Get Adobe Flash player

ท่องเที่ยวไทยให้ประเทืองเมืองโบราณ โดย พรโสภา เรียบเรียง และร้อยกรอง

Font Size:

ตอนเปิดเมือง

สิบเอ็ดกุมภาสองห้าหนึ่งห้า                  มงคล ฤกษ์แม่

องค์พระเจ้าอยู่หัวภูมิพล                       โปรดเกล้าฯ

รับเสด็จอลิซาเบธที่สองบน                  สรรเพชญ  ปราสาทนา

ขอร่วมถวายพรพระจอมเจ้า                 ล้นเกล้าทรงพระเจริญเทอญ

                ขณะพระที่นั่งสรรเพชญปราสาทกำลังสร้าง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเลือกเมืองโบราณเป็นสถานที่รับรองการเสด็จเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรกของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ และเจ้าชายฟิลลิป ดยุคแห่งเอดินเบอระ โดยก่อนหน้านั้น และต่อมาพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จฯเยือนเมืองโบราณเป็นการส่วนพระองค์อีกหลายครั้ง

กว่าจะเป็น “พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท”

                “...เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วก็น่าจะถึงขั้นตอนลงมือทำ แต่ด้วยความ “ประณีต” ของผู้สร้าง ข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มาจึงต้องผ่านการตรวจสอบ วินิจฉัย ตั้งคำถาม ค้นคว้า ถกเถียงกันอย่างเอาจริงเอาจัง ทั้งระหว่างนักวิชาการที่ปรึกษา และตัวของคุณเล็ก (เจ้าของโครงการ) เอง ก็เคยอยู่บ่อย ๆ จนเป็นเรื่องปกติธรรมดา แม้แต่ น. ณ ปากน้ำ เมื่อครั้งมาดูเมืองโบราณเป็นครั้งแรก ก็ยังไปยืนเถียงกับคุณเล็กกลางแดดเปรี้ยง”

                “เราถกเถียงกันด้วยหลักวิชา ข้อปลีกย่อยบางอย่าง แต่ก็ต้องชมเชยว่า เขากล้าทำ แล้วก็ทำอย่างตั้งใจจะให้ดี”

                ระหว่างออกสำรวจนั้นเอง ที่ทำให้คุณเล็กมองเห็นถึงความขาดตกบกพร่องของข้อมูลประวัติศาสตร์วัฒนธรรมไทย ที่มีแต่จะผุพัง และสูญหายไปทุกวันอย่างรวดเร็ว ความคิดในการกู้ข้อมูลจึงเริ่มขึ้น โดยจัดให้มีคณะวิชาการศึกษาข้อมูล และเผยแพร่ลงในรูป “วารสารเมืองโบราณ” รวมถึงการจัดเก็บหลักฐานเก่าต่าง ๆ ภาพถ่าย ต่อเนื่องเรื่อยมานับจนปัจจุบัน

                เมื่อข้อมูลถึงพร้อมแล้ว การก่อสร้างก็เริ่มขึ้น คุณปรีชา ช่วยเล่าให้เห็นภาพว่า เวลานั้นตัวเขาอายุ 24 ส่วนคุณเล็กอายุราว 60 “เขาแรงอยู่แล้ว อาเสี่ยไม่เคยหยุด เรียกว่าเจ็ดโมงเช้ามาถึงแล้ว สี่ทุ่มถึงกลับ ทำอย่างนั้นติดต่อกันเป็น 30 ปี”

                งานดำเนินไปอย่างก้าวหน้า โบราณสถานสำคัญของจังหวัดต่าง ๆ ถูกนำมาสร้างไว้ในพื้นที่กว้าง 500 ไร่ รูปทรงเหมือนกระบวยตักน้ำ หรือ “แผนที่ประเทศไทย” การกำหนดจุดสร้างทำจึงเป็นเรื่องง่าย โบราณสถานชิ้นใหม่ ๆ ผุดขึ้นแห่งแล้วแห่งเล่า “ราวกับปาเจดีย์ ณ สถานที่อันแผ่กว้างนับร้อย ๆ ไร่ ทำให้ตะลึงงัน” ดังที่ น. ณ ปากน้ำ เคยกล่าวไว้

