Get Adobe Flash player

เที่ยวไทยใกล้สุดสมุทรปราการ โดย พรโสภา เรียบเรียง และร้อยกรอง

Font Size:

ตอน เมืองโบราณ

พิพิธภัณฑ์สถานโล่งแจ้ง       โบราณ

แจงประวัติและตำนาน         สื่อสร้าง

ทั่วไทยจำลองทุกสถาน        สถิตย์

ตกแต่งติดตั้งดังเอ่ยอ้าง         อวดโอ้นานา

 

ราชธานีเก่า             อู่ข้าวอู่น้ำ

เลิศล้ำกานท์กวี      คนดีศรีอยุธยา

ใช่แล้ว ที่ท่านผู้อ่านคิด และรู้ “พระนครศรีอยุธยา”

ทำไม และทำไม เกี่ยวข้องกับสมุทรปราการอย่างไร

                ก้อ นั่นแหละ พระนครศรีอยุธยา หรือกรุงเก่า (ของเราแต่ก่อน) มีทั้งประวัติ และตำนาน หลายทั้งสิ่ง หลายทั้งสถาน จึงเลือกเฉพาะสถานที่สำคัญ ๆ ซึ่งแทบจะไม่มีหลักฐานอื่นใดแสดงรูปร่าง และโครงสร้างไว้ให้เห็นเลย แต่ “เมืองโบราณ” สามารถสืบสร้าง “พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท” มาให้พวกเราได้เห็น ได้เรียนรู้กันได้

ก้าวแรก

                “อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อนจิตใจอาวรณ์มาเล่าสู่กันฟัง อยุธยาแต่ก่อนนี้ยัง”... ใครที่จำได้ หรือว่าเคยเป็นนักรำวงช่วยต่อให้จบท่อนด้วย

                ไม่นึกเหมือนกันว่าจะได้ไปอยู่อยุธยา ในเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยโรงเรียนช่างไม้ฯ จะยกฐานะและขยายการศึกษาให้สูงขึ้นกว่าเดิม จากระดับอาชีวศึกษาตอนต้น เป็นระดับอาชีวศึกษาชั้นสูงแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนการช่างพระนครศรีอยุธยา

                ในการนี้ ทางจังหวัดประกาศรับสมัครผู้จบการศึกษาวิชาชีพชั้นสูงเป็นครูดังกล่าวเพียงหนึ่งตำแหน่งเท่านั้น แล้วประกาศฉบับนี้ก็ประกาศติดไว้ที่ศาลากลาง แต่ผู้เขียนมีทั้งโชค (ทั้งวาสนา) ทราบข่าวจากกรมเจ้าสังกัดก็เดินทางไปสมัครแล้วสอบ ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อผลการสอบออกมาได้ที่หนึ่ง (นึกภูมิใจในตัวเอง) แต่เพื่อนพ้องมันกลับมองว่าถ้าใครมาสมัครอีกคน “เอ็งก็คงได้ที่หนึ่งข้างท้าย”

ก้าวสอง

                หลังจากเป็นครูไม่นาน เมืองมันแคบ สังคมก็แคบ ได้รู้จักกับ คุณลุงหวล สุมาลัย ท่านเคยเป็นผู้ติดตามสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (ซึ่งเป็นบุคคลไทยพระองค์แรก ที่ได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก เมื่อปี พ.ศ. 2505 และทรงได้รับการถวายพระนามว่า “พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย”

                ในเมื่อคุณลุงหวล ได้เป็นผู้ติดตาม หลากหลายความรู้ ไม่ว่าจะเป็นตำนาน ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ จึงได้รับการถ่ายทอดไว้ได้พอสมควร และในฐานะที่ผู้เขียนสนใจในเรื่องของโบราณวัตถุ โบราณสถานต่าง ๆ ในกรุงเก่า จึงได้นำมาถ่ายทอดเป็นสารคดี 5 นาที ออกอากาศทางสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ จำนวนหลายเรื่อง ตลอดจนลงพิมพ์เผยแพร่ทางหนังสือวิทยาสาร และมิตรครู

