องโต๊ะและถ้วยปั้น” ว่า

                “...ฮก ลก ซิ่ว ถ้าจะไม่ตั้งรูปอะไรเป็นที่หมาย กล่าวแต่กิริยาของความเป็นไปแห่งอาการ 3 อย่าง ซึ่งเป็นนามธรรม แล้วก็เป็นดังนี้

                ฮก คือ วาสนา ได้แก่ความเป็นใหญ่ เป็นอิสระ หรือมียศ บรรดาศักดิ์ อาจจะให้การทั้งปวงสำเร็จได้ด้วยอานุภาพ

                ลก คือ ความบริบูรณ์ด้วย โภคสัมบัติ คือ ประกอบด้วยเครื่องอุปโภค บริโภค แก้วแหวนเงินทอง และบริบูรณ์ด้วยบริวารสมบัติ มีบุตร ภรรยา ญาติมิตร คนใช้สอย เป็นต้น

                ซิ่ว เป็นผู้มีอายุยืนนาน เพราะไม่มีโรค เป็นต้น

                ธรรม 3 ประการนี้ ย่อมเป็นที่ปรารถนาของมนุษย์ทั้งปวง เมื่อผู้ใดประกอบพร้อมด้วยธรรมอย่างใด ก็นับว่าผู้นั้นเป็นฮก เป็นลก เป็นซิ่ว หรือผู้ใดประกอบพร้อมทั้ง 3  ประการ ก็กล่าวว่าผู้นั้นประกอบพร้อมทั้งฮก ทั้งลก ทั้งซิ่ว ดีจริงหนอ ดังนี้เพราะเหตุฉะนั้น ฮก ลก ซิ่ว จีนนับว่าเป็นมงคล เป็นที่ตั้งแห่งการยิ่งจะอำนวยพรกัน

                นอกจากนี้ ส.พลายน้อย ยังได้อธิบายเรื่อง ฮก ลก ซิ่ว ไว้ในหนังสือเรื่อง “ประเพณีทำบุญวันเกิด” มีความตอนหนึ่งว่า

                “คำว่า ฮก นั้นหมายถึง วาสนา ความเป็นใหญ่ มียศ มีอำนาจ สิ่งเหล่านี้มีแก่ผู้ใดแล้ว ก็ย่อมทำให้กิจการทั้งปวงสำเร็จได้โดยง่าย

                คำว่า ลก หมายถึงความมั่นคงบริบูรณ์ ด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค แก้วแหวนเงินทอง ตลอดจนข้าทาสบริวาร

                คำว่า ซิ่ว หมายถึงการเป็นผู้มีอายุยืนนาน ปราศจากโรคภัย...”

สิ่งมงคลน่ารู้คู่วัดโพธิ์ ในตอนที่ 3 ขอจบไว้เพียงนี้

ในฉบับหน้าพบกับ “มงคล 108 ในพระพุทธบาทลักษณะ” วัดพระเชตุพนฯ