Get Adobe Flash player

งานอดิเรกเป็นวิชาเอกของครูใกล้เกษียณ (ตอนที่ 3) โดย พรโสภา

Font Size:

ตอน เข้ากรมนึกว่าสบาย งานท้าทายยิ่งกว่าลองของ

เหมือนฟ้าผ่าฝนไม่ตกด้วย    กลางวัน

เพียงทราบข่าวให้อกสั่น                       สะท้าน

ไม่มีวุฒิครูกลับไปสานฝัน                   คนอื่น

ครูช่างครบครอบรอบด้าน                   เชิงชั้นทดสอบถามตอบกัน

เกริ่นนำ

                เมื่อตอนที่สอง “ตอนถูกครูประชาบาลลองของ” พูดถึงโรงเรียนในความรู้ของชาวบ้านทั่วไป จะต้องรู้ว่าโรงเรียนต้องมีครู และนักเรียน แต่ถ้าเป็นนักวิชาการจะรู้ไปถึงโรงเรียนนั้น จะมีผู้อำนวยการ อาจารย์ใหญ่ หรือครูใหญ่ และถ้าเป็นโรงเรียนของเอกชน หรือที่เรียกกันว่า โรงเรียนราษฎร์ ก็ต้องมีผู้จัดการ ฯลฯ แล้วครูแต่ละคนในโรงเรียนนั้นต้องมีวุฒิครูแตกต่างกันไป

                ในเมื่อครูในโรงเรียนประถมศึกษา หรือเมื่อก่อนเราเรียกกันติดปากว่าครูประชาบาล แล้วส่วนมากครูเหล่านั้นจะมีวุฒิครู อย่างน้อยก็ ป.ป. (ประโยคประถมศึกษา) แล้วทำการสอนติดต่อกันมาเป็นเวลานาน หรือในจำนวนนั้นเงินเดือนเต็มขั้น จึงได้จัดให้มีการอบรมเพื่อให้ได้รับวุฒิ ป.ม. (ประโยคมัธยมศึกษา) โดยใช้โรงเรียนฝึกหัดครู (ชื่อเรียกสมัยนั้น) เป็นผู้จัด และเป็นสถานที่อบรม

                วิชาเลือกวิชาหนึ่งที่มีในการอบรมครั้งนี้ คือ “วิชาก่อสร้าง” แน่ละวิชานี้ก็ต้องมอบให้โรงเรียนการช่างฯ เป็นผู้คัดเลือกส่งครูมาเป็นผู้ให้รับการอบรม “ถ้าเป็นคุณ คิดอะไร อย่างไร เมื่อได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนของโรงเรียน ทั้ง ๆ ที่คุณไม่มีวุฒิครูเลย” นี่ละ หรือ นี่แหละ ที่ให้ชื่อในตอนที่สองว่า “ตอนถูกครูประชาบาลลองของ”  แล้วตอนที่ 3 นี่คงจะเกี่ยวกับงานที่จะต้องไปทำ มันจะต้องต่างจากการเป็นครู แต่ยังไงก็ยังคิดถึงเรื่องเดิม ๆ

                จากชีวิตครู 13 ปี และจาก 13 กิโลเมตรของรอบเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา และเมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว เกาะเมืองมีทางออกไปสู่ภายนอกได้สองทาง คือทางตะวันออกสู่วังน้อย 20 กิโลเมตร จึงจะแยกเข้าไปกรุงเทพฯ หรือไม่ก็ไปสระบุรี ลพบุรีโน่น สำหรับทางตะวันตก จะออกไปป่าโมกข์ อ่างทอง  นอกจากนั้นจะคิดไปเที่ยวที่ออกนอกเกาะเมือง คือไปต่างอำเภอโดยทางเรือเท่านั้น

