Get Adobe Flash player

เข้าพรรษาแล้วคุณไปทำบุญกันไหม โดย พรโสภา เรียบเรียง

Font Size:

 

ขึ้นสิบห้าค่ำเดือนแปดนั้น          อาสา-  ฬหบูชา

พระพุทธเจ้าประกาศศาสนา       แรกครั้ง

ณ ป่าอิสิปตนมฤคทาฯ            ทรงเทศน์

พระพุทธ ธรรม สงฆ์ ครบทั้ง       ศาสน์พร้อมแพร่ธรรม

ความสำคัญ

                เพื่อเป็นการระลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศศาสนาเป็นครั้งแรก เมื่อวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนแปด ณ ป่าอิสิตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นกาสี พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนา เพื่อโปรดปัญจวัคคีย์ เมื่อพระพุทธเจ้าทรงเทศนาธรรมจบ โกณทัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม ทูลขอบวชเป็นพระภิกษุองค์แรกในพระพุทธศาสนา ทำให้วันนี้ มีพระรัตนตรัยครบ 3 องค์ ได้แก่ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์  พอจะสรุปความได้ว่า มีเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในวันอาสาฬหบูชา ดังนี้

  1. พระพุทธเจ้าทรงประกาศศาสนาพุทธ เป็นครั้งแรก

  2. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาเป็นครั้งแรก ชื่อว่า “ธัมมจักกัปปวัตนสูตร” อันมีใจความเกี่ยวกับ อริยสัจ 4 เป็นผลให้บังเกิด “พระธรรม”

  3. เมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศธัมมจักกัปปวัตนสูตร โปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ท่าน โกณทัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม ทูลขอบวชเป็นสาวกให้พระพุทธศาสนา เป็นผลให้บังเกิด “พระสงฆ์”

  4. เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นตามลำดับข้างต้น เป็นผลให้พระพุทธศาสนาครบพระรัตนตรัย อันประกอบด้วย พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

อริยสัจ หรือความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ ได้แก่

  1. ทุกข์ หมายถึง สิ่งที่ทนอยู่ได้ยาก ความทุกข์สามารถแยกออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่

    1.1 สภาวทุกข์ คือ ทุกข์ประจำที่ทุกคนต้องได้รับอยู่ มี 3 ประการได้แก่

    - การเกิดขึ้นนั้นเป็นต้นเหตุของความทุกข์ทั้งหลาย

    - การแก่นั้น เกิดที่สังขารเสื่อมลงไปตามกาลเวลา

    - การตาย บุคคลส่วนใหญ่ยังหลงในกิเลส ต้องการมีอายุยืน ไม่ต้องการสิ้นชีวิต

    1.2 ปกิณกทุกข์ คือ ทุกข์จรมา ซึ่งแตกต่างกันไปตามกรรมของบุคคลนั้น ๆ มีทั้งหมดแปดประการ ได้แก่

    - โสกะ หมายถึง ความเศร้าโศก เศร้าใจ

    - ปริเทวะ หมายถึง การร้องไห้คร่ำครวญ

    - ทุกขะ หมายถึง ความไม่สบายกาย เจ็บป่วย หรือบาดเจ็บ

    - โทมนัส หมายถึง ความไม่สบายใจ

    - อุปยาสะ หมายถึง ความดับแค้นใจ หรือตรอมใจ

    - อัปปิยสัมปโยคะ หมายถึง การพบเห็นสิ่งที่ไม่รัก

    - ปิยวิปโยค หมายถึง การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก

    - อิจฉาวิฆาตะ หมายถึง ความไม่ได้ดังปรารถนา

2. สมุทัย หมายถึง เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ ได้แก่

2.1 กามตัณหา หมายถึง ความต้องการใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ที่น่าใคร่  น่าปรารถนา และน่าพอใจ

2.2 ภวตัณหา หมายถึง ความต้องการอยากได้ อยากมี และอยากเป็น

2.3 วิภวตัณหา หมายถึง ความต้องการที่จะไม่มี และไม่เป็น เช่น  เมื่อถูกกำหนดให้ได้รับตำแหน่งหนึ่ง แต่ไม่พอใจพยายามที่จะหนีไปให้พ้นจากตำแหน่งอื่น ๆ

3. นิโรธ หมายถึง การดับทุกข์ คือ การละจากสิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์ทั้งหลาย เมื่อรู้ว่ากิเลสตัณหา คือ หนทางแห่งทุกข์ ก็ระงับกิเลสตัณหานั้น ก็จะพบความสุขที่แท้จริง ปราศจากทุกข์ทั้งหลาย

4. มรรค หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ทำให้พ้นทุกข์ ประกอบไปด้วย 8 ประการ ได้แก่

4.1 สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ หมายถึง การเป็นสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง รู้ว่าสิ่งใดทำให้ทุกข์ สิ่งใดทำให้สุข

