Get Adobe Flash player

เจ็ดนางสงกรานต์นั้นหรือ มีชื่อตามวัน โดย พรโสภา เรียบเรียง

Font Size:

ในหนังสือพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายของคำต่อไปนี้ ตรุษ หมายความว่า เทศกาลเนื่องในการสิ้นปี ซึ่งกำหนดตามจันทรคติ ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 4 สงกรานต์ หมายความว่า เทศกาลเนื่องในการขึ้นปีใหม่อย่างเก่า ซึ่กำหนดตามสุริยคติ ตกวันที่ 13 – 14 – 15 เมษายน

 

                สำหรับ อุรคินทร์ วิริยะบูรณะ ได้กล่าวไว้เกี่ยวกับความหมายของคำว่า “ตรุษ” ดังนี้ “เมื่อจะแปลตามศัพท์แล้ว ก็แปลได้ความหมายในภาษาไทยของเราว่า ตัด หรือ ขาด ซึ่งหมายความว่า ตัดปีเก่าที่ล่วงมาแล้วนั้นให้ขาดไป หรือขาดจากปีเก่าแล้ว”

                เมื่อ วัน “ตรุษ” ได้มาบรรจบครบรอบเข้าในปีหนึ่ง ๆ แล้ว ประชาชนต่างก็ได้มาแสดงความยินดี และได้มีการเล่นรื่นเริงกันอย่างสนุกสนาน เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า พวกเขาเหล่านั้น ได้มีชีวิตผ่านพ้นจากอุปสรรคนานาประการมาได้ด้วยความสวัสดี และมีอายุยืนยาวผ่านมาได้อีกหนึ่งรอบ หรือหนึ่งปีแล้ว

                ตรุษ เป็นพิธีทำบุญปีของชาวลังกา เขาทำบุญปีใหม่เป็นนักขัตฤกษ์ใหญ่ นิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์ 3 วัน แล้วแผ่ส่วนบุญให้เทพยดา ยักษ์ นาค ตลอดถึงอมนุษย์ และสัตว์เดียรัจฉาน ขอพรให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข

                สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงวินิจฉัยไว้อีกว่า ชาวไทยเราได้แบบแผนพิธีวันตรุษมาจากชาวลังกานั้น คงเป็นเหตุผลข้อที่ว่า พระสงฆ์ไทยเราได้ไปเห็นชาวลังกาทำพิธีตรุษนี้ และมีโอกาสได้ศึกษาทำพิธีตรุษนั้น จนมีความสามารถทำได้ แล้วก็ได้นำเอาตำรานั้นเข้ามาสู่เมืองไทยเรา เหตุผลข้อนี้น่าจะถูกต้อง เพราะว่าได้มีเรื่องในพงศาวดารประกอบไว้เป็นหลักฐาน

                ฉะนั้น จึงเป็นอันได้ใจความว่า การทำบุญในวันตรุษนั้น เป็นการทำที่ผู้นับถือพระพุทธศาสนาทำมาก่อนได้ประกอบทำขึ้น เมื่อพิธีทำบุญวันตรุษนี้ปรากฎขึ้นแล้ว จะเห็นปรากฎได้ตามที่นางนพมาศสนมเอกของพระร่วงเจ้าครั้งกรุงสุโขทัย ได้กล่าวไว้ในหนังสือชื่อ นพมาศ ซึ่งมีข้อความเกี่ยวกับพิธีตรุษนี้ว่า

                ครั้น เดือน 4 ถึงการพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์ โลกสมมติ เรียกว่า ตรุษ ฝ่ายพุทธศาสน์ชาวพนักงานก็ตั้งบาตรน้ำ บาตรทราย จับด้ายมงคลสูตรใส่ลุ้งไว้ในโรงราชพิธีทั้งสี่ทิศพระนคร และในพระราชนิเวศน์ จึงอัญเชิญพระพุทธปฏิมากรประดิษฐาน อาราธนาพระมหาเถรานุเถระผลัดเปลี่ยนกันมาจำเริญพระปริตรในโรงราชพิธีทุกตำบล สิ้นทิวาราตรีสามวาระ และด้ายมงคลสูตรนั้น ชาวพนักงานแจกให้พระบรมวงศานุวงศ์ทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายใน

เมื่อ วันพระมหาเถรเจ้าจำเริญพระอาฏานาฏิยสูตรในราตรี เหล่าทหารยิงปืนใหญ่รอบพระนคร ฝ่ายพราหมณาจารย์ประชุมกันผูกพรต กระทำการพระราชพิธีในเทวสถานหลวง บวงสรวงพระเทวรูปทั้งมวล... สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็เสด็จยังหน้าพระลาน ทรงสถิตในมาฬกดัดพิดานผ้าขาวเป็นพระที่นั่งแล้วก็สมาทานศีล 5 ทรงสดับฟังพระมหาเถรเจ้าจำเริญพระรัตนสูตรและพระอาฏานาฏิยสูตรโดยสัจเคารพ ครั้นวันรุ่งขึ้นเป็นวันสิ้นปี ก็ทรงปรนนิบัติพระมหาเถรเจ้าด้วยของคาว หวาน อันประณีต ถวายไตรจีวรบริขารสมณะสิ้นทุกพระองค์ พระมหาเถรประน้ำพระพุทธมนต์และโรยทรายรอบพระราชนิเวศน์นั้นกระบวนหนึ่ง รอบพระนครตามท้องสถลมารคนั้นสี่กระบวน