เข้ากรมนึกว่าสบายงานท้าทางยิ่งกว่าลองของ

อันคำสั่งกรมสั่งให้                                ไปกัน

เรามันเลือดสุพรรณ                               อยู่แล้ว

รักษาการแผนกอบรมนั้น                     ความบอก ไว้นา

กองโรงเรียนพาณิชย์แจ้ว                     จึ่งแจ้งจะจากจำใจ

                ก่อนอื่นต้องขอบอกกับท่านผู้อ่านก่อนว่า ความจำที่จะนำมาเขียนอยู่นี้พอมี แต่จะให้ดีชัดเจนและแน่นอนต้องอาศัย ก.พ.7  อันเป็นสมุดประวัติของข้าราชการทุกประเภทจะต้องมี  ปัจจุบันทราบว่ายกเลิกไปแล้ว อาจจะใช้เพียงแค่ ก.พ. 3 หรือ แบบฟอร์มแค่กระดาษพับสาม แล้วรายละเอียดจะไปอยู่ในคอมพิวเตอร์อะไรทำนองนี้ (ถ้าอยากรู้ควรสอบถามสำนักงานคณะกรรมการพลเรือน หรือเรียกง่าย ๆ ว่า สำนักงาน ก.พ.)

                ขอย้อนไปก่อนจะเป็นครู ร.ร.การช่างพระนครศรีอยุธยา ด้วยความอยากเป็นครู และโรงเรียนก็ต้องการครูไปช่วยงานด่วนด้วย 30 ธันวาคม 2500 ตำแหน่งหน้าที่แสดงไว้ในสมุดประวัติ ครูโรงเรียนการช่างพระนครศรีอยุธยา ในตารางคำว่าชั้น รายละเอียดระบุว่า วิสามัญชั่วคราวทดลอง อันดับเงินเดือน ลงว่าเบิกเงินเดือน 1 มกราคม 2501 ช่องหมายเหตุ คำสั่งที่ 826/2500 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2500

                คุณผู้อ่านเชื่อไหม เกือบไม่ได้บรรจุเป็นครูตรี (สามัญ) เพราะโรงเรียนไม่ได้รายงานผลการทดลอง (ดูเหมือนว่าทางต้นสังกัดจะต้องรายงานผลการทดลองปฏิบัติงานเสนอจังหวัดภายใน 6 เดือน ถ้าเกินหนึ่งปี หรือ 12 เดือน ถือว่าผลการปฏิบัติขาดคุณสมบัติ) เมื่อใกล้กำหนด จังหวัดทวงถามมา ทางโรงเรียนจึงได้กุลีกุจอรายงานผล (คาดว่ายกเมฆ) จังหวัดจึงได้ออกคำสั่งบรรจุแต่งตั้งเป็นครูตรี (สามัญ) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2501 ตามคำสั่งที่ 642/2501 ลงวันที่ 18 พ.ย. 2501

                สาเหตุแห่งปัญหามาจากโรงเรียนไม่มีเจ้าหน้าที่ธุรการโดยตำแหน่ง จะมีก็แต่ใช้ครูวิชาสามัญทำหน้าที่ธุรการว่างจากการสอน และไม่รู้ระเบียบแบบแผนของการบรรจุแต่งตั้ง หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่การเงินเบิกจ่ายเงินจากคลังจังหวัดก็ใช้ครูปฏิบัติงานตามความสมัครใจ และอีกหลายหน้าที่ ๆ ใช้ครูช่วยทั้งสิ้น และทราบว่าในปัจจุบันสถานที่ราชการทุกแห่งมีข้าราชการพลเรือนปฏิบัติงานตรงตามหน้าที่ ตามที่สำนักงาน ก.พ. กำหนดแล้ว

