Get Adobe Flash player

งานอดิเรกเป็นวิชาเอกของครูใกล้เกษียณ โดย พรโสภา

Font Size:

(หนึ่งใน ข.ร.ก. ครูจากระดับ 6 เป็นระดับ 8)

   “ทุกก้าวย่างของชีวิต” นั้น                 บันฑิต

อาจารย์แม่ “สุนีย์” ให้คิด                      ฝากไว้

คนมีสติให้ผลสัมฤทธิ์                           ศรีศักดิ์

อีกทัศนคติที่ดีจึ่งได้                                              ย่างก้าวเรืองรุ่งรุ้งงาม

พรชัย ภู่โสภา ร้อยกรอง

                เกริ่นนำ

                เมื่อตอนที่แล้วความเป็นมาไม่มีอะไรมากไปกว่าจากครูบ้านนอกเดินทางเข้ารับราชการในเมืองหลวง ก็โดยเทคนิคของการบริหารราชการโดยการจะให้ครูสักคนหนึ่งเข้ามาทำงานในกรม ก็หาอัตราว่างของครูที่มีวุฒิก่อสร้าง บังเอิญใน ร.ร.ช่างก่อสร้างอุเทนถวาย (ชื่อสมัยนั้น และอดีตเคยเป็นศิษย์เก่าด้วย) มีอัตราว่างอยู่ก็เลยใช้อัตราว่างนั้นลงตำแหน่งเป็นครูโทซะเลย แล้วให้เจ้าตัวไปทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าแผนกอบรมกองโรงเรียนพาณิชย์ฯ กรมอาชีวศึกษา

                แล้วหัวหน้าแผนกอบรมคนเดิมไปไหนหรือ ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร (แล้วนี่แหละเป็นอีกเหตุผลหนึ่งเมื่อหัวหน้าเก่ากลับมา เราจะต้องขอไปศึกษาต่อบ้าง หรือมีการตกลงกันไว้ก่อน อยากรู้จ้างก็ไม่บอก)

                เรามาว่าต่อกันตอนต่อไปดีกว่า ที่ขึ้นต้นกันโดยโคลงสี่ แล้วมีการอ้างชื่อ อาจารย์แม่ หรือที่เราท่านเป็นนักวิชาการศึกษา ครูบาอาจารย์จะต้องรู้จักกันค่อนข้างมากเชียวละ โดยเฉพาะจากทางรายการทีวี หรือทางหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ คอลัมน์ “จับเข่าคุยกัน” อาจารย์แม่ สุนีย์ สินธุเดชะ ซึ่งในฉบับวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558 ได้กล่าวถึง “ทุกก้าวย่างของชีวิต” เป็นการแนะนำในการปฏิบัติหน้าที่การงานอย่างเรา ๆ ท่านๆ จากครูกับนักเรียนเปลี่ยนมาเป็น ข้าราชการกับประชาชน (หรือจากสังคมเฉพาะกลุ่ม ๆ เล็ก ๆ เป็นสังคมหลากหลายกลุ่มทั่วไป)

 

                นอกจากอาจารย์แม่จะ “จับเข่าคุยกัน” ตอบปัญหาที่มีผู้ถามไปแล้วยังได้ทิ้งท้ายที่น่าจะจดจำ และนำไปใช้... “ผู้ที่เรียนจบปริญญามาเขาเรียกว่า “วิชาชีพ” ไม่ใช่ “อาชีพ” ผู้ที่เป็น “บัณฑิต” ย่อมจะต้องมีสติต่อ “ทุกก้าวย่างของชีวิต” ไม่มีใครเขาจะอภัยต่อผู้ที่เขาศรัทธาว่าเป็น “ผู้รู้” บัณฑิตทั้งหลาย”...  ท่านเคยอ่าน “คำเกียรติยศ” ที่ท่านผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเกือบจะทุกตำแหน่งระดับผู้บริหารใหญ่ในคำสดุดี และให้ข้อคิดแก่บัณฑิตในหนังสืออนุสรณ์รับพระทานประทาน และมอบปริญญาบัตร หรือเปล่าค่ะ แต่ละท่านจะเตือนเหมือน ๆ กัน ก็คือ

                “เมื่อไปทำงานตามสถานะความรู้ทำได้มาแล้วทุกคนจะต้องแสดงความสามารถ และการเรียนรู้ให้ได้ผลสัมฤทธิ์แห่งวิชาชีพได้อย่างงดงาม และดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ และสิทธิแห่งปริญญานั้นจงทุกประการ” นี่ไม่ใช่เป็นแต่คำเตือน แต่หมายความถึงทุกอย่างของชีวิตต้องปฏิบัติได้จริงด้วย

