Get Adobe Flash player

เยี่ยมเยือนถิ่นบราซิลบอลโลก โดย พรโสภา เรียบเรียง

Font Size:

   ฟุตบอลโลกหนึ่งสี่นี้          บราซิล

สามสิบวันสมถวิล                 สุขได้

ถ่ายทอดสดอดกิน                 ไม่หิว

ร้านอาหารโต๊ะเต็มนั่งไซร้    บ่ได้มีคน

                วันนั้น กลับมาจากหาหมอเวลาเที่ยงวันพอดี น่าจะหาข้าวกินประทังความหิวก่อนเข้าบ้าน แวะเข้าไปร้านอาหารไทยที่เคยมีลูกค้าแน่น แต่วันนี้โชคดีของเราก็เอะใจ (อะไรกันนี่ ไม่มีคนเลยเหรอ ..ตะลึง)

  • เลือกนั่งตามใจชอบค่ะ เด็กสาวบอกต่อ วันนี้มีแต่ทูโกค่ะ

  • พิโธ่ เอ๋ย ก็วันนี้มีถ่ายทอดสด บอลโลกบราซิล เพิ่งนึกได้

สืบเนื่องเรื่องบราซิล

                วันที่ 1 มกราคม 1502 กาสปาร์ เดอเลมอง นักสำรวจชาวโปรตุเกสได้นำเรือของเขาเข้าจอดที่อ่าวริมทะเลของแผ่นดินที่เป็นประเทศบราซิลในปัจจุบัน เขาเข้าใจผิดว่า อ่าวกัวนาบารา เป็นบริเวณปากแม่น้ำ เรียกพื้นที่บริเวณนั้นว่า “ริโอเดจาเนโร” ซึ่งแปลว่า แม่น้ำเดือนมกราคม (แจนยูอารี ริเวอร์)

                เอสตาซิโอ เดอ ซิลวา ได้จัดตั้งเมืองริโอเดจาเนโรขึ้นเมื่อ 1 มีนาคม 1565 (หรือ 63 ปี จากนักสำรวจชาวโปรตุเกสค้นพบ) แล้วเป็นเมืองหลวงของบราซิลตั้งแต่ ค.ศ. 1764 – 1960 (หรือ 196 ปี) จึงมีการย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่ซีเลีย แต่ริโอเดจาเนโรก็ยังคงเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและแหล่งวัฒนธรรมของบราซิลตลอดมาจวบจนปัจจุบัน

                ถ้าพูดถึงริโอเดจาเนโรนั้นนับได้ว่าเป็นเมืองแห่งสีสันที่ทันสมัยหลากหลายนับตั้งแต่อาหารสิ่งก่อสร้างทางด้านสถาปัตยกรรมที่มีมาตั้งแต่สมัยอาณานิคม จนถึงอาคารรุ่นใหม่ที่ทันสมัย โดยเฉพาะภูเขาชูการ์โลฟ รูปก้อนน้ำตาลริมทะเลอ่าวกัวนาบารา และสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ รูปปั้นพระคริสต์ เดอะรีดีมเมอร์ ซึ่งสร้างขึ้นด้วยเงินบริจาคของชาวคาทอลิกในบราซิล ระหว่างปี ค.ศ. 1922 -1931 ทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก และผิวนอกคลุมด้วยหินสบู่ (โซพสโตน) เป็นรูปพระเยซูคริสต์ยืนตรงกางแขนสูง 30 เมตร บนฐานแปดเหลี่ยม สูง 8 เมตร ระยะกว้างระหว่างปลายมือ 28 เมตร น้ำหนักเฉพาะรูปปั้น 635 ตัน สร้างบนยอดเขาคอร์โควาดู ซึ่งมีความสูง 700 เมตร ในอุทยานแห่งชาติติฮูกา หันหน้ามองมายังเมืองรีโอ เคยถูกฟ้าผ่าเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2008 ทำให้มือและศีรษะเสียหาย แต่ได้รับการซ่อมแซมแล้ว และล่าสุดเมื่อ 17 มกราคม 2014 นี้ ถูกฟ้าผ่าอีกครั้งทำให้นิ้วมือขวาหลุดไป 1 นิ้ว

                สำหรับพลเมืองของริโอเดจาเนโร ถูกเรียกว่า “คาริโอกา” ประกอบด้วยชนหลายเผ่าพันธุ์ ส่วนใหญ่มีเชื้อสายของผู้อพยพจากยุโรปผสมกับทาสผิวดำจากแอฟริกา และอินเดียนแดงพื้นเมือง จากการสำรวจครั้งล่าสุด รีโอมีผู้คนผิวขาว 50 เปอร์เซนต์, ปาร์ดู (ผิวน้ำตาลผสมหลายเชื้อชาติ) 36 เปอร์เซนต์, ผิวดำ 13 เปอร์เซนต์, ผิวเหลือง 1 เปอร์เซนต์ มีวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขสนุกสนาน จนเรียกกันว่า “จอยเดอวิเวอร์” (จอย ออฟ ลีฟวิ่ง)

