Get Adobe Flash player

ชายสิบประเภทชี้ให้สาวเห็น โดย พรโสภา เรียบเรียง-ร้อยกรอง

Font Size:

     ชายสิบประเภทหล่อนรู้          ระวัง  ไว้แม่

ขี้โอ่ ขี้อ้อน ขี้ยอ ไม่มีสตังค์         บอกให้

ขี้หลี ขี้บ่น ขี้จุ๊ ขี้หึง ยัง-             ขี้เกียจ  มากนา

แสดงออกดีเก็บขี้ซ่อนไว้             อย่าให้หล่อนเห็น

               ก่อนอื่นต้องขอโทษที่นำคำ “ขี้” เป็นคำในภาษาไทย ภาษาที่ไม่น่านำมาพูดมาเขียน แต่ถ้าหากนำคำ “ขี้” ไปใช้ประกอบหน้าคำ หรือความหมายอื่น ๆ แล้ว ก็น่าจะพูด จะเขียนได้อย่างสนิทใจและใช้กันได้ทั่วไป

               คน          สิ่งที่ร่างกายขับถ่ายออกมาเกรอะกรังอยู่ เช่น ขี้ไคล, ขี้รังแค, ขี้หู, ขี้ตา, ขี้เต่า, ขี้เกลือ เป็นต้น

               สำนวน   ขี้ก้อนใหญ่ให้เด็กเห็น, ขี้แพ้ชวนตี, ขี้ไม่ให้หมากิน, ขี้ราดโทษส่อง เป็นต้น

               ภาษาพูด (ปาก)       ขี้กะโล๊โท้, ขี้ตด, ขี้ตืด, ขี้ถึง, ขี้ลอก, ขี้เล็บ, ขี้หดตดหาย, ขี้ใหม่หมาหอม, ขี้เมฆ, ขี้โครง (ซี่โครง) เป็นต้น

               ชื่อ (พืช, สัตว์, สิ่งของ)          ขี้ (ยาสีฟันโบราณ), ขี้กา (ไม้เถา), ขี้ขม (ชื่อปลา), ขี้ครอก (ต้นกระชับ), ขี้ควาย (ชื่อปลา) เป็นต้น

สตรีวัยอันสมควรเลือกคู่

               ก้อแน่ละ สตรีน้อยรายที่จะแบกคาน ขึ้นคาน ศัพท์ภาษาที่พวกสาว ๆ นิยมนำมาใช้ ฉะนั้นมากรายก็ต้องแสวงหา หรือไม่ก็ถูกฝ่ายชายเหล่ แล้วเรื่องที่เขียน “ชายสิบประเภท” นี้ละ สาว ๆ เขาจะสังเกตได้ตอนไหนกันละ ถึงว่าซิ “ไม่คบกันก็ไม่รู้” นะซิ

               จะว่าไปแล้วสำหรับผู้ชายเขามีวิธีเลือกคู่ครองได้ง่ายกว่าผู้หญิงมาก ผู้ชายที่อยู่ในโอวาทของพ่อแม่ ทั้ง ๆ ที่เคยคบหาสาว ๆ ไว้เป็นเพื่อน ต่อๆ ไปก็เป็นคู่ครอง อยู่ ๆ พ่อ-แม่ บอกว่า “ดูคู่ครอง ดูผู้หญิง ไว้ให้เจ้าแล้ว” ผู้ชายก็เลิกคบหาผู้หญิงที่ตนเลือกไว้ได้ง่าย ๆ ก็มีหรือไม่ ก็ผู้ชายเขามีภาษิตโบราณประจำใจเขาอยู่ว่า “จะดูช้างให้ดูที่หาง จะดูนางให้ดูที่แม่” เท่านั้นยังไม่สะใจ “จะดูสาวให้แน่ ๆ ต้องดูที่แม่ยาย” (นั่นคือ แม่คนเดียวกัน)