บรรดาครูอิจฉาว่าให้             ไปสบาย

เข้ากรมไม่ใช่งานง่าย                             บอกไว้

งานแต่ละงานท้าทาย                             ยากยิ่ง

งานครูงานกรมต่างไซร้                        พูดได้ตัวใครตัวมัน

                พื้นฐานวิชาการสื่อได้           พอควร

บริหารงานบางส่วน                              ย่อมได้

อีกประสบการณ์งานชวน                     สานต่อ

โอกาสมียากหาหากให้                          ครกขึ้นภูเขาชัน

                ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนครูที่สนิทชิดเชื้อ หรือเพื่อนครูที่อิจฉาตาร้อน แม้ว่าตั้งแต่อยู่ในโรงเรียนไปไหนก็ไปกับผู้บริหาร นอกจากผู้บริหารสถานศึกษาแล้ว ยังเสนอหน้าไปกับผู้ใหญ่ในศาลากลาง นี่คือครู หรือข้าราชการในส่วนภูมิภาคมักตั้งวงนินทา ถือว่าเป็นของธรรมดา พอมามีเรื่องคำสั่งกรมให้ไปช่วยราชการที่กรมอาชีวศึกษาเป็นกรมเจ้าสังกัด  ทั้ง ๆ ที่ทำการสอนอยู่ด้วยกันยังหาว่ามีการวิ่งเต้นหาผู้หลักผู้ใหญ่ หรือไม่ก็มีเส้นสาย นั่นคือ เสียงนกเสียงกา ถือว่าให้พระไปดี จะมีโชค แล้วสบายใจ เฮ้อ!

                สารคดี 5 นาที ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงกรมประชาสัมพันธ์ (แห่งประเทศไทย) เป็นสิบ ๆ ปี  ตอนจบแต่ละเรื่องแต่ละวัน เขาจะประกาศชื่อ และนามสกุลผู้เขียน ใครที่ชอบฟังหรือชอบรายการนี้จึงคุ้นหู หรือแม้แต่ในวารสารมิตรครูยังเป็นเจ้าของเรื่อง และภาพหลังปกหลายฉบับ  นอกจากนั้นสารคดี 5 นาที ยังไปปรากฎในหนังสือพระราชทานเพลิงศพ และในหนังสือที่ระลึกวันเกิดหลายท่านเท่าที่ขอเรื่องไป แต่เป็นที่น่าเสียดายต้นฉบับที่กรมประชาสัมพันธ์ไปกับกองเพลิงทั้งสองครั้ง ตลอดจนที่บ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาร่องลอยไปกับกระแสน้ำที่ไม่ใช่วันลอยกระทง

งานอดิเรกเหมือนแทรกยาดำแทบทุกเรื่อง

                ใน ก.พ.7 บันทึกไว้ว่า “1 สิงหาคม 2512 ครูโทโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย รักษาการหัวหน้าแผนกอบรม กองโรงเรียนพาณิชย์ฯ ที่ อ.755/12 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2512  (กณ. กองโรงเรียนพาณิชย์ฯ หลังจากนั้น 1-2 ปี ปรับปรุงกรมตามระบบใหม่ ยกเลิกและงานอบรม มาอยู่ที่กองการเจ้าหน้าที่)

                แล้วทำไมต้องไปทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าแผนกอบรมด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น หัวหน้าแผนกอบรมคน (ตัวจริง) ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร เป็นเวลา 2 ปี และเห็นว่าครูคนนี้ที่จะไปทำหน้าที่รักษาการนั้นก็มีความคิดในทำนองเดียวกัน คือสลับกันลาไปศึกษาต่อในสาขาวิชา และสถาบันเดียวกัน เพื่อที่จะได้ร่วมกันทำงานในกองการเจ้าหน้าที่ที่ได้มีการปรับปรุงใหม่ โดยเฉพาะในเรื่องการอบรมสัมนาเคยได้ร่วมงานกันจนเห็นฝีไม้ลายมือพอที่จะไปวัดไปวาได้