สนามใหญ่ที่สุดในโลก

                ฟุตบอลนี่แหละเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในรีโอ จะเห็นผู้คนทุกเพศทุกวัยเล่นฟุตบอลกันตามท้องถนน ในสวนสาธารณะ แม้กระทั่งชายหาด ทำให้ฟุตบอลเป็นเหมือนศาสนาของชาวรีโอ โดยมีสนามยักษ์ “มาราคานา” เป็นวิหารศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์รวมจิตใจของแฟนบอลหลายสิบล้านคน

                แล้วสโมสรดังของรีโอเป็น 4 ทีมใหญ่ และได้รับความนิยมมากที่สุดในบราซิล ได้แก่ โบตาโฟโก, ฟลูมิเนนเซ, วาสโก ดา กามา และฟลาแมงโก

                ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ รีโอเดจาเนโร จัดแข่งขันเพียง 7 แมตซ์ รวมถึงนัดชิงชนะเลิศ ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2557 โดยใช้สนามมาราคานา เป็นสังเวียนในการแข่งขัน แต่ทีมชาติบราซิลเอง จะไม่ใช้สนามนี้ในการแข่งขันรอบแรกเลยแม้แต่นัดเดียว ทั้งนี้ สนามมาราคานา หรือชื่อทางการว่า “เอสตาดิโอ เจอร์นัลลิสตา มาริโอ ฟิลโญ”

                และ “เอสตาดิโอ เจอร์นัลลิสตา มาริโอ ฟิลโญ” ซึ่งสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1950 รับฟุตบอลโลก 1950 ที่บราซิล อกหัก พ่ายแพ้อุรุกวัย 1-2 ในนัดชิงชนะเลิศ เป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดในโลก เคยรับผู้ชมเข้าไปถึงสองแสนคน แต่ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ได้มีการปรับปรุงสนามใหญ่ให้สะดวกสบายสวยงาม และปลอดภัย ปรับลดที่นั่งลงเหลือ 73,531 คน โดยยังคงอนุรักษ์โครงสร้าง และศิลปะดั้งเดิมไว้

                คุณผู้อ่านทราบไหม นอกจากสนามจะใหญ่ที่สุดในโลกแล้วนะ ขบวนพาเหรดยังมีมากกว่า 250 ชุด เดินไปตามท้องถนนที่กระหึ่มไปด้วยเสียงดนตรีแซมบ้า และเพลงประจำเมืองรีโอ “ซิตาดี มาราวิลโญซา” (มาร์เวกัส ซิติ เมืองมหัศจรรย์) ก่อนเทศกาลถือศีลอดของคาทอลิก ซึ่งปี ค.ศ. 2014 ได้ผ่านไปแล้วเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 4 มีนาคม นี้เอง

                เมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

                เซาเปาโล เมืองหลวงของรัฐเซาเปาลู อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ของซีกโลกใต้ และของทวีปอเมริกา และหากนับกันที่จำนวนประชากร เป็นอันดับ 8 ของโลก ด้วยจำนวนมากกว่า 11ล้านคน เป็นศูนย์กลางธุรกิจ และการเงินของประเทศ เป็นที่ตั้งของตลาดหุ้นซึ่งมีมูลค่าเป็นอันดับ 2 ของโลก

                เมืองเซาเปาโลเต็มไปด้วยตึกระฟ้าจำนวนมาก รวมไปถึงการหลั่งไหลเข้ามาทำงานของผู้คนมากกว่า 100 เผ่าพันธุ์ ทำให้เป็นเมืองที่มีความหลากหลายของศิลปวัฒนธรรม และธุรกิจนานาชนิด เช่น ภัตตาคารอาหารนานาชาติมากกว่า 12,000 แห่ง ห้างสรรพสินค้า และช๊อปปิ้งมอลล์หรูหรา และทันสมัยจำนวนมาก รวมไปถึงสถานบันเทิงยามค่ำคืน คอนเสริตระดับสุดยอดของโลก ศูนย์กลางแฟชั่น และการแสดงนิทรรศการที่มีอย่างต่อเนื่องตลอดปี ซึ่งทำให้ เซาเปาโลเป็นเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น รถติดมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