               แต่ถ้าหากจะนำภาษิตนี้ ไปให้สาว ๆ เลือกผู้ชายบ้างละก็เปลี่ยนคำพูดคำจาเสียใหม่ ดังนี้ “จงดูชายให้ดูที่หาง จะดูนางให้ดูที่แม่” ถ้าพูดลักษณะนี้ ก็ต้องย้อนกลับไปถาม “ภาษิตนี้ ท่านได้แต่ใดมา” จะสอนให้ผู้หญิงหาคู่กลับให้ “มาดูที่หางผู้ชาย” ก็อย่างว่านั่นแหละผู้ชายบางท่านบางคนมันมีหางจริง ๆ เท่านั้นยังไม่พอ ท่านผู้อ่านที่รู้ช่วยต่อเติมด้วยก็แล้วกัน

ชายสิบประเภทที่สตรีควรระวัง

ประเภทที่ 1            ขี้คุย ขี้โอ่

               ชายจำพวกนี้คุยได้ทั้งวันทั้งคืน ไม่ว่าคุยร่ำคุยรวย คุยใหญ่ คุยโต แม้กระทั่งคุยอวดตัวเองฉลาด เรียนหนังสือเก่ง รอบรู้ไปได้ทุก ๆ เรื่อง แถมจบจากสถาบันที่มีชื่อเสียง แทบกล่าวได้ว่าทุกอย่างในตัวเหนือกว่าผู้อื่น นี่คือการสร้างฉากสร้างความประทับใจสู่ความมุ่งมั่น “คุณแต่งงานกับผมจะสบายไปทั้งชาติ” คุยไปได้ตั้งนานสองนาน ไม่ยักบอกว่าชาตินี้หรือชาติหน้า

ประเภทที่ 2            ขี้อ้อน

               ชายจำพวกนี้ ปากหวาน ทำอะไรก็หวานไปหมด คำพูดแต่ละคำที่ออกมา เรียกว่ามดขึ้น จ๊ะ ๆ จ๋าๆ หรือว่านานเข้า ศัพท์ภาษาเรียกว่า จนเลี่ยน หรือเอียน ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็อยู่ที่ความพึงพอใจของสตรี เพราะสตรีบางท่านชอบคำหวาน ๆ ไพเราะหู โรแมนติก รู้จักเอาใจใช้คำพูดแบบหวาน ๆ เข้าไว้ แล้วหยอดคำว่า “สุดที่รัก” สาว ๆ ที่รับฟังคำพูดนี้รู้ไหมว่า ชายคนนี้ใช้พูดกับสาวมากี่คนแล้ว

ประเภทที่ 3            ขี้หลี

               ชายจำพวกขี้หลี หรือเจ้าชู้ประตูดินนี้ คนโบราณถือนักถือหนาว่าน่ากลัวมาก เดินกับแฟนอยู่ดี ๆ แต่หันไปมองสาวอื่น เท่านั้นยังไม่พอ แถมเจอเพื่อนแฟนก็หาเรื่องจีบ เรียกว่าเผลอเป็นไม่ได้ ถ้าเจอผู้หญิงก็ต้องจีบไว้ก่อน จะได้ไม่ได้ไม่รู้ หลงคิดว่าตัวเองเป็นขุนแผน (ว่าเข้านั่น) เที่ยวได้วางหาบขายขนมจีบไปทั่ว ถ้าสาวใดสนใจซื้อก็เข้าทางปืนผู้ขายขนมจีบ บุรุษประเภทนี้ แม้จะมัหัวใจหนึ่งดวง แต่มีสี่ห้อง สาว ๆ ก็ลองคิดดูก็แล้วกัน (เลือกแล้วกี่คน)

