Get Adobe Flash player

พระสุนทรโวหารผลงานนิราศ โดย พรโสภา เรียบเรียง

Font Size:

 

    ครูกลอนสุนทรภู่นั้น            เก่งกวี

นิราศ นิทาน สุภาษิต มี            มากทั้ง

บทละคร เสภา เห่กล่อม ดี         ไพเราะ

ผลงานทรงคุณค่าครบครั้ง          คู่ค้นบนตำรา

                ในวาระครบรอบ 200 ปี ของท่านพระยาสุนทรโวหาร และจากผลงานวรรณกรรมที่ทรงคุณค่า ท่านจึงได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้เป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลก

                และเพื่อระลึกถึงวันคล้ายวันเกิดของพระสุนทรโวหาร (ภู่) เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 ผู้เป็นกวีเอกในยุคทองของวรรณคดีไทย ท่านเป็นกวีที่มีอัจฉริยะ ความสามารถเป็นพิเศษ งานนิพนธ์แต่ละเรื่อง แต่ละประเภทของท่าน มีทั้ง นิราศ นิทาน สุภาษิต บทละคร และเห่กล่อม

                บทประพันธ์ของท่านสะท้อนสภาพของสังคมในยุคนั้นอย่างเด่นชัด ซึ่งในส่วนของนิราศเป็นการบันทึกการเดินทางที่แสดงให้เห็นถึงสภาพภูมิประเทศในสมัยนั้น งานนิพนธ์ของท่านสุนทรภู่ ไม่เพียงแต่ให้ความรู้เท่านั้น ยังให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินไพเราะ อีกทั้งสอดแทรกคติสอนใจ ธรรมะ ข้อควรปฏิบัติอีกมาก

                ในโอกาสแรกนี้ ขอนำเสนอเฉพาะงานนิพนธ์ประเภทนิราศ ซึ่งมีถึง 8 เรื่อง (ซึ่งในบางเรื่องบางตอนใครที่เคยเรียนในสมัยก่อนโน้นถูกครูภาษาไทยให้ไปท่องหน้าชั้น คงพอจะจำกันได้ ในเรื่องอะไรกันเดี๋ยวก็รู้)

1.นิราศเมืองแกลง

                เป็นนิราศเรื่องแรกของท่านสุนทรภู่ที่แต่งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2350 เนื่องจากท่านเป็นคนเจ้าชู้ ได้เขียนเพลงยาวให้กับนางจัน เมื่อบิดามารดาของนางจันได้รู้ จึงนำความไปบอกแก่สมเด็จกรมพระราชวังหลังทำให้ท่านถูกอาญาต้องโทษ เมื่อพ้นโทษท่านจึงได้เดินทางไปเยี่ยมบิดาท่านที่เป็นเจ้าอาวาสวัดป่า เมืองแกลง จังหวัดระยอง ดังนิราศส่วนหนึ่ง ดังนี้

    ถึงหย่อมย่านบ้านระกาดต้องลงถ่อ     ค่อยลอยรอเรียงลำตามน้ำไหล

จนล่วงเข้าหัวป่าพนาลัย                   ล้วนเงาไม้มืดคล้ำในลำคลอง

ระวังตัวกลัวตอตะเคียนขวาง               เป็นเยี่ยงอย่างผู้เฒ่าเล่าสนอง

ว่าผีสางสิงนางตะเคียนคะนอง              ใครถูกต้องแตกตายลงหลายลำ

2.นิราศพระบาท

                เป็นผลงานนิราศเรื่องที่ 2 แต่งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2351 ขณะที่ท่านตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ ไปพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี พระพุทธบาทแห่งนี้พบโดยพรานบุญ ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ต่อมาได้มีการจัดสร้างมณฑปครอบรอบพระพุทธบาทแห่งนั้นไว้ และจัดงานสมโภชเฉลิมฉลองกันเป็นประจำทุกปี ดังจะคัดมาตอนหนึ่งที่ท่านเดินทางถึงคลองขวาง ดังนี้

