Get Adobe Flash player

เที่ยวไทยใกล้สุดสมุทรปราการ (ตอนที่สอง) โดย พรโสภา เรียบเรียง-ร้อยกรอง

Font Size:

     สะพานสุขตาดูนกน้อย                    นางนวล

สถานตากอากาศบางปูชวน                  ชื่นแล้ว

ทะเลเวิ้งว้างกว้างไกลจวน                    อาทิตย์ตก

เสาร์อาทิตย์หยุดสุดเพริศแพร้ว               เจื่อยแจ้วเพลงเพลิน

                        สมัยเรา ๆ ท่าน ๆ อายุอานาม 70-80 ปี แต่ได้ไปบางปู “สะพานสุขตา พาให้เราเป็นสุข ไร้ความทุกข์ที่ได้มาเที่ยวเล่น...” ก็ถือว่าได้เห็นทะเลแล้ว และสมัยนั้นไกลพอเพียงสำหรับเดินทางท่องเที่ยวในหนึ่งวัน สำหรับบางแสน ศรีราชา พัทยา นั้นนะ ก็ได้ลูกได้หลานขับรถพาไปเที่ยวเมื่อตอนพวกเราปาเข้าไปจะกลางคนแล้ว

                เมื่อครั้งก่อน เวทีเสรีชัยได้นำเสนอโดยพาท่านผู้อ่านคล้อยตามไปกับการท่องเที่ยวไทยใกล้สุดสมุทรปราการ เพียงสถานที่ท่องเที่ยวในเขตอำเภอเมืองเท่านั้น สำหรับครั้งนี้ มีโปรแกรมตัวอย่างนำเที่ยวสมุทรปราการภายใน 1 วัน นับเป็นการท่องเที่ยวตามเส้นทางและได้ท่องเที่ยวหลากหลายสถานที่ เหมาะแก่การท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ หรือจะนำไปใช้เป็นการท่องเที่ยวส่วนตัวก็ไม่ว่ากัน

ล่องเรือชมวิถีชีวิตปากอ่าวแม่น้ำเจ้าพระยา

                แล้วยลอุทยานประวัติศาสตร์เขตทหารน่าเที่ยว ชิมปู ดูทะเลที่บ้านสาขลา

-           เดินทางออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดสมุทรปราการ ฝั่งอำเภอพระประแดง โดยข้ามสะพานพระราม 9 (สะพานแขวน) เลี่ยงลงถนนสุขสวัสดิ์

-           นมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์ ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองปากน้ำมากว่า 75 ปี นมัสการพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรภายในวิหารหลวง สร้างในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 และไม่พลาดชมศาลาทรงยุโรป ในอดีตใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เปิดให้เข้าชมเวลา 07.00 น. – 10.00 น.

-           ชมป่าชายเลน ปราการธรรมชาติที่ปกป้องผืนแผ่นดิน

-           ชมป้อมพระจุลจอมเกล้า ป้อมที่มีบทบาทสำคัญ ในเหตุการณ์ ร.ศ. 112 และต้องไม่พลาดชม “อุทยานประวัติศาสตร์ทหารเรือ” ภายในป้อมพระจุลฯ ศึกษาประวัติศาสตร์ของชาติไทย โทรศัพท์ 0-2475-6093, 0-2475-6259 (เปิดให้เข้าชมเวลา 08.00 – 20.00 น.)

-           รับประทานอาหารกลางวัน คัดสรรเมนูเด่นจากท้องทะเลปากอ่าวไทยทั้งสด ทั้งใหม่ ทั้งอร่อย มีให้เลือกหลายหลายรายการ เช่น ปูทะเลนึ่งก้ามใหญ่ ๆ กุ้งสดๆ

-           ชมหมู่บ้านสาขลา ชุมชนประมงเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี ท่องเที่ยวเชิงเกษตรชมวิถีชีวิตชาวประมง ชิมกุ้งเหยียด อาหารขึ้นชื่อของสมุทรปราการ เลือกซื้ออาหารทะเล ผลผลิตจากชุมชนเป็นของฝาก

-           เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

ศึกษางานวิจิตรศิลป์ – ดูตะโขงอาบน้ำ – ยลเมืองโบราณ แล้วชมพระอาทิตย์อัสดงที่บางปู

-           เดินทางออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่เมืองปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ

-           ชมพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ อลังการงานสร้างด้วยประติมากรรมลอยตัวรูปช้างสามเศียร สัมผัสงานวิจิตรศิลป์ผ่านช่างสิบหมู่ ผสมผสานศิลปะตะวันออกได้อย่างงามลงตัว เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. โทรศัพท์ 0-2371-3135-6