                แล้วก็มาถึงงานชิ้นใหญ่ที่ทำให้ความหมายของเมืองโบราณชัดเจนยิ่งกว่าเดิม คือ การคิดสร้าง พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ท้องพระโรงออกว่าราชการของพระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งของเดิมนั้นถูกเผาราบเมื่อครั้งเสียกรุง เหลือเพียงซากฐาน การสร้างพระที่นั่งองค์นี้จึงเป็นเหมือนการเรียนรู้อีกขึ้นในระดับลุ่มลึก

                คุณเล็กและคณะทำงานต้องวิเคราะห์ และศึกาหลักฐานของเดิมอย่างรอบด้าน ทั้งจากซากฐานอาคาร ข้อความที่มีพรรณาไว้ในพงศาวดาร ตำนาน จดหมายเหตุ ผสมผสานกับรูปแบบศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยามาเสกสร้างขึ้นใหม่

                ตัวอย่างเช่น กระเบื้องมุงหลังคา คุณเล็กลงทุนใช้ดีบุกผสมตะกั่วรีดให้เป็นแผ่น เพราะใน “จดหมายเหตุขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม” กล่าวไว้ว่าหลังคาเป็นดีบุก ทำเสร็จออกมาเป็นสีเงินสวยงามมาก คุณเล็กรู้ว่าของฝรั่งใช้ทองแดง ส่วนของจีนนั้นมักใช้กระเบื้อง ซึ่งถ้าหากสรรเพชญปราสาทใช้กระเบื้องจริง เมื่อถูกเผาจะต้องเหลือซาก ไปค้นดูก็ไม่มี ดังนั้นน่าจะเป็นดีบุกจริง ๆ พอเผาหลอมละลายแล้วก็ถูกเก็บเอาไป

                หลายคนมักเอ่ยว่า เป็นความคิดที่มีเหตุผล และละเอียดลึกซึ้งยิ่ง

                แล้วนอกจากนั้นองค์ปราสาทด้านใน จะพบอีกว่ามีหลายสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ ลวดลายละเอียดงานตามมุมต่าง ๆ ภาพวาดปูนเปียกชิ้นเยี่ยมของอาจารย์สนั่น ศิลากร หนึ่งใน “พวกศิลปากร” ฝีมือชั้นครูที่ลาออกจากกรมศิลปากร มาร่วมงานกับเมืองโบราณโดยเฉพาะ

                ในช่วงที่สร้างสรรเพชญปราสาทนั้น มีเหตุการณ์สำคัญที่ควรจะต้องกล่าวถึงไว้ด้วย คือ ข่าวและภาพดังกล่าวในตอนต้น และยิ่งไปกว่านั้น คุณเล็กพอรู้ว่าในหลวงจะเสด็จมา ก็ระดมทำกันทั้งวันทั้งคืน คนสวน คนช่างแขนงต่าง ๆ รวมถึงลูก ๆ ทุกคนของคุณเล็กต่างมาช่วยติดมุก ติดทอง แบกดิน แบกทราย ทำงานปนเปกันราวไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย

                ครั้งถึงวันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 พระที่นั่งสรรเพชญปราสาทก็พร้อมสำหรับรับเสด็จโดยสมบูรณ์ (ปรบมือให้)

                เหตุการณ์ในวันนั้น มีหนังสือพิมพ์หลายฉบับพาดหัวข่าวรายงานคล้ายคลึงกันว่า พระราชอาคันตุกะทั้งคู่ทรงสนพระราชหฤทัยเมืองโบราณเป็นอย่างมาก ทั้งโบราณสถานวัตถุสำคัญต่าง ๆ จนถึงรายละเอีดยปลีกย่อยอย่างการแสดงมโหรีหญิง การสาธิตปรุงของหวานไทย การร้อยมาลัย เจียนหมากจีบพลู โดยเฉพาะลาดพระบาทดอกบานไม่รู้โรย ร้อยเป็นลวดลายงดงาม สำหรับแทนพรมลาดพระบาท ณ สรรเพชญปราสาท ซึ่งใช้เวลาร้อยถึง 6 วัน 6 คืน