4.2 สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ หมายถึง การที่ไม่มัวเมาอยู่กับตัณหาทั้งหลาย

4.3 สัมมาวาจา วาจาชอบ หมายถึง การพูดในสิ่งที่ดี ที่เป็นจริง ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบคาย ไม่พูดให้ร้ายผู้อื่น ไม่พูดเพ้อเจ้อไร้สาระ

4.4 สัมมากัมมันตะ การประพฤติชอบ หมายถึง การเว้นการทำลายชีวิต เว้นจากการลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม

4.5 สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ หมายถึง การประกอบอาชีพสุจริต

4.6 สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ หมายถึง พยายามในการสร้างความดี

4.7 สัมมาสติ การระลึกชอบ หมายถึง การมีสติสัมปชัญญะในการระลึกถึงสิ่งที่ดี และสิ่งที่ชั่ว

4.8 สัมมาสมาธิ ตั้งใจมั่นชอบ หมายถึง การทำจิตใจให้เป็นสมาธิ

                วันอาสาฬหบูชา เป็นวันขึ้น 15 ค่ำ อย่าลืมเวียนเทียน นะจ๊ะ

 

      วันเข้าพรรษาแรมหนึ่งนั้น    ศาสน์จัด

พระภิกษุสงฆ์ค้างนอกวัด           ไป่ได้

ชาวพุทธคาวหวานจัด              ไปวัด  กันนา

ติดผ้าอาบถวายพระไว้              เผื่อครั้งสังฆทาน

ประวัติการจัดพิธีเข้าพรรษาในประเทศไทย

                ถึงแม้ว่าการเข้าพรรษา จะเป็นเรื่องของพระภิกษุสงฆ์โดยเฉพาะแล้ว แต่เนื่องจากพุทธศาสนิกชนมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงถือโอกาสนี้บำเพ็ญกุศลร่วมด้วย ซึ่งตามหลักฐานเชื่อว่า ข้อปฏิบัติเข้าพรรษานี้ ถูกเผยแพร่เข้ามาพร้อมกับศาสนาพุทธที่เผยแผ่เข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ตามที่ปรากฎหลักฐานในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช โดยสามารถสรุปความได้ดังต่อไปนี้

                “เมื่อครั้งสมัยกรุงสุโขทัย เมื่อถึงเทศกาลเข้าพรรษาจะมีการจัดสักการะเป็นพิธีการใหญ่ ทั้งพระมหากษัตริย์ และประชาชนต่างละว้นในบาปทั้งปวงตลอดระยะเวลา 3 เดือน ของช่วงเข้าพรรษา นอกจากนี้ยังทำบำเพ็ญกุศลทั้งนำภัตตาหารไปถวายพระภิกษุยังศาสนสถาน ถวายผ้าจำนำพรรษา และฟังธรรมเทศนาทุกวัน นอกจากนี้ยังมีประเพณีการถวายเทียนจำนำพรรษา และเนื่องจากพระภิกษุหยุดจาริกแสวงบุญ จึงมีโอกาสเทศนาธรรมโปรดพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย การถือปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนในวันเข้าพรรษานี้ ถือปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน”

ประเพณีการเข้าพรรษาเป็นพระวินัยของภิกษุสงฆ์

                เนื่องจากในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้ายังมิได้ทรงบัญญัติพระวินัยเกี่ยวกับการเข้าพรรษา พระสาวกในพระพุทธศาสนาจึงออกเผยแพร่พระพุทธศาสนาโดยไม่เว้นหยุด ไม่ว่าจะเป็นในฤดูใด ในฤดูอื่นไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน หรือฤดูหนาว ไม่มีปัญหาใด แต่ในฤดูฝนนั้นเป็นฤดูที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องทำไร่ไถนาปลูกข้าว พระภิกษุที่ออกเผยแพร่พระพุทธศาสนาจึงเหยียบย่ำข้าวกล้าที่ชาวบ้านปลูกไว้ ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกล่าวตำหนิภิกษุว่า “พระภิกษุในพระพุทธศาสนาช่าวไม่รู้จักกาลเวลาเสียเลยพากันจาริกไปเรื่อย ๆ ไม่หยุดยั้งแม้ในระหว่างฤดูฝน บางครั้งก็ไปเหยียบข้าวกล้าของชาวนาเสียหาย ขณะที่พวกนิครณ์ นักบวชในศาสนาอื่น และฝูงนกยังหยุดพักผ่อน ไม่ท่องเที่ยวไปในฤดูฝนเช่นนี้...”