-           ศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับกองทัพเรือไทย และยุทธนาวีครั้งสำคัญ ๆ ภายในพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ เปิดให้เข้าชมในวันราชการ ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.00 น. โทรศัพท์ 0-2394-1997

-           ชมการแสดงจับจระเข้าด้วยมือเปล่า ที่ฟาร์มจระเข้ และสวนสัตว์สมุทรปราการ ฟาร์มจระเข้และแหลงเพาะพันธุ์ตะโขงใหญ่ที่สุดในโลก

-           ขับรถเที่ยวชมเมืองโบราณ รับประทานอาหารกลางวันในบรรยากาศของตลาดน้ำไทย อิ่มท้อง แล้วอิ่มใจ ด้วยการนั่งรถลากจักรยาน หรือรถส่วนตัว “ชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งใหญ่ที่สุดในโลก” สัมผัสสิ่งมหัศจรรย์สถาปัตยกรรมเลื่องชื่อกว่า 116 แห่ง ที่ปลูกสร้างบนพื้นที่ 800 ไร่ รูปร่างคล้ายแผนที่ประเทศไทย เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. โทร. 0-2708-1644, 0-2323-9253

-           ชมทัศนียภาพอันงดงามที่บางปู สถานตากอากาศยอดนิยมตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ชมฝูงนกนางนวล และนกน้ำ ที่อพยพหนีหนาวจากแถบไซบีเรีย มาพักอาศัยในบริเวณนี้ (ช่วงเดือนพฤศจิกายน – พฤษภาคม ของทุกปี) เปิดทุกวัน เวลาตั้งแต่ 06.00-23.00 น. โทรศัพท์ 0-2323-9983, 0-2323-9530

-           รับประทานอาหารเย็นพร้อมยลพระอาทิตย์อัสดง ที่ปากอ่าวไทย

-           เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

เป็นอันว่า ได้ทราบตัวอย่างโปรแกรมนำเที่ยวสมุทรปราการภายใน 1 วันกันแล้ว คราวนี้จะแนะนำให้รู้ว่าวัดวาอารามในจังหวัดสมุทรปราการกันบ้างเพื่อว่าจะคิดไปไหว้พระหาสิ่งมงคลใส่ตัวกัน

  1. วัดกลางวรวิหาร ตั้งอยู่บนถนนศรีสมุทร ตำบลปากน้ำ ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดสมัยอยุธยาตอนปลาย เดิมชื่อวัดตะโกทอง มีพระอุโบสถได้รับการปฏิสังขรในสมัยรัชกาลที่ 3 หน้าบันมีลายปูนปั้นประดับเครื่องลายคราม ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังปฐมสมโพธิกถา

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2449 มีการสร้างพระมณฑป ประดิษฐานพระพุทธบาท 4 รอย นอกจากนี้ยังมีศาลาการเปรียญ เป็นหมู่เรือนไทยไม้สักทั้งหลัง หน้าบันมีลวดลายไม้สลักละเอียดอ่อนสวยงาม ควรค่าแก่การอนุรักษ์อย่างยิ่ง

  1. วัดอโศการาม ตั้งอยู่เทศบาลบางปู ซอย 60 ถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ตำบลท้ายบ้าน ห่างจากตัวเมือง 6 กิโลเมตร มีทางแยกขวามือเข้าสู่วัดตรงสถานพักฟื้นสวางคนิวาส วัดนี้เป็นวัดใหม่ สร้างเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 ฝ่ายธรรมยุตินิกาย โดยพระสุทธิธรรมรังสีคัมภีร์เมธาจารย์ (พระอาจารย์ลี ธมฺมธโร)

วัดนี้ เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่ง และเป็นสถานที่สำหรับวิปัสสนากรรมฐาน มีสิ่งที่น่าชม เช่น พระธุตังคเจดีย์ เป็นพระเจดีย์หมู่รวม 13 องค์ เป็นที่ระลึกถึงธุดงควัตร 13 ประการ วิหารวิสุทธิธรรมรังสี เป็นที่ประดิษฐานสรีระพระอาจารย์ลี และอนุสาวรีย์พระเจ้าอโศกมหาราช

  1. พระสมุทรเจดีย์ อยู่ที่ตำบลปากคลองบางปลากด ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตรงกันข้ามกับศาลากลางจังหวัด แต่เดิมพระเจดีย์องค์นี้ตั้งอยู่บนเกาะกลางปากแม่น้ำเจ้าพระยา ท้ายป้อมผีเสื้อสมุทร ต่อมาชายตลิ่งฝั่งขวาของแม่น้ำตื้นเขินงอกออกมาเชื่อมติดกับเกาะ อันเป็นที่ตั้งพระเจดีย์ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง แต่สร้างไม่ทันเสร็จก็สิ้นรัชกาล

