Get Adobe Flash player

งานอดิเรกเป็นวิชาเอกของครูใกล้เกษียณ โดย พรโสภา

Font Size:

ตอน ถูกครูประชาบาลลองของ

 

   การถ่ายรูปสมัยนี้            ธรรมดา

เด็กผู้ใหญ่สนใจหา             ถ่ายได้

หลากหลายสิบปีก่อนมา        ยากยิ่ง

เกิดตำราถ่ายรูปใช้              ภาพได้อดิเรกลองทำ

                        พรชัย  ภู่โสภา  ร้อยกรอง

 

เกริ่นนำ

               เมื่อตอนแรกเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป รำพึงถึงชะตาชีวิตที่ลิขิตให้เลยคนหนึ่งที่มีภูมิความรู้ทางด้านก่อสร้างวิชาชีพชั้นสูง ที่ไม่มีวุฒิครูด้วยไปเป็นครู แต่ใช่ว่าจะไม่ดีนะ กลับตรงกันข้ามได้ไปลงในจังหวัดที่ต้องการเพื่อค้นหาทรัพย์สมบัติโบราณมาบอกกล่าว

               แต่เป็นที่น่าเสียดายวันเวลาที่หมดไปในบางเรื่องบางราวที่ไม่ได้อยู่กับนักเรียน กลับไปอยู่กับกิจการภายนอก แต่นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของผลงานปริมาณงานประจำปี หมายถึงความดีความชอบในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน (ในลักษณะที่ครูคนอื่นอาจจะเกลียดชัง หรืออิจฉาที่เสนอตัวไปร่วมงานกับจังหวัด)

               และที่ยิ่งเลวร้ายไปกว่านั้น ในตอนที่สองนี้แหละจะได้รู้ว่าคนที่ไม่มีวุฒิครู จะเป็นผู้ให้การอบรมกับบรรดาครู อาจารย์จาก ร.ร.ประถมศึกษา (บ้างเรียกประชาบาลฯ) เข้ารับการอบรมเพื่อรับวุฒิ ป.ม. (ประโยคครูมัธยม) แล้วจะรู้ว่าไปรอดไหม?

 

       ผู้มีวิชาชีพก่อสร้าง                     เป็นครู

สอนนักเรียนช่างถ่ายความรู้                  ย่อมได้

แต่ครูสามัญเลือกสอบชุดครู                  ป.ม.  ขอบอก

ครูต้องมีวุฒิครูนั่นไซร้                         จึ่งได้สมคำคู่ควรครู

                                           พรชัย  ภู่โสภา  ร้อยกรอง

 

เหมือนครูช่างถูกครูประชาบาลลองของ

               ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เมื่อเซ็นต์ทราบคำสั่งว่าจะต้องเป็นครูไปให้การอบรมแก่บรรดาครู ป.ป. จากครูในโรงเรียนประถมศึกษา เพื่อสอบวิชาชุดครูประโยคมัธยม (ป.ม.) โดยเลือกวิชาเขียนแบบก่อสร้าง 1 วิชา ในเมื่อได้รับการแต่งตั้งจากจังหวัด มีหรือจะถอย (แต่ขอไปตั้งหลักสักพัก สอนผู้ใหญ่ ไม่เหมือนสอนเด็ก ถ้าสอนผู้ใหญ่ ให้ร้องอ๋อ...คำเดียวเท่านั้น อย่างอื่นแทบไม่ต้องบอกไปถึงจุดหมายได้ไม่ช้าก็เร็ว)

               พลันโพล่งขึ้นในสมอง ก้องานอดิเรกการถ่ายภาพไงล่ะ มีกล้องอยู่กับตัว ครูที่มาเข้ารับการอบรมครั้งนี้ก็คงเบื่อจากการเขียนชอล์คบนกระดาน ถ้าเราไปถ่ายภาพที่กำหนดเรื่องราวขึ้น เป็นภาพสไลด์สี เรื่องสั้น ๆ ครูคงชอบกว่าที่จะเขียนบนกระดานให้ครูดู ครูคงเบื่อ นี่คงจะเป็นหนึ่งผลงานที่คิดใช้งานอดิเรกที่ตัวเองชอบ เกิดเป็นโสตทัศน์ หรือสื่อการสอนเป็นเรื่องราว แล้วยังคาดหวังในบั้นปลายอีกด้วยว่า ครูที่เลือกเข้ารับการอบรมวิชานี้จะชื่นชอบมากกว่าวิชาอื่น ๆ