นอกจากนี้ ยังมีมหรสพสมโภชบ้านเมือง ราษฎร์ก็แต่งกายโอ่โถงงดงามเที่ยวเดินดูแห่งงาน เป็นการสนุกสนานรื่นเริงสิ้นปีเก่า

 

ถึงเดือนสี่ปีสุดจะตรุษใหม่   ยังไม่ได้นุชนาฏที่ปรารถนา

ฟังเสียงปืนยืนยัดอัฏฏะนา    รอบมหานัคเรศนิเวศน์วัง

ถ้าความทุกข์เราดังเหมือนยังปืน          พิภพพื้นก็จะไหวเหมือนใจหวัง

นวลหงส์คงจะรู้ถึงหูดัง        จะนอนฟังทุกข์พี่ไม่มีเว้น

(นิราศเดือน)

สงกรานต์ แปลว่า ย้ายที่ เคลื่อนที่ เป็นวันที่พระอาทิตย์โคจรเข้าราศีเมษ เป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งมีอยู่ 3 วันด้วยกัน คือ

  1. วันที่พระอาทิตย์โคจรขึ้นสู่ราศีเมษ
  2. วันเนาว์
  3. วันเถลิงศก

วันสงกรานต์ ถือว่าเป็นวันนักขัตฤกษ์ที่สำคัญวันหนึ่งในรอบปี ชาวบ้านจะเตรียมข้าวของไว้ทำบุญตักบาตร ของที่นิยมกินกันในวันสงกรานต์ คือ ข้าวเหนียวแดง และกาละแม เมื่อทำบุญเสร็จแล้วก็เที่ยวแจกจ่ายให้เพื่อนบ้านญาติพี่น้อง นอกจากนั้นในวันนี้ ยังมีการบังสุกุลบรรพบุรษผู้ล่วงลับไปแล้ว ตลอดจนลูกหลานจะพากันไปรดน้ำผู้ใหญ่ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และผู้ที่นับถือ เพื่อขอศีลขอพร และมักจะนำผ้านุ่งผ้าห่มไปมอบให้เป็นของขวัญแก่ท่านเหล่านั้นด้วย

                ใน หนังสือประเพณีไทยฉบับพระมหาราชครู อุรคินทร์ วิริยะบูรณะ ยังได้กล่าวถึง “สงกรานต์” ไว้ว่า เรื่องราวของสงกรานต์นี้ ได้มีปรากฎเป็นศิลาจารึกอยู่ที่วัดพระเชตุพนฯ โดยสังเขป คือ เกิดจากการที่ท้าวกบิลมหาพรหมลงมาถามปัญหา (ว่า) ธรรมบาลกุมาร 3 ข้อ คือ

ข้อ 1 ว่า เวลาเช้า ราศีอยู่ที่แห่งใด

ข้อ 2 ว่า เวลาเที่ยง ราศีอยู่ที่แห่งใด

ข้อ 3 ว่า เวลาย่ำค่ำสนธยา ราศีอยู่ที่แห่งใด

                โดย ให้สัญญาไว้ว่า ถ้าธรรมบาลกุมารแก้ปัญหานี้ได้ถูกต้องแล้ว ท้าวกบิลพรหมก็จะตัดศีรษะของตนออกบูชาการแก้ปัญหานั้น แต่ถ้าธรรมบาลกุมารแก้ปัญหานี้ไม่ได้ ก็จะตัดศรีษะของธรรมบาลกุมารเสีย ธรรมบาลกุมารนั้นจึงได้ขอผลัดต่อท้าวกบิลพรหมไป 7 วัน ในวันที่ 7 ธรรมบาลกุมารได้ยินนกอินทรี 2 ผัวเมียแก้ปัญหาทั้ง 3 ข้อ ดังนี้