ประเภทที่ 4            ขี้ขอ

               ชายประเภทนี้จะทำตัวแสดงตนให้เป็นสุภาพบุรุษที่น่าสงสารที่มีแต่เรื่องขอตลอด “ช่วยทำให้หน่อย ช่วงนี้ผมยุ่ง” ถ้ารู้จักกันตอนเรียนหนังสือก็ขอแรงให้ช่วยทำรายงานส่งครูให้หน่อย ครั้นเรียนจบแล้วก็ยังขอให้ทำธุระให้ ถ้าถึงขั้นสนิทสนมกันมาก ๆ อาจขอให้ช่วยซักผ้า แน่เสียยิ่งกว่าแน่ สาว ๆ บางคนชอบมากเพราะมีความรู้สึกที่ดีได้ช่วยเหลือคนที่เขารัก ถือว่าน้ำใจเธอเยี่ยมขอร้องให้ช่วยทำอะไรให้ก็ไม่น่ากลัวเท่ากับการ “ขอตังค์” ถ้ามีปัญหาบ้างก็น่าจะช่วย เพราะถ้าคนรักลำบากต้องช่วยเหลือกัน แต่ถ้าใช้จ่ายเกินตัว มาขอหรือยืมตังค์บ่อย ๆ ไม่ดีแน่ (เรื่องนี้ตัวอย่างมีเยอะนะจ๊ะ)

ประเภทที่ 5            ขี้บ่น

               ชายคนนี้ชอบบ่น บ่นทุกอย่างที่ขวางหน้า ถูกใจหรือไม่ถูกใจเป็นบ่นไว้ก่อน รถติดก็บ่น ฝนตกก็บ่น อากาศร้อนก็บ่น หรือถ้าสตรีทำอะไรไม่ถูกใจก็บ่น ใช่แต่บ่น บ่น เท่านั้นไม่แล้วยังแถมสั่งสอนต่อเพื่อให้ถูกใจตัวเองอีกแน่ะ น่าเบื่อ เพราะดูจะเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ไม่มีอะไรดีหรือถูกใจเลย จึงทำให้บ่นได้ทั้งวัน ไอ้โน่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่ถูกใจจะมีนิสัยบ่นก่อน แล้วสอนที่หลัง (ใครได้ชายประเภทนี้เป็นคู่ครองละก้อ บางทีนอนหลับยังบ่นพึมพำ)

ประเภทที่ 6            ขี้จุ๊

               ชายที่ชอบโกหกถ้าจับได้ไล่ไม่ทันไม่มีทางยอมรับ จะปฏิเสธตลอดเวลา (ปฏิเสธทุกข้อหา) หาเรื่องแก้ตัวได้แบบน้ำขุ่น ๆ หรือโบราณท่านว่า “ลื่นเป็นปลาไหล” หวังใช้ความรักชักจูงสตรีนี้ให้หลงเชื่อ ชายหรือบุรุษพวกนี้จะโกหก (ตอแหล) เก่งมาก สตรีต้องมานั่งคอยจับโกหก หรือฟังนิยายที่แต่งขึ้นเป็นฉาก ๆ ตอนๆ ที่เจ็บปวด คือ ไม่รู้ว่าคำพูดไหนเป็นความจริง หรือคำพูดไหนเป็นเท็จ หรือหลอกเพราะฟังแต่นิยายที่ไม่มีความจริง (เลย)

ประเภทที่ 7            ขี้หึง

               ชายขี้หึงประเภทนี้ชอบตามหึงหวง ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันเรียกว่า “คนรัก” ก็รีบแสดงอาการ แสดงกริยาออกว่า “ของข้า...ใครอย่าแตะ” น่าสงสารเพราะหวาดกลัวว่า สตรีผู้นั้นจะหลุดมือไป บางคนบางรายมีความหึงหวงแบบโหด ขนาดถึงขั้นทำร้ายร่างกาย เพียงเพราะว่าสตรีไม่รัก หรือเลิกรัก เพราะทนไม่ไหวในความประพฤติของฝ่ายชาย หวาดระแวงตลอด จึงทำให้ต้องหึงหวง ชอบแสดงอาการแบบ “เป็นเจ้าของ” ถ้าพบเจอชายหรือบุรุษประเภทนี้ เห็นทีสาว ๆ จะต้องรีบหลีกหนีเพราะจะหึงแบบไม่มีเหตุไม่มีผล และอาจเป็นอันตรายด้วยประการฉะนี้