               ในการอบรมของครูเพื่อให้ได้รับวุฒิครูสูงขึ้นครั้งนี้ เสมือนหนึ่งเป็นเครื่องเตือนหรือสัญญาณบอก “ครูต้องมีวุฒิครู” ถ้าเป็นครูไม่มีวุฒิครูเหมือนเดินไปได้แต่ไม่ยาวไกล นี่แหละครูช่าง เชี่ยวชาญชำนาญช่าง สอนได้สอนรู้ แต่ไม่มีวุฒิครูมันก็แค่นั้น

 

การลาไปศึกษาต่อภายในประเทศเพื่อต้องการวุฒิครูบ้าง

               ในบรรดาครูที่เรียนจบประโยควิชาชีพชั้นสูง ช่างอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็น ช่างก่อสร้าง ช่างเครื่องยนต์ ช่างไม้ ช่างเชื่อมโลหะแผ่น ช่างกลโรงงาน ช่างวิทยุ และอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ ถ้าจะได้วุฒิครู ป.ม. (ในระยะหลัง ๆ กรมเจ้าสังกัดบังคับต้องมาเรียนต่อให้ได้วุฒิครู) จ๊ะ

               ในเมื่อเคยถูกครูประชาบาลลองของครูไม่มีวุฒิครู ไปอบรมให้ครูมีวุฒิครูสูงขึ้น ถึงคราวตัวเองบ้างละไม่ใช่อบรม แต่จะต้องเป็นนักเรียนโข่ง เข้าเรียนในวิทยาลัยครูอาชีวศึกษา สี่เสาเทเวศร์ นั่นแหละ เป็นเวลา 2 ปีเต็ม เมื่อสอบผ่านจึงจะได้ ป.ม. (ก่อสร้าง)

               การเป็นนักเรียนผู้ใหญ่ ก็เหมือนนักเรียนตามโรงเรียนทั่วไปนั่นแหละ มีกิจกรรม มีตั้งชมรม ฯลฯ เจ้าของงานอดิเรก ช่างถ่ายภาพ ก็ถูกอุปโลกน์ให้เป็นประธานชมรมถ่ายภาพ มีการจัดไปทัศนศึกษา จังหวัดระนองโน่น โดยคาดหวังกันว่าจะลงเรือต่อไป ดูสาวพม่าถกโสร่งอาบน้ำ...คิดไกล...

               ในช่วงระยะเวลาที่มาศึกษาต่อ ป.ม. ที่วิทยาลัยครูอาชีวศึกษา ถือเป็นโอกาสเหมาะ มันใกล้กับกรมเจ้าสังกัด สามารถเดินลัดเลาะไปตามริมคลองผดุงกรุงเกษม แต่ 10 กว่านาที หรือบางทีก็อาจจะมีพวกเพื่อน ๆ ในกรมเดิน เลยเปลี่ยนบรรยากาศไปทานอาหารที่ตลาดเทเวศร์ นั่นเป็นเพียงความฝันที่จะได้ใกล้ชิดกับเพื่อน ๆ สนิทในกรม (ผิดหรือสนิทกับเพื่อน ๆ ในกรม)

 

งานอดิเรกฟูเฟื่องเป็นเรื่องเป็นราว

               การถ่ายรูปเป็นไม่ใช่แค่ถ่ายรูปติด (รูปไม่เสีย) เท่านั้น เมื่อใครเห็นผลงานจากภาพ มักได้รับการยกย่องไม่น่าเชื่อเมื่อขณะศึกษาที่วิทยาลัยครูฯ แห่งนี้ ท่านอาจารย์ประจำวิชาโสต มักเรียกเข้าไปคุย บางทีในชั่วโมงว่างเราเองก็แอบไปขอความรู้โดยเฉพาะการถ่ายรูป และครั้งหนึ่ง เรื่องของการทำรูป การอัด การล้างฟิลม์ ฯลฯ ก็เกิดขึ้น