เวลาเช้า ราศีอยู่ที่หน้า เมื่อเวลาตื่นตอนเช้า มนุษย์ทั้งหลายจึงได้เอาน้ำล้างหน้า

เวลาเที่ยง ราศีอยู่ที่อก มนุษย์ทั้งหลายจึงได้เอาเครื่องหอมมาประพรมที่อก

เวลาย่ำค่ำ ราศีอยู่ที่เท้า มนุษย์ทั้งหลาย ก่อนที่จะเข้านอนจึงได้เอาน้ำล้างเท้า

                เมื่อ ธรรมบาลกุมารแก้ปัญหาทั้ง 3 ข้อได้ ท้าวกบิลมหาพรหมจึงต้องตัดศีรษะเพื่อบูชาการแก้ปัญหา แต่ศีรษะของท้าวกบิลมหาพรหมมีฤทธิ์ และอานุภาพมาก ถ้าจะตั้งไว้บนแผ่นดิน ไฟก็จะไหม้ขึ้นทั่วโลก ถ้าจะโยนขึ้นไปในอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งลงไปในมหาสมุทรน้ำก็จะแห้ง จึงได้ให้ธิดาทั้ง 7 นั้นเอาพานแว่นฟ้ามารองรับศีรษะ แล้วก็ได้ตัดศีรษะออกส่งให้นางทุงษะธิดาคนโต นางทุงษะนำเอาพานแว่นฟ้าที่รองรับศีรษะของบิดาแห่ทักษิณาวรรตรอบเขาพระสุเมร 60 นาที แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในมณฑปถ้ำคันธุลีที่เขาไกรลาศ เมื่อครบกำหนด 365 วัน ซึ่งโลกสมมุติว่า เป็นปีหนึ่ง “สงกรานต์” นางเทพธิดาทั้ง 7 ก็ผลัดเปลี่ยนกันมาอัญเชิญพระเศียรของท้าวกบิลพรหมผู้เป็นพระบิดาออกแห่ประ ทักษิณรอบเขาพระสุเมรทุก ๆ ปี

                ธิดา ทั้ง 7 ของท้าวกบิลพรหมนั้น คัมภีร์โหราศาสตร์ได้สมมติเรียกว่าเป็นนางสงกรานต์ทั้ง 7 นาง ซึ่งมีชื่อต่าง ๆ กัน มีเกณฑ์วันที่ 13 เมษายน วันมหาสงกรานต์เป็นหลักดังนี้

ถ้าปีใดวันมหาสงกรานต์ตรงกับวันอาทิตย์ นางสงกรานต์ชื่อว่า  “ทุงษะ”  ทัด ดอกทับทิม เครื่องประดับ คือ ปัทมราช ภักษาหาร คือ อุทุมพร อาวุธมือขวาจักร มือซ้ายสังข์ พาหนะครุฑ ในปีนั้น เรือกสวนไร่นา เผือกมัน มิสู้จะแพง

ถ้าปีใดตรงกับวันจันทร์ นางสงกรานต์ชื่อว่า  “โคราค”  ทัด ดอกปีบ เครื่องประดับมุกดาหาร ภักษาหารเตลัง อาวุธมือขวาพระขรรค์ มือซ้ายไม้เท้า พาหนะพยัคฆ์ ในปีนั้น จะแพ้เสนาบดี แพ้ท้าวพญาและนางพระยา

ถ้าปีใดตรงกับวันอังคาร นางสงกรานต์ชื่อว่า  “รากษส”  ทัด ดอกบัวหลวง เครื่องประดับโมรา ภักษาหารโลหิต อาวุธมือขวาตรีศูล มือซ้ายธนู พาหนะวราหะ ในปีนั้น จะเกิดอันตรายกลางเมือง จะเกิดโจรผู้ร้ายชุกชุม และมีความเจ็บไข้กันมาก

ถ้าปีใดตรงกับวันพุธ นางสงกรานต์ชื่อว่า  “มัณฑา”  ทัด ดอกจำปา เครื่องประดับไพฑูรย์ ภักษาหารนมเนย อาวุธมือขวาเข็ม มือซ้ายไม้เท้า พาหนะคัทรภะ ในปีนั้นท้าวพระยาจะได้เครื่องบรรณาการมาแต่ต่างเมือง แต่มักจะแพ้ลูกอ่อน

ถ้าปีใดตรงกับวันพฤหัสบดี นางสงกรานต์ชื่อว่า  “กิริณี”  ทัด ดอกมณฑา เครื่องประดับมรกต ภักษาหารถั่ว งา อาวุธมือขวาขอ มือซ้ายปืน พาหนะคชสาร ในปีนั้น มักจะแพ้เจ้าไทย พระสงฆ์ราชาคณะจะได้ความเดือดร้อน

ถ้าปีใดตรงกับวันศุกร์ นางสงกรานต์ชื่อว่า  “กรกมิฑา”  ทัด ดอกจงกลณี เครื่องประดับบุษราคัม ภักษาหารกล้วยน้ำ อาวุธมือขวาพระขรรค์ มือซ้ายพิณ พาหนะมหิงส์ ในปีนั้น ข้าว น้ำ ผลไม้จะอุดมสมบูรณ์ แต่จะมีฝนและพายุจัด จะเกิดเจ็บตายกันมาก

ถ้าปีใดตรงกับวันเสาร์ นางสงกรานต์ชื่อว่า  “มโหทร”  ทัด ดอกสามหาว เครื่องประดับนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย อาวุธมือขวาจักร มือซ้ายตรีศูล พาหนะมยุรา (นกยูง) มันจะเกิดภัยอันตรายขึ้นกลางเมือง และจะมีโจรผู้ร้ายชุกชุม

สงกรานต์ไทยปีใหม่แล้ว     ร่วมรักษ์  ไว้แม่

วัฒนธรรมประเพณีจักษ์       เกี่ยวข้อง

บังสุกุลทำบุญบาตร์ตัก         ทานจ่าย  กันนา

อายุมั่นขวัญดีเถิดพี่น้อง        สุขถ้วนล้วนเจริญ (ยิ่งเทอญฯ)

ด้วยความปรารถนาดี จาก เสรีชัย