                เซาเปาลู เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อ 25 มกราคม 1554 โดยคณะนักบวชนิกายซูอิด ด้วยการสร้างโบสถ์เล็ก ๆ ขึ้น เป็นศูนย์กลางของเมืองที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นที่มาของชื่อเมืองที่ตั้งตามชื่อนักบุญ “เซนต์ปอล” แต่มักเรียกชื่อเมืองสั้น ๆ ว่า “แซมบ้า” และมีชื่อสมญาว่า “เทอรา คากาโร อา” แปลว่า ดินแดนแห่งละอองฝน เนื่องจากมีฝนตกตลอดปี ในขณะที่ชาวเมืองเซาเปาลู เรียกว่า “เปาลิสตาโนส”

                ในเกมฟุตบอล เซาเปาลู คือแหล่งกำเนิดของฟุตบอลในบราซิล เริ่มจากการนำเข้ามาเผยแพร่ของผู้อพยพชาวอังกฤษ ชาร์ลส์ มิลเลอร์ ในปี ค.ศ. 1894 ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายออกไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว ทำให้บราซิลเป็นมหาอำนาจลูกหนังโลกมายาวนาน ครองแชมป์ฟุตบอลโลกมากที่สุด และประชาชนคลั่งไคล้ในเกมฟุตบอลมากที่สุดในโลก

สโมสรฟุตบอลโดดเด่นระดับประเทศ ทวีป และระดับโลก

                เซาเปาลู มีสโมสรชั้นนำของบราซิลที่มีผลงานโดดเด่น ทั้งระดับประเทศ ระดับทวีป ระดับโลก ได้แก่ โครินเธียนส์, พาลโมราส และเซาเปาลู ซึ่งรวมกันแล้ว คว้าแชมป์แห่งชาติบราซิล “แคมป์โอนาโด บราซิไลโร” มาถึง 14 ครั้ง โดยมีเซาเปาลู มีสนาม “โมรัมบิ” ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองเป็นสนามเหย้า ทีมพาลไมราส มีสนาม “ปาเลสตรา อิตาเลีย” แต่ทีมโครินเธียนส์ ที่มีแฟนบอลมากที่สุด กลับไม่มีสนามของตนเอง ต้องใช้สนามของเมือง “ปาคาเอมบู” และหวังจะมีสนามใหญ่ที่รองรับผู้ชมจำนวนมากมายาวนาน

                อนึ่ง ฟุตบอลโลก 2014 ช่วยให้ความฝันของพวกเขากลายเป็นความจริง เมื่อมีการสร้างสนามขึ้นใหม่ เพื่อใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ ในเขตอิตาเกรา ทางชานเมืองด้านตะวันออก และจะใช้เป็นสนามเหย้าของทีมโครินเธียนส์ ต่อไป

                โดยสนามใหม่นี้ ในชื่อ “อารีนา เดอ เซาเปาลู” ซึ่งสร้างเสร็จต้นปี พ.ศง 2557 (ค.ศ. 2014)  มีความจุ 65,807 ที่นั่ง จะใช้ในแมตซ์เปิดการแข่งขัน ระหว่างทีมชาติบราซิลกับโครเอเชีย ในวันที่ 12 มิถุนายน ดังได้ชมกันไปแล้ว และอีก 2 แมตช์ รวมถึง 1 ใน 2 ของรอบรองชนะเลิศด้วย

โชคบอลโลกสั่งไทยทำเสื้อ

                จากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 (หรือ พ.ศ. 2557) ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพนั้น เจ้าของลิขสิทธิ์เสื้อฟุตบอลทีมดัง ๆ ระดับโลก ได้ว่าจ้างให้ผู้ผลิตเสื้อผ้าของไทย ผลิตเสื้อสำหรับใส่แข่งขันฟุตบอล ชุดฝึกซ้อมของนักกีฬาทีมต่าง ๆ จำนวนมาก รวมทั้งผลิตเสื้อทีมที่จะนำไปขายให้กับแฟนบอลทั่วโลกด้วย เสื้อทีมแบรนด์ดัง ๆ เช่น ไนกี้ อาดิดาส เป็นต้น

                สำหรับทีมที่เข้ารอบการแข่งขัน 32 ทีม แต่ไทยได้รับออร์เดอร์มาผลิตประมาณ 10 ทีม แสดงว่าเจ้าของแบรนด์มั่นใจใจคุณภาพและการผลิตของไทย ถึงแม้ว่าเพียงแค่ 10 ทีมก็ตาม แต่จะต้องผลิตตามคำสั่งเป็นเสื้อผ้ากีฬาฟุตบอลถึง 3 ล้านตัว และส่วนที่เหลือเจ้าของแบรนด์ได้กระจายคำสั่งให้ผลิตไปยัง เวียดนาม อินโดนีเซีย และจีนด้วย

                คุณดูถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้านนะดีแล้ว

                ขณะนักข่าว น.ส.พ.ไปบราซิลบอกว่า “วันนี้รอดได้อีกวัน”