                เอ่ยถึงวันนั้นคราวใด ลาดพระบาทดอกไม้สดดูจะสดใหม่เสมอในความทรงจำของทุกคน

                ทว่าบุคคลที่ไม่ปรากฎในข่าวเลยก็คือ “ผู้สร้าง” แม้ว่าในการเสด็จพระราชดำเนินส่วนพระองค์ก่อนหน้านั้น และต่อมาอีกหลายครั้ง คุณเล็กจะรับเสด็จด้วยความปลื้มปิติ หากแต่ในวันที่เต็มด้วยสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ เขาขอให้นายห้างออกหน้าแทน ส่วนตัวเองถอยไปยืนรับเสด็จจริง ๆ ปะปนกลืนกับคนมากมาย

                คุณเล็กเป็นเช่นนั้นเอง ไม่เคยแสดงตัวหรือหวังสิ่งตอบแทนใด ๆ ซึ่งเป็นลักษณะของคนตะวันออกโดยแท้ เขามักบอกคนใกล้ชิดเสมอว่า ตัวเขาเป็นแค่ “ลูกจ้างมนุษยชาติ”

ตั้งจิตเพื่อฟ้าดิน  มีชีวิตเพื่อมนุษย์ชาติ

สืบต่อวิทยาการสุดยอดจากปราชญ์ในอดีต

และสร้างสรรค์สันติสุขชั่วกาลนานแก่มนุษยชาติ

นี่คือ เป้าหมายอันแท้จริง ซึ่งศาสตร์อันยิ่งใหญ่-

ของมนุษย์ต้องการบรรลุ

                อาจารย์พิชัย วาสนาส่ง ผู้เคยร่วมงานกับคุณเล็กกล่าวไว้

                “ผมเห็นคนรวยมามาก คนที่ไม่ทำอะไรให้สังคมเลยก็เยอะ คนรวยที่ชอบทำบุญ บริจาคให้วัดก็เยอะ แต่คนรวยที่คิดทำอะไรเพื่อสังคม ขณะเดียวกันก็สนใจศิลปวัฒนธรรมอย่างเป็นวิชาการ มีปรัชญาในตัวเสร็จ ผมไม่เคยเห็นคนไหนเป็นอย่างนี้ เขาสนใจทุกอย่าง โบราณคดี จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม และเขาเข้าใจทุกอย่าง ... เข้าใจอย่างลึกซึ้ง อะไรที่ไม่รู้ หาหนังสือมาอ่าน หาผู้รู้มาถกจนรู้”

                เขาคือ “เล็ก วิริยะพันธุ์” ลูกจ้างมนุษยชาติ ตัวจริง

เอกสารอ้างอิง

1.             ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์, แกะรอยพงศาวดาร ราชธานี กรุงศรีอยุธยา, กรุงเทพฯ 2550

2.             คู่มือท่องเที่ยว พระนครศรีอยุธยา, ราชธานี อู่ข้าว อู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี คนดีศรีอยุธยา, อสท. มิถุนายน 2548

3.             ประไพ วิริยะพันธุ์, นำเที่ยวเมืองโบราณ, บริษัท วิริยะกิจธุรกิจ, กรุงเทพฯ 2546

4.             คู่มือท่องเที่ยว สมุทรปราการ, อภินันทนาการจาก อนุสาร อ.ส.ท., มิถุนายน 2549

5.             ธเนศ งามสม, ชายชื่อ เล็ก วิริยะพันธุ์, กับความฝันที่ริมขอบฟ้า, หนังสืออนุสาร อ.ส.ท. พฤษภาคม 2549