               หัวใจของการเล่นกล้องให้สนุกก็ต้องมี “ห้องมืด” เมื่อได้ศึกษาและดูห้องมืดของงานโสต นึกกระหยิ่มอยู่ในใจ มันง่ายแสนจะง่าย พอเวลาค่ำมืดที่บ้านเรา ห้องเราไม่เปิดไฟฟ้าแสงสว่าง ก็เป็นห้องมืดล้างอัดรูปได้แล้ว เมื่อเข้าใจคำว่า “ห้องมืด” แล้ว ขั้นตอนต่อไปมันจะไม่ธรรมดา “น้ำยาล้างอัดรูป” จะทำอย่างไร

               ก็อาจารย์โสตที่รักนั่นแหละ

... คุณเคยไปรู้จักสามแยกไหมล่ะ “เจริญกรุงนะ”

... โรงหนังเฉลิมบุรีใช่ไหมครับ

... แถว ๆ นั้นนั่นแหละ เดินดูร้านขายอุปกรณ์ถ่ายรูป

... มันแพงไหมครับ

... มีเงินแค่ 20-30 บาท ก็พอแล้ว

... ผมขอแค่ล้างฟิลม์ก่อนครับ

... น้ำยาล้างฟิลม์ อัด-ขยายรูป ใช้ตัวเดียวกัน

...ถ้าจะซื้อน้ำยากับกระดาษอัดรูป ต้องมีเงิน 100

... ใช้น้ำยาอะไรบ้างครับ

... น้ำยาขึ้นรูปของจอห์นสัน และน้ำยาหยุดรูปไฮโป

 

ารเรียนวิชาครู เอาวุฒิครู ก็ต้องมีฝึกสอน

               นึกอยู่ในใจตั้งนานสองนาน “ทำไมเป็นครูสอนนักเรียนมาตั้งหลายปี พอไปเรียนเอาวุฒิครู ป.ม. (ช่างก่อสร้าง) เพิ่มขึ้นแค่สองปี เรียนในชั้นเรียนปีครึ่ง อีกครึ่งปีหรือหกเดือนต้องฝึกสอน ก็ฝึกสอนโรงเรียนเดิมของครู มีการตั้งกรรมการให้คะแนน และให้ผู้สอนเป็นผู้กำหนดวิชาที่จะทำการสอน สอนในเรื่องอะไรบอกหัวข้อ และเรื่องนั้น ๆ มีอุปกรณ์การสอนประกอบอะไร พร้อมทั้งมีข้อทดสอบที่จะให้นักเรียนทำ ฯลฯ

               ไม่น่าเชื่อเมื่อการกลับมาฝึกสอนโรงเรียนเดิมครั้งนี้ อาจารย์ช่างกลโรงงานรู้ถึงกิตติศัพท์การถ่ายรูปของเรา “เพียงงานอดิเรก” หรือ “จะกลายเป็นอาชีพ”  และแล้วก็ได้มีการไถ่ถามถึงความสนใจ ตลอดจนไปเรียนไปฝึกงานกับอาจารย์โสตที่วิทยาลัยครูฯ นั่นเป็นเพียงแค่อยากลองไม่ได้ยึดเป็นอาชีพหรอก ตอบไปตามตรง

               ก็นึกไม่ถึงว่าอาจารย์ท่านนั้น เคยรักและมีการถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจมาก่อน ท่านพูดตรง ๆ ช่วยสานต่อในการถ่ายรูปให้ด้วย “พี่ชายเคยเป็นศึกษาอำเภอ รักการถ่ายรูปมาก ขนาดถ่ายรูปมาแล้วไปให้ร้านถ่ายรูปทำรูปให้ ไม่ได้ดั่งใจ โดยเฉพาะเวลาช้ามาก ไม่ทันเวลากับจะนำภาพประกอบเรื่องราวกับผู้บังคับบัญชา เลยทำห้องมืดและซื้อเครื่องขยายทำภาพเอง” เจอช่างภาพตัวจริง เสียงจริงแล้ว

               พลอยฟ้าพลอยฝนกลับไปฝึกสอนครั้งนี้ได้แถมเครื่องขยายรูปถึงแม้ว่าจะโบราณไปหน่อย (ของฟรีด้วย) งานอดิเรกเห็นทีจะเป็นเรื่องเป็นราวก็คราวนี้ละน้อ