 

    ถึงคลองขวางบางจากยิ่งตรมจิต          ใครช่างคิดชื่อบางไว้กางกั้น

ว่าชื่อจากแล้วไม่รักรู้จักกัน                   พิเคราะห์ครันหรือมาพ้องกับคลองบาง

ทั้งจากที่จากคลองเป็นสองข้อ                ยังจากกอนั้นก็ขึ้นในคลองขวาง

โอ้ว่าจากช่างมารวบประจวบทาง              ทั้งจากบางจากไปใจระบม

3.นิราศภูเขาทอง

                เป็นนิราศที่มีความไพเราะที่สุดในบรรดากลองนิราศของท่านสุนทรภู่ทั้งแปดเรื่อง ท่านสุนทรภู่ได้แต่งนิราศภูเขาทองเมื่อปี พ.ศ. 2371 ขณะที่ท่านสุนทรภู่ออกบวช และจำพรรษาอยู่ที่วัดราชบูรณะ แล้วเดินทางไปนมัสการเจดีย์ภูเขาทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดังจะได้คัดมาตอนหนึ่ง ดังนี้

          ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์        มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต

 แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร              จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา

          ถึงบ้านมะเดื่อเหลือประหลาด       บังเกิดชาติแมลงหวี่มีในไส้

เหมือนคนพาลหวานนอกย่อมขมใน         อุปมัยเหมือนมะเดื่อเหลือระอา

4.นิราศวัดเจ้าฟ้า

                เป็นนิราศที่ท่านแต่งขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2375 ขณะที่บวชอยู่ที่วัดเทพธิดาราม สุนทรภู่เดินทางไปวัดเจ้าฟ้าพร้อมกับหนูพัด และหนูดาบ บุตรชายเพื่อสืบหายาอายุวัฒนะ ดังที่คัดมาตอนหนึ่ง ดังนี้

       ถึงบางซ่อนซ่อนเงื่อนไม่เยื้อนแย้ม      ถึงหนามแหลมเหลือจะบ่งที่ตรงไหน

โอ้บางเขนเวรสร้างไว้ปางใด                   จึงเข็ญใจจนไม่มีที่จะรัก

เมื่อชาติหน้ามาเกิดในเลิศโลก                ประสิทธิโชคชอบฤทัยทั้งไตรจักร

กระจ้อยร่อยกลอยใจวิไลลักษณ์              ให้สาวรักสาวกอดตลอดไป

5.นิราศอิเหนา

                ท่านสุนทรภู่ได้นำพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 มาดัดแปลงเป็นนิราศ โดยนำตอนที่อิเหนาต้องออกตามหานางบุษบา อิเหนาได้ปลอมตนเป็นโจร เพื่อตามหาบุษษานานเป็นเวลาถึง 7 เดือน ดังที่คัดมาตอนหนึ่ง ดังนี้

      โอ้อกเอ๋ยเคยอุ่นละมุนละม่อม       เคยโอบอ้อมอ่อนตามไม่ห้ามหวง

ยังเคลิ้มเคล้นเช่นปทุมกระพุ่มพวง        เคยแนบทรวงไสยาสน์ไม่คลาดคลาย

จนเคลิ้มองค์หลงเชยเขนยหนุน          ถนอมอุ่นแอบประโลมว่าโฉมฉาย

ครั้นรู้สึกดึกดื่นสะอื้นอาย                 แสนเสียดายสุดจะดิ้นสิ้นชีวัน

เห็นสิ่งของน้องนุชยิ่งสุดเศร้า              พระทัยเฝ้าเคลิ้มไคล้ดังใฝ่ฝัน

ยิ่งรำลึกตรึกตรายิ่งจาบัลย์                สุดจะกลั้นรีบออกนอกบรรพต ฯ

6.นิราศสุพรรณบุรี

                ท่านแต่งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2384 ขณะที่บวชอยู่ที่วัดเทพธิดพาราม นิราศสุพรรณนี้ ท่านมิได้แต่งเป็นกลอนเหมือนกับนิราศเรื่องอื่น แต่ท่านแต่งเป็นโคลงแทน ซึ่งมีความยาวถึง 462 บท การที่ท่านเดินทางไปสุพรรณบุรีนั้น ตามเนื้อเรื่องพบว่า ท่านต้องการแร่ชนิดหนึ่ง ดังจะคัดมาเพียงตอนหนึ่ง ดังนี้

      เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า             ดาดาว

จรูญจรัสรัศมีพราว                    พร่างพร้อย

ยามดึกนึกหนาวหนาว                เขนยแนบ แอบเอย

เย็นฉ่ำน้ำค้างย้อย                    เยือกฟ้าพาหนาว

7.นิราศพระประธม

                แต่งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2385 ขณะที่ท่านเดินทางไปนมัสการพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม พร้อมกับนายพัด และนายดาบ บุตรทั้งสอง ดังที่จะคัดมาตอนหนึ่ง ดังนี้

        วัดระฆังตั้งแต่เสร็จสำเร็จศพ          ไม่พานพบภคินีเจ้าพี่เอ๋ย

โอ้แลเหลียวเปลี่ยวใจกระไรเลย               มาชวดเชยโฉมหอมถนอมนวล

จนนาวาคลาคล่องเข้าคลองกว้าง             ตำบลบางกอกน้อยละห้อยหวน

ตลาดแพแลตลอดเขาทอดพวน               แลแต่ล้วนเรือตลาดไม่ขาดคราว

       ทุกเรือนแพแลลับระงับเงียบ             ยิ่งเย็นเยียบยามดึกให้นึกหนาว

ในอากาศกลาดเกลื่อนด้วยเดือนดาว         เป็นลมว่าวเฉื่อยฉิวหวิวหวัวใจ

โอ้บางกอกกอกเลือดให้เหือดโรค             แต่ความโศกนี้จะกอกออกที่ไหน

แม้นได้แก้วแววตามายาใจ                    แล้วก็ไม่พักกอกดอกจริงจริงฯ

8.นิราศเมืองเพชร

                เป็นนิราศเรื่องสุดท้าย ที่ท่านสุนทรภู่แต่งขึ้น เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2388-2392 ขณะที่ท่านได้เดินทางไปเมืองเพชรบุรี เพื่อทำธุรกิจอย่างหนึ่ง แต่ไม่มีหลักฐานปรากฎแน่ชัด ดังที่จะคัดมาตอนหนึ่ง ดังนี้

      วัดไทรไทรใหญ่ใบชอุ่ม                 เป็นเชิงซุ้มสาขาพฤกษาศาล

ขอเดชะพระไทรซึ่งชัยชาญ                 ช่วยอุ้มฉานไปเช่นพระอนิรุธ

ได้ร่วมเตียงเคียงหมอนแนบหมอนหนุน      พออุ่นอุ่นแล้วก็ดีเป็นที่สุด

จะสังเวยหมูแนมแกมมนุษย์                 เทพบุตรจะได้ชื่นทุกคืนวัน

                เป็นอย่างไรคะท่านผู้อ่าน ตามที่เกริ่นไว้ ผู้ได้เรียนภาษาไทยเมื่อ 60-70 ปีนั้น เคยโดยครูให้ออกไปท่องกลอน (นิราศ) ให้ครูฟัง ว่าจะจำกันได้หรือเปล่า สำหรับผู้เรียบเรียงเรื่องนี้จำแม่น (จะมีตะกุกตะกักบ้าง) ค่ะ คือ นิราศภูเขาทองนั่นละค่ะ กลอนในบทนี้เปรียบคนในเรื่องของการพูด และเรื่องของผลไม้ยิ่งเปรียบได้ง่าย เช่น ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง ก็ได้ค่ะ

                โปรดติดตาม “พระสุนทรโวหารผลงาน” ประเภทนิทานอีก 5 เรื่อง ในโอกาสต่อไปค่ะ