Get Adobe Flash player

โฉนดที่ดินฉบับแรกของไทย โดย พรโสภา เรียบเรียง และร้อยกรอง

Font Size:

 

โฉนดที่ดินฉบับแรกนั้น       ของไทย

หกมิถุนาสองสี่สี่สี่ให้          เขตได้

ตำบลวัดยมบางปะอินใน       อยุธ- ยาแม่

กรรมสิทธิ์ที่ดินกำหนดไว้     โฉนดค้นใครครอง

                วันพืชมงคล จัดขึ้นในวันใดนั้น จะกำหนดขึ้นโดยกรมพระราชพิธีพราหมณ์ในสำนักพระราชวัง โดยส่วนใหญ่จะจัดขึ้นประมาณต้นเดือนพฤษภาคม ด้วยเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นของฤดูฝน ซึ่งเป็นฤดูกาลเริ่มต้นทำนา หรือการเพาะปลูกพืชพันธุ์ต่าง ๆ เป็นพระราชพิธีที่กระทำขึ้น เนื่องจากประเทศไทย เป็นประเทศที่มีการทำการเกษตรเป็นสำคัญ พระมหากษัตริย์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญขึ้นเพื่อเป็นการบำรุงขวัญ และกำลังใจให้กับเกษตรกรทั้งหลาย

                อนึ่ง เพื่อให้เรื่องในเดือนพฤษภาคมเกี่ยวเนื่องกับวันพืชมงคล จึงขอนำเสนอ “โฉนดที่ดินฉบับแรกของไทย” คือที่นาทำการเกษตร

หนึ่งร้อยสิบสามปีมีโฉนดฉบับแรก

                โฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทยกำเนิดขึ้นได้จากการที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน เมื่อครั้งที่เสด็จประพาสต้นที่มณฑลกรุงเก่า (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) และทรงพบว่า มีการร้องเรียนเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินกันมาก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ จัดทำทะเบียนที่ดินให้เป็นหลักฐาน ที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดิน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระประชาชีพบริบาลออกไปเดินสำรวจรังวัดปักเขต

                เพื่อออกโฉนดที่ดินครั้งแรก เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ร.ศ. 120 หรือ พุทธศักราช 2444 โดยดำเนินการที่ตำบลบ้านพลับเป็นแห่งแรก ตำบลบ้านแป้ง และตำบลวัดยม อำเภอบางประอิน ตามลำดับ พร้อมกันนี้ทรงออกประกาศพระบรมราชโองการประกาศออกโฉนดที่ดิน มณฑลกรุงเก่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน ร.ศ. 120 โดยวางระเบียบการเรื่องโฉนดที่ดินไว้แน่ชัด ประกาศพระบรมราชโองการ จึงถือได้ว่าเป็นกฎหมายฉบับแรก ที่ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนที่ดิน และสิทธิของผู้เป็นเจ้าของที่ดิน โดยมีแผนที่ระวางแสดงรายละเอียดชี้ได้ว่า ที่ดินที่จะดำเนินการออกโฉนดแต่ละแปลง ตั้งอยู่บริเวณใดเนื้อที่เท่าใด ใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินในทะเบียน ซึ่งถือเป็นกฎหมายใช้ในการออกโฉนดที่มีผลอย่างจริงจัง

หอทะเบียนมณฑลกรุงเก่าแห่งแรกในประเทศไทย

                เมื่อมีการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินในท้องที่มณฑลกรุงเก่าเสร็จสิ้นแล้ว จึงได้ตั้งหอทะเบียนมณฑลกรุงเก่าขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ที่สภาคราประยูร ในพระราชวังบางปะอิน เมื่อวันที่ 20 กันยายน ร.ศ.120 ต่อมาได้จัดตั้งกรมทะเบียนที่ดิน (กรมที่ดินในปัจจุบัน) เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ร.ศ. 120

โฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย

                โฉนดที่ดินฉบับแรก เป็นโฉนดที่ดินซึ่งมีพระนาม “สมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์” ทรงถือกรรมสิทธิ์เป็นโฉนดเลขที่ 1 หน้าที่ 1 เลขที่ดิน 117 ระวาง 17 ต 3 อ ตำบลบ้านแป้ง อำเภอพระราชวัง แขวงเมืองกรุงเก่า เนื้อที่  91 ไร่ 1 งาน 52 ตารางวา

                ต่อมาเมื่อมีการออกพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดิน เพื่อการเกษตรกรรมใน พ.ศ. 2518 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราโชบายให้มีการปฏิรูปที่ดินในที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานที่ดินเพื่อการปฏิรูปที่ดิน จำนวน 51,967 ไร่ 95 ตารางวา ต่อมามีการกันพื้นที่บางส่วนที่ไม่เหมาะสมต่อการทำเกษตรกรรมออก คงเหลือพื้นที่ดำเนินการได้ 44,321 ไร่ 39 ตารางวา ครอบคลุม 5 จังหวัด คือ จังหวัดนครปฐม, พระนครศรีอยุธยา, ปทุมธานี, นครนายกและฉะเชิงเทรา

                ผืนดินพระราชทานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รวมแปลงเกษตรกรรมตามโฉนดฉบับแรกของประเทศไทยอยู่ด้วย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้ดำเนินการจัดที่ดิน และได้พัฒนาปัจจัยพื้นฐานให้กับเกษตรกรในพื้นที่พระราชทานที่ดินโฉนด เลขที่ 1 เนื้อที่ 91 ไร่ 1 งาน 52 ตารางวา ให้แก่เกษตรจำนวน 9 ราย พร้อมจัดสร้างศูนย์ศักยภาพพันธุ์ข้าวในแปลงโฉนดฉบับแรกของประเทศไทยบนผืนดินพระราชทาน เป็นสถานที่เรียนรู้ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ความเป็นมาและให้เกษตรกรได้เรียนรู้เพิ่มศักยภาพผลผลิตข้าว

                สำหรับในศูนย์ศักยภาพพันธุ์ข้าว ประกอบด้วย พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ป้ายโฉนดฉบับแรกแบบจำลอง และศาลาทรงงาน ศาลาเรียนรู้ ศาลาพุทธเจ้าหลวง กับมณฑลกรุงเก่าที่มีการนำโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทยมาจัดแสดงให้ชม รวมถึงหมุดหลักฐานจำลองมาจัดแสดงให้ชมพร้อมคำบอกเล่าถึงที่มาของหมุดหลักฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยการออกโฉนดที่ดินฉบับแรก ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้การออกโฉนดที่ดินแต่ละแปลงเป็นไปอย่างถูกต้อง แม่นยำ ป้องกันการออกโฉนดที่ดินซ้ำซ้อน

                อนึ่ง มีหมุดหลักฐานที่ค้นพบกลางทุ่งนา ในโฉนดที่ดินหมายเลข 875 หมู่ที่ 4 บ้านขวาง ตำบลท่าตอ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งผู้เป็นเจ้าของชื่อ นางชิ้น เฉลยโชติ กับพวกรวม 4 คน สภาพหมุดหลักฐานเป็นหินแกรนิต แท่นสี่เหลี่ยมตัน หัวแหลม มีขนาด 20 คูณ 20 ซ.ม. ความสูง 25 ซ.ม. จากฐานบนถึงหัวแหลมสูง 11 ซ.ม. ฐานบ่างมีขนาด 60 คูณ 60 ซ.ม.  โดยมีการสลักข้อความไว้ 3 ด้าน ด้านทิศเหนือ มีอักษร 3 แถว ความว่า “ได้ปกไว้ ที่ตรงนี้ แต่เมื่อ ร.ศ. 123” ด้านทิศตะวันออกมีอักษร 4 แถว ความว่า “หลักสูญกลาง ของการแผนที่ มณฑลกรุงเก่า เปนของหลวง” ทิศตะวันตกมีอักษร 6 แถว ความว่า “ห้ามไม่ให้ผู้ใด ผู้หนึ่งทำอันตรายแก่หลักนี้ ให้เอียงหลักอัน นี้เคลื่อนไปพ้นที่ เปนอันขาด”

                ปัจจุบัน หมุดหลักฐานไม่ได้นำมาใช้เป็นหมุดหลักฐาน เพื่อวางโครงแผนที่เนื่องจากกรมที่ดินเปลี่ยนแปลงระบบการออกโฉนดจากระบบศูนย์กำเนิดมาเป็นระบบพิกัดฉากสากล (UTM) ที่นิยมกันทั่วโลก

ศูนย์ศักยภาพพันธุ์ข้าวในแปลงโฉนดฉบับแรก

                ศูนย์ศักยภาพพันธุ์ข้าวในแปลงโฉนดฉบับแรกของประเทศไทยบนผืนดินพระราชทานนั้น มากค่าทางด้านประวัติศาสตร์ เหนือสิ่งอื่นใด ผืนดินเป็นสิ่งที่กระตุ้นเตือนให้คนไทยทุกหมู่เหล่า ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงตระหนักถึงสิทธิในการมีกรรมสิทธิ์ใช้ที่ดินทำการเกษตรสืบต่อไป

                นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานเปิดศูนย์ศักยภาพพันธุ์ข้าวในแปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย ที่ตำบลวัดยม อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ซึ่งสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ร่วมกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกันจัดตั้งขึ้น เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นการสร้างเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผลิต และจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวรวมถึงองค์ความรู้ พัฒนาอาชีพรวมกลุ่มในรูปธุรกิจวิสาหกิจชุมชนข้าว

ศูนย์ศักยภาพแห่งนี้               มากค่า

ในโฉนดที่ดินฉบับแรกมา         จักได้

เพื่อรำลึกเพื่อเกษตรา            พันธุ์ผลิต

องค์ความรู้สู่ธุรกิจให้            กลุ่มข้าวก้าวไกล