 

จากครูเข้ากรมไปช่วยงานอบรมกองการเจ้าหน้าที่

               เมื่อได้วุฒิ ป.ม. (ก่อสร้าง) ก้อกลับไปเป็นครูสถานศึกษาเดิม กล้าเผชิญหน้ากับครูประชาบาลที่เคยอบรมไป แต่ไม่ร่าเริงดังก่อนเพราะเงินเดือนมันไม่ขึ้น (อยู่เท่าเดิม 2 ปี) อยากจะบอกกับท่านผู้อ่านว่า ชะตาชีวิตของคนเราไม่เหมือนกัน เรียกว่ามีความสุขอยู่กับการสอน เพื่อนร่วมงานเป็นเหมือนญาติสนิท

               ความสุขกับความสบายในชีวิต โดยเฉพาะกับการสอนหนังสือ วันเวลามันช่างผ่านไปเหมือนกับนิยายชีวิต และยิ่งเป็นลูกน้อง (เหมือนกับชีวิตไม่มีการต่อสู้) คือบุคคลที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชา แล้วอยู่มาวันหนึ่งคำสั่งจากเบื้องบนคือคำสั่งจากกรมเจ้าสังกัด “ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นครูโท ณ สถานศึกษาที่เคยศึกษาเล่าเรียนมานั่นแหละ แต่ให้ไปช่วยราชการที่กองการเจ้าหน้าที่ฯ”

               ขอเล่าภูมิความหลังของข้าราชการไทยสมัยหนึ่งเขาเลิกระดับ จัตวา ตรี โท เอก มาใช้เป็นระดับหนึ่ง ระดับสอง หรือซีหนึ่งไปถึงซีสิบสองอะไรทำนองนั้น โดยเลียนแบบต่างประเทศเขา และได้ยินมาว่าตามแบบ ข.ร.ก.อเมริกันที่เขาเลิกแล้วด้วย ไอ้คนที่มีเงินเดือนสูงก็ลงระดับสูงตามอัตรา คนที่เงินเดือนต่ำกว่าจะเทียบลงกันได้ ส่วนเครื่องแบบชั้นยศล่ะ ไม่ได้เลิก แต่ต้องมานั่งเทียบซีกันวุ่น แล้วมาสวมใส่เครื่องแบบตามซี เช่น ซี 4-5 ชั้นเอก เป็นต้น

 

ข้าราชการมีคำพูดฝังหัวชาวบ้าน “เช้าชามเย็นชาม”

               แต่จะไม่ขออธิบายความเป็นมา และเป็นไปของคำจำกัดความข้างต้น เพียงจะบอกว่า ข้าราชการครูที่มาช่วยราชการในกรม คือนั่งโต๊ะทำงานทั่ว ๆ ไป แต่งานทั่ว ๆ ไปนั่นแหละที่ทุกคนจะต้องปฏิบัติได้ (แทบจะไม่มีการปฏิเสธฯ) ความจริงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการแต่ละคนนั้น ทุกคนจะมี ก.พ. 7 ช่วยบันทึกเรื่องส่วนตัว มีคำสั่ง มีเลขที่ วันเดือนปี อ้างอิงบันทึก หรือทำก็ชาม ไม่ทำก็ชาม อยากจะให้ชาวบ้านทั่ว ๆ ไปที่คิดเช่นนั้น มันไม่จริงเสมอไปหรอก (ไม่เถียง) แต่อยากจะพูดเรื่องจริงให้ผู้อ่านได้ทราบกัน เช่น การกำหนดตำแหน่งหน้าที่ของข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละงานให้ครบกับตำแหน่งหน้าที่ หรือให้มีความรู้กับหน้าที่งานที่ปฏิบัตินั้น ๆ ด้วย โดยเฉพาะจำนวนคนก็ให้ดูปริมาณและคุณภาพเพียงพอแก่การตอบสนองของข้าราชการในสังกัดด้วย

               เห็นที่จะต้องว่ากันต่อในตอนที่ 3 ถ้าอยากรู้ต้องอดใจรอ...