ก้าวสาม

                จากคุณลุงหวล จึงได้รับการติดต่อจากหน่วยงานศิลปากรจังหวัด ให้ช่วยคัดลอกแผนที่ (หรือแผนผัง) เกาะเมือง ซึ่งเป็นแบบเขียนสมัยเก่าโบร่ำโบราณที่หุ้มกระดาษใส ผุ กรอบ ต้องมีความระมัดระวังพอสมควร แผนที่และกระดาษบางส่วนขาดหายเป็นแว่น ๆ แล้วย้ำนักย้ำหนาว่า “มีเพียงแผ่นเดียวเท่านั้น”

                อะไร ๆ ไม่ว่า เราเป็นนักเขียนแบบคงจะต้องมีความพยายามอยู่แล้ว โดยเฉพาะผลงานอย่างนี้ ยากจะหามาทำได้ แบบที่นำมาให้ลอกนั้นเป็นแบบของ “พระยาโบราณราชธาณินทร์” ดูเหมือนว่าควรลอกแบบด้วยปากกาเขียนแบบ และใช้หมึกสีดำ เรียกว่า “อินเดียอิงค์” ลงในกระดาษไข ใช้เวลาว่างเท่าที่มีเกือบเดือน

ก้าวสี่

                ก้าวนี้มีความสัมพันธ์กับเมืองโบราณ โดยตัวเองอยู่แอลเอ และเรื่องราวที่จะเขียนอยู่เมืองไทย จะก้าวติดต่อกันไม่ง่ายนัก บางครั้งต้องอาศัยก้าวคร่อม เพราะเหตุที่ว่าหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ของกรุงเก่า พระนครศรีอยุธยา มีอยู่กับตัวเพียง 2-3 เล่ม และเมื่อเปิดดูแล้วเรื่องที่เกี่ยวกับ “พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท” ไม่มีเลย

                เช่นหนังสือ “แกะรอยพงศาวดาร ราชธานี กรุงศรีอยุธยา” โดยปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์ หรือคู่มือท่องเที่ยว พระนครศรีอยุธยาของ อ.ส.ท. เป็นต้น

ก้าวกลับ หรือ ก้าวถอยหลัง

                เมื่อทบทวนความคิด หรือเมื่อครั้งไปบุกสวนพุทราที่วังโบราณ เมื่อได้พุทราพอประมาณ เรามักจะไปนั่งพักผ่อน และกินพุทรากันที่ “พลับพลาตรีมุข” ในการไปสวนพุทราที่วังโบราณ ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นวังแต่เก่าก่อน ก็คงจะเป็นแถว ๆ นั้น

                ความจริงที่วังโบราณสิ่งก่อสร้างอะไรที่มีร่องรอยของการเป็นอาคารมักจะมีแผ่นป้ายบ่งบอกชื่อไว้ อย่างเช่น ใกล้ ๆ กับพลับพลาตรีมุข หรือหากจะถอยหลังกลับไป เหนือพระเจดีย์สามองค์ ใกล้ ๆ กับวัดพระศรีสรรเพชญ ระหว่างนี่แหละน่าจะเป็น “พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท”

หยุดก้าว

                พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท มีเพียงร่องรอยของความเป็นฐานรากเพียงพอบอกได้ความกว้างยาว และอื่น ๆ ที่พอเป็นมูลฐานที่สถาปนิกจะเรียงรูปร่างในทางสถาปัตยกรรมได้ ดังที่เมืองโบราณ ได้พรรณาไว้ในบทที่ 27 ว่า

                สรรเพชญปราสาท เป็นพระที่นั่งโบราณสมัยอยุธยาตอนต้น ในสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น โดยหนีจากอิทธิพลของสถาปัตยกรรมขอม และไทยเหนือ ดังนั้น พระที่นั่งองค์นี้จึงเป็นที่รวมความเป็นเอกลักษณ์ของอยุธยาเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ฐาน เสา ลวดลายประดับ ซุ้มพระทวาร พระบัญชร หลังคา และเครื่องยอด

                พระที่นั่งสรรเพชญปราสาทใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธี และรับแขกเมืองของพระมหากษัตริย์ ในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (พ.ศ. 2275 ถึง 2301) ได้มีการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ต่อมาเมืองเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310 ถูกพม่าเอาไฟเผาทิ้งทั้งองค์เหลือแต่ซากฐาน