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างต่อ เป็นพระเจดีย์สูง 20 เมตร ต่อมาในรัชกาลที่ 4 โปรดให้เปลี่ยนรูปทรงพระเจดีย์ แล้วต่อให้สูงขึ้นอีกเป็น 38 เมตร ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระชัยวัฒน็และพระห้ามสมุทรไว้

  1. วัดไพชยนต์พลเสพย์ราชวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลบางพึ่ง เป็นพระอารามหลวงชั้นโทร กรมพระราชวังบวรมหาศักดิ์พลเสพ ทรงสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 มีพระอุโบสถ และพระวิหารที่งดงาม ในพระอุโบสถมีพระประธานปูนปั้นปิดทองปางมารวิชัย อยู่บนบุษบกยอดปรางค์จตุรมุข
  2. วัดทรงธรรมวรวิหาร ตั้งอยู่ที่อำเภอพระประแดง เป็นวัดเก่าแก่ในพุทธศาสนารามัญนิกาย สร้างขึ้นพร้อมกับเมืองนครเขื่อนขันธ์ ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นโท มีพระรามัญเจดีย์องค์ใหญ่ศิลปะรามัญ พระวิหารก่ออิฐถือปูน มีช่อฟ้าใบระกาทำด้วยไม้สัก ภายในประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง
  3. วัดโปรดเกศเชษฐาราม อยู่ที่ตำบลทรงคะนอง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี เป็นวัดพุทธไทยเพียงวัดเดียวในย่านพระประแดง ส่วนวัดอื่น ๆ มักเป็นวัดพุทธรามัญ พระยาเพชรพิไชย สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 มีลักษณะสถาปัตยกรรมดีเด่น คือ พระอุโบสถมุงหลังคาด้วยกระเบื้องมอญเก่า ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันมีศิลปะปูนปั้นลายเครือเถาประดับเครื่องลายคราม ภายในพระประธานหล่อด้วยโลหะ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย

ส่วนพระวิหารมีลักษณะสถาปัตยกรรมเช่นเดียวกันกับพระอุโบสถภายในมีพระพุทธไสยาสน์ พระพักตร์งามมาก เหนือหน้าต่างมีภาพปริศนาธรรมเป็นศิลปะตะวันตกหาดูได้ยาก นอกจากนี้ยังมีพระมณฑปหลังคามุงด้วยกระเบื้องรายรอบด้วยเก๋งจีน ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่าง ๆ มีพระปรางค์ที่มุมทั้ง 4 ด้าน ภายในพระมณฑปมีพระพุทธรูปและรอยพระพุทธบาทจำลองประดับมุข

  1. วัดบางพลีใหญ่กลาง ตั้งอยู่บริเวณคลองสำโรงฝั่งเหนือ ตำบลบางพลีใหญ่ห่างจากวัดบางพลีใหญ่เล็กน้อย สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี 2367 ชาวบ้านเรียกว่าวัดกลาง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม และครั้งสุดท้ายเปลี่ยนเป็นวัด บางพลีใหญ่กลาง เป็นที่ประดิษฐานสมเด็จพระศากยมุนีศรีสุเมธบพิตร พระพุทธรูปปางไสยาสน์ยาวประมาณ 53 เมตร ภายในองค์พระแบ่งเป็น 4 ชั้น ชั้น 1 เป็นห้องปฏิบัติธรรม ชั้นที่ 2 ใช้ประดิษฐานพระอรหันต์ 500 รูป มีภาพวาดห้องนรก และห้องสวรรค์ ชั้นที่ 3 มีภาพวาดเกี่ยวกับพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกหลายองค์ ชั้นที่ 4 เป็นชั้นที่บรรจุพระสารีริกธาตุ ซึ่งพระอาจารย์จำนงค์ อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา ณ วะละ เมืองโคลัมโบ เมื่อปี 2530 ในชั้นนี้มีห้องประดิษฐานหัวใจพระ ซึ่งประชาชนนิยมมาปิดทองเพื่อเป็นสิริมงคล สาธุ

เที่ยวไทยใกล้สุดแล้ว                สมบูรณ์

สมุทรปราการความรู้พูน              เพิ่มให้

ขอบคุณ ท.ท.ท.ให้ข้อมูล           และภาพ กราบนา

เศรษฐกิจเวียนเปลี่ยนไซร้           สุขได้ไทยเจริญ