                ในเวลานั้น พระพุทธเจ้าซึ่งประทับ ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ทรงทราบว่า ชาวบ้านกล่าวตำหนิพระภิกษุ พระพุทธเจ้าทรงรับสั่งให้พระสงฆ์มาประชุมพร้อมกัน และตรัสถามจนได้ความจริง จึงทรงบัญญัติเรื่องการเข้าพรรษาในพระวินัยว่า “อนุชานามิ ภิกขะเว วัสสัง อุปะคันตุง แปลว่า ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้พวกเธออยู่จำพรรษา” และกำหนดเป็นพระวินัยถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดโดยให้ภิกษุเข้าจำพรรษา ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 จนถึงวัขั้น 15 ค่ำเดือน 11

ความเป็นมาของเทียนพรรษา

                แรกเริ่มเดิมที ก็คงครั้งโบราณหรือสมัยก่อนยังไม่มีไฟฟ้าอย่างในปัจจุบัน พระท่านคงหาแสงสว่างจากการจุดเทียนไขจุดตะเกียงจึงจะอ่านหนังสือสวดมนต์ หรือประกอบพิธีในพระอุโบสถ พระวิหารในยามค่ำคืนได้ จนชาวบ้านเห็นความไม่สะดวกของพระท่าน จึงบอกบุญเรี่ยไรขี้ผึ้งจากผู้มีจิตศรัทธา แล้วมาทำการต้ม และหล่อเป็นต้นเทียน โดยเฉพาะในพรรษากลางเดือนจะมีพิธีกรรมสวดปาฏิโมกข์ในเวลาเย็นค่ำ ซึ่งจะต้องอาศัยแสงสว่าง

                เมื่อเทียนพรรษาวิวัฒนการเรื่อยมากลายเป็นต้นเทียนที่บ่งบอกอานิสงส์แก่ผู้ทำเทียน หล่อเทียน ถวายเทียนพรรษาแก่พระภิกษุ ถือกันว่าจะทำให้เป็นผู้มีปัญญาดี เจริญก้าวหน้าเหมือนดังแสงเทียนที่ส่องสว่างในยามค่ำคืน แล้วเทียนพรรษาในปัจจุบันจึงมากไปด้วยความยิ่งใหญ่ สวยงาม จิตรกรรมล้ำยุคบวกด้วยศิลปะแบบรูป ตลอดจนให้มีการประกวดแข่งขันเกิดขึ้น แล้วนอกจากนั้นยังประกอบไปด้วยนางฟ้าประจำต้นเทียน และหรือขบวนนางรำนำหน้าต้นเทียนอีก จนกลายเป็นการศาสนาพาณิชย์นำการท่องเที่ยวแล้ว

เข้าพรรษาไหว้พระขอพรเที่ยวนครปากเกร็ด

                ข้อความดังกล่าวนี้เป็นโครงการงานของอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ซึ่ง นายวิชัย บรรดาศักดิ์  นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด กล่าวว่า งานประเพณีหล่อเทียน และแห่เทียนพรรษาของเทศบาลนครปากเกร็ด จะเริ่มเปิดงานในวันที่ 18 มิถุนายน 2557 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. (ก่อนวันเข้าพรรษาเกือบเดือน) ที่ใต้สะพานถนนพระราม 4 บริเวณหัวถนนแจ้งวัฒนะ

                ในพิธีหล่อเทียนพรรษานี้ จะมีวัดในเขตอำเภอปากเกร็ดจำนวน 50 วัด มาตั้งบูธออกร้านแสดงกิจกรรมพิธีหล่อเทียน และแห่เทียนเข้าพรรษา ซึ่งประชาชนสามารถมาร่วมหล่อเทียนเข้าพรรษาได้ถึง 50 วัดในที่เดียวกัน และในวันที่ 7 กรกฎาคม (ก่อนวันเข้าพรรษา 5 วัน) จะปิดการหล่อเทียนพรรษา จากนั้นจะมีพิธีสมโภชเทียนพรรษา มีการประกวดร้องเพลงชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และมีการแสดงของนักเรียนให้ชมด้วย

                ประเพณีหล่อเทียน และแห่เทียนพรรษา เป็นงานที่รวมความผูกพันของชุมชนท้องถิ่น เริ่มตั้งแต่การบริจาคเทียนเอามาหลอมหล่อเป็นเล่มเดียวกันแสดงออกถึงการอนุรักษ์ประเพณีที่สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ และแสดงออกถึงความสามัคคีรักใคร่กลมเกลียวในหมู่คณะ นครปากเกร็ด นนทบุรี เป็นส่วนราชการหนึ่งที่เป็นตัวอย่างที่ดีงาม สมควรที่จะได้รับการสรรเสริญ และจัดทำสืบไป

เอกสารอ้างอิง

  1. จุลจอมเกล้า, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พระราชพิธีสิบสองเดือน, ศิลปาบรรณคารพิมพ์ 2511

  2. ศิริวรรณ คุ้มโห้, วัน และประเพณีสำคัญ, สำนักพิมพ์เดอะบุ๊ค

  3. พิศาล แช่มโสภา, ศาสนพิธีสำหรับครูสอนวิชาพุทธศาสนา, โรงพิมพ์การศาสนา 2538

  4. ประยงค์ สุวรรณบุปผา, นาวาเอก, วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา, โรงพิมพ์การศาสนา 2530