                งานอบรมเป็นสุขสนุกด้วย                   จริงจริง

ผู้บริหารสถานศึกษาชายหญิง                               ครบทั้ง

วิทยากรหลากสถาบันสื่อสิ่ง                                 แสดงโสต

บรรยายให้ความรู้ทุกครั้ง                                     สุขทั้งรักสามัคคี

                สำหรับนโยบายสุดยอดของการอบรมสัมนาผู้บริหารสถานศึกษามีปีละครั้งเท่านั้น (นอกจากเป็นการอบรมทั่ว ๆ ไป) โดยเลือกกำหนดวันเวลา และสถานที่ที่กรมจะนำผ้าพระกฐินพระราชทานไปถวายยังพระอารามหลวง อันเป็นการหมุนเวียนไปตามจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งมีสถานศึกษาวิทยาลัยเทคนิค และวิทยาลัยอาชีวศึกษา โดยปริมาณ 2 สถานศึกษา หรือ 2 ผู้บริหารสถานศึกษาต่อ 1 จังหวัด จะมีก็จังหวัดนครศรีธรรมราช มี 3 สถานศึกษา คือ วิทยาลัยศิลปหัตถกรรม มากเป็นพิเศษกว่าจังหวัดอื่น ๆ

                การอบรมสัมนาผู้บริหารสถานศึกษา เป็นงานระดับกรมเป็นงานใหญ่ระดับประเทศ การวางแผนดำเนินการจะต้องดำเนินการกันตั้งแต่ได้รับอนุมัติโครงการแล้ว โดยเฉพาะระหว่างกองการเจ้าหน้าที่ กับวิทยาลัยเทคนิค และวิทยาลัยอาชีวศึกษา (และพระอารามหลวงในจังหวัดที่กรมจะนำผ้าพระกฐินไปถวาย ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าผู้บริหารในจังหวัดนั้น มักไม่ชอบเพราะเป็นงานช้างที่จะต้องเป็นเจ้าภาพ ก็นึกเสียว่าเป็นบุญมากกว่าเป็นกรรมก็แล้วกัน เท่าที่สังเกตในจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยว หรือจังหวัดที่มีความสำคัญ ๆ มีโอกาสจะได้เป็นเจ้าภาพมากกว่า 1 ครั้ง ในขณะที่ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารอยู่

                แน่ละงานอดิเรกไม่ว่าจะเป็นบทความในเชิงสารคดี หรือการถ่ายภาพกิจกรรมงานอบรมฯ หรือสถานที่สำคัญ ๆ มีเวลาได้เก็บเกี่ยวก็ครั้งนี้ได้อย่างน้อย 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกต้องเดินทางไปติดต่อประสานงานกับจังหวัด และสถานศึกษาในสังกัด (ครั้งแรกนี้จะมีเวลาเป็นของตัวเองมากกว่า ส่วนครั้งที่ 2 เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่การงาน เวลามักไม่เอื้ออำนวยเหมือนครั้งแรก) เพื่อนำประวัติของวัดพร้อมภาพถ่ายมาจัดทำหนังสือที่ระลึกฯ

                ครั้นต่อมาในภายหลังเมื่อดำรงตำแหน่งเป็นศึกษานิเทศแล้ว งานถ่ายรูปเขียนประวัติ หรือเรื่องราวเกี่ยวกับจังหวัดที่กรมนำผ้าพระกฐินไปทอดถวาย จะมีหนึ่งเรื่องของผู้เขียนลงในหนังสือที่ระลึกดังกล่าว และนี่คือส่วนหนึ่งของงานอดิเรก  ซึ่งไม่เคยนึกเลยว่าเพียงงานอดิเรกเช่นนี้จะสามารถสืบทอดชะตาของงานสมัครเล่นเป็นจริงเป็นจังขึ้นได้ ใครเล่าจะคิดแม้กระทั่งตัวเองยังไม่อยากเชื่อ

                จะเชื่อหรือไม่เชื่อ น่าจะเป็นตอนจบ เมื่อนับถอยหลังไปถึงวันเกษียณ และยังเชื่ออีกว่า ไม่มีคนใหญ่คนโตให้ทำงานต่อในวันหลังเกษียณ นอกเสียจากจะปฏิวัติตนเองให้เป็นคนวัยเงิน เป็นคนวัยทองเท่านั้น พบกันตอนจบ

หมายเหตุ  ร้อยกรองโดย พรชัย  ภู่โสภา