ก้าวแบบเกาะ

                เมืองโบราณได้สร้างพระที่นั่งสรรเพชญปราสาทขึ้นโดยค้นคว้าจากหลักฐานดั้งเดิมที่เหลือทั้งของไทยและต่างชาติ มากำหนดเป็นผังขึ้น และหาหลักฐานจากภาพเขียนไม้สลัก และโบราณวัตถุสมัยอยุธยา ที่มีทรวดทรงคล้ายคลึงกันเป็นจุดเริ่มต้น ประกอบกับหลักฐานจากเอกสาร เช่น จดหมายเหตุ ตำนานพระราชพงศาวดาร เป็นต้น เมื่อสอบค้นลักษณะภายในของพระมหาปราสาท พร้อมทั้งตรวจสอบหลักฐาน และข้อมูลทุกสิ่งทุกอย่างโดยเชื่อมั่นว่าใกล้เคียงกับความจริงแล้ว จึงเริ่มหาลายมาประดับต่าง ๆ สมัยอยุธยาที่เหมาะสมกับโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของปราสาทในขั้นต่อไป ได้แก่

ก้าวแบบเกี่ยว

                การประดับตกแต่งภายนอก จากแผนผังขององค์มหาปราสาทเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม มุขหน้า-หลัง ยาวทำเป็นสีหบัญชร มุขหน้าสำหรับฝ่ายหน้า มุขหลังสำหรับฝ่ายใน มุขซ้าย-ขวานั้น ตั้งพระที่นั่งเป็นฐานโค้งตกท้องช้าง เป็นฐานปัทม์บัว

                โครงสร้างเครื่องยอดหลังคา ได้รูปแบบโดยรวมมาจาก เครื่องยอดหลังคาของสังเค็ดไม้ในวิหารวัดพระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก ส่วนหลังคาดีบุกได้แบบจากหลังคาพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ ในพระบรมหมาราชวังและเครื่องหลังส่วนนอก นับแต่นภศูลปลียอด ประสาทเหมสามชั้นกลุ่มลูกแก้ว เชิงกลอนซ้อนเจ็ดชั้น บันแถลง นาคปรก บราลี อกไก่ ใบระกา นาคสะดุ้ง ดอกจอก ล้วนหุ้มด้วยดีบุกทั้งสิ้น

                สำหรับ ช่อฟ้า และใบระกา ได้แบบมาจากวัดโพธิ์ กรุงเทพฯ

  • ทวย ได้แบบมาจาก วัดศาลาปูน อยุธยา

  • ซุ้มปูนปั้นบนหน้าบันปราสาท ได้แบบมากจากวัดเขาบันไดอิฐ เพชรบุรี

  • บานประตู หน้าต่าง ประดับมุขไฟแบบมณฑปพระพุทธบาท สระบุรี

  • ซุ้มประตูหน้าต่าง บันแถลง และองค์มณฑป ได้แบบมาจากวัดเขาบันไดอิฐ เพชรบุรี และวิหารหลวง วัดมหาธาตุ นครศรีธรรมราช

  • ลายปูนปั้นประดับปรางค์วัดจุฬามณี พิษณุโลก ซึ่งเป็นศิลปะสมัยพระบรมไตรโลกนาถ

  • ลายปูนปั้นประดับฐานปราสาท ได้แบบมาจาก วัดสระบัว เพชรบุรี

  • สิงห์ ที่ประดับหน้าบันไดทางเข้า ถอดแบบมาจากวัดธรรมิกราช อยุธยา (นอกจากนั้น โปรดหาอ่านได้จากหนังสือนำเที่ยวเมืองโบราณ) และที่จะขาดไม่ได้ คือ

ก้าวขั้นบันไดทอง

                พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลปัจจุบัน ทรงใช้พระที่นั่งสรรเพชรปราสาท ณ เมืองโบราณ รับรองสมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบทที่ 2 และพระราชสวามี เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 ซึ่งในวันนี้ได้ถือเป็นสิริมงคล และเหมือนเป็นวันเปิดเมืองโบราณ อย่างเป็นทางการด้วย

“สรรเพชญปราสาท” นั้น     ยอดศิลป์

พระที่นั่งงามระบิล              ทั่วหล้า

เพียงรากฐานระดับดิน          ค้นคิด

สถาปัตยกรรมไทยทึ่งท้า      สู่ฟ้าเมืองอมร