ประเภทที่ 8            ขี้สงสัย

               ชายผู้นี้ผู้กำเนิดเกิดมาเพื่อการสงสัยโดยเฉพาะสงสัยจัง สงสัยไปแทบทุกเรื่อง ตลอดจนอยากรู้ทุกเรื่อง ทุกอย่างถามจนน่าเบื่อ “ใครโทรมา” แถมแอบเปิดดูเบอร์โทรในโทรศัพท์มือถือแล้ว ต้องให้รู้ได้ด้วยว่าเป็นใคร ถ้ากำลังพูดโทรศัพท์อยู่ คุณชายก็คอยจะเงี่ยหูฟัง จะรู้ให้ได้ว่า วัน ๆ สตรีทำอะไรหรือคบหากับใคร จะแอบรู้แอบดูทุกอย่าง สอดรู้สอดเห็นทุกเรื่องราวก็เพราะเอาแต่สงสัย ถ้ากำลังจีบกันอยู่ก็จะสงสัยไปทุกเรื่องแล้วถามตลอด บางทีบอกความจริงก็ยังไม่เชื่อต้องคอยอธิบายให้ฟังซ้ำ ๆ ซาก ๆ ไม่เคยไว้ใจสตรี บุรุษ หรือชายจำพวกนี้ มีปมด้วย (บางรายปมเขื่องก็มี)

ประเภทที่ 9            ขี้เกียจ

               บุรุษหรือชายประเภทนี้จะไม่ทำอะไรทั้งสิ้น วัน ๆ เอาแต่ขี้เกียจ (โบราณว่า หลังยาว) เสื้อผ้าใช้แล้วกองโต หรือหลายตะกร้า ขี้เกียจซัก ห้องนอนรกรุงรัง มีที่ว่าเฉพาะทางเดินไปเตียงนอน แม้เรียนหนังสือยังขี้เกียจเรียน งานอะไร ๆ ก็ไม่อยากทำเพราะขี้เกียจทำ ใครบอกให้ทำอะไรไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ก็ไม่กระดิก ถ้าไหว้งานให้ทำก็คิดไว้เลยว่าจะไม่ทำ เพราะขี้เกียจ (คำเดียว) ถ้าสบโอกาสจะขอให้คนอื่นช่วยจัดทำ แปลงร่างเป็นชายในประเภทที่ 4 ขี้ขอทันที

ประเภทที่ 10          ขี้เหนียว

               ชายหรือบุรุษประเภทนี้ ถ้ารู้จักมัธยัสถ์ ก็ถือว่าเป็นเยี่ยมแต่ถ้าเหนียวก็เหนียวจนหนืด หรือเค็มจัด คงไม่ไหวไปไหนไม่ค่อยจ่าย อาจปล่อยสตรีหรือสาวที่ไปด้วยเป็นคนจ่ายแต่เพียงผู้เดียว ใช้ชีวิตแบบผ้าขี้ริ้วห่อทอง คือ มีตัวค์แต่ไม่ยอมใช้ หรือใช้แบบขี้เหนียว (ขี้ตืด) หรือเป็นวันเกิดสตรีทั้งที ชวนไปกินไอศครีมฉลองวันเกิดก็จะซื้อแบบเป็นแท่งแบ่งกันดูดคนละครึ่ง บุรุษหรือชายประเภทนี้จะเห็นเงินเป็นพระเจ้า เก็บเงินเอาไว้บูชา ไม่ยอมหรือไม่คิดเอามาใช้

     ชายประเภทพิเศษนี้               มีจริง

ซื่อสัตย์ประหยัดหลอกหญิง           สนิทไว้

ตายใจปล้นสวาทซิงซิง                ปิดข่าว

เรียกว่า “หมอฟัน” นั่นไซร้            ทุกข์ไท้ทนเธอ