                ข้อคิดของฝากวันนี้ “ก้าวหน้าด้วยความตั้งใจจริง และไม่ท้อถอยนั่นคือแก่นแท้ของชีวิต”

   อากาศร้อนกลับหนาวสั่นให้             เป็นทุกข์

กินไม่ได้นอนไม่หลับจับจุก                                จิตจ้าน

ประธานสอบวินัยร้ายแรงถูก                               ครูกล่าว

เทคนิคแพร่ขึ้นเหนือสะท้าน                                ยักย้ายโรงแรมแถมกลัว

พรชัย ภู่โสภา ร้อยกรอง

ความรู้ทางกฎหมายหามีไม่ได้เป็นกรรมการสืบสวนสอบสวน

                เอาเป็นว่าเมื่อหัวหน้าแผนกอบรมกลับจากการศึกษาต่อวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร ผู้รักษาการก็ถึงคราวไปศึกษาต่อบ้าง (ตามข้อตกลงใต้โต๊ะ) เช่นเดียวกับสาขาบริหารการศึกษาที่ประสานมิตร อันเป็นชุดสุดท้าย เพราะรุ่นถัดจากนี้จะเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รุ่นที่ 1 จ๊ะ

                ในระหว่าง 2 ปีไปศึกษาต่อนั้น กรมอาชีวศึกษาได้มีการปฏิรูปหน่วยงานราชการใหม่ เช่น มีกองการเจ้าหน้าที่เกิดขึ้น แล้วแผนกฝึกอบรม กองโรงเรียนพาณิชย์ ก็มาอยู่ในกองการเจ้าหน้าที่ (ที่ประกอบด้วยงานบรรจุแต่งตั้ง งานนิติกร งานทะเบียนประวัติ เป็นต้น)

                สำหรับครูโท ร.ร. ช่างก่อสร้างอุเทนถวาย ที่ย้ายจาก ร.ร. การช่างพระนครศรีอยุธยา มารักษาราชการแทนหัวหน้าแผนกอบรม กองโรงเรียนพาณิชย์ฯ แล้วผลัดกันไปศึกษาต่อนั้น จากครูโท ร.ร.ช่างก่อสร้างอุเทนถวาย ตัดอัตรามาลงเป็นบุคลากรโท งานทะเบียนประวัติ กองการเจ้าหน้าที่ แล้วเมื่อมีการปรับระดับ เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2518 เป็นบุคลากร 4 งานทะเบียนประวัติ ระดับ 4 จนเมื่อ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2520  เป็นบุคลากร 5 ฝ่ายทะเบียนประวัติ เป็นหัวหน้าฝ่าย และบังคับบัญชาข้าราชการในฝ่ายทะเบียนประวัติ (ดูซิทำงานราชการ 20 ปี ได้แค่นี้)

                จากสมุดประวัติ “ราชการพิเศษ” เฉพาะทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนบันทึกไว้ ดังนี้

29 ตุลาคม พ.ศ. 2518             เป็นกรรมการสอบสวนเรื่องประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการฯ

6 กรกฎาคม พ.ศ. 2519          เป็นกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น บางส่วนกล่าวหาผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ

7 กันยายน พ.ศ. 2520             เป็นกรรมการสืบสวนสอบสวน ... ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ กอง...มีพฤติการณ์ส่อไปทางไม่รักษาวินัยของข้าราชการพลเรือน

30 ตุลาคม พ.ศ. 2520             เป็นประธานกรรมการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในเรื่องเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตในเวลาราชการในสถานที่ราชการ

15 มกราคม พ.ศ. 2523           เป็นกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ของ...ข้าราชการครู ร.ร.เทคนิคสตูล

25 มกราคม พ.ศ. 2523           เป็นประธานกรรมการสอบสวนข้าราชการครูวิทยาลัยเทคนิคแพร่ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

การถ่ายรูปงานอดิเรกเป็นวิชาเอกเลื่อนข้างระดับได้จริงๆ

   งานอดิเรกการถ่ายรูปนั้น                  ดีจริง

รวมผลงานภาพใหญ่ยิ่ง                         บอกไว้

ปริมาณเลื่อนปรับระดับสิ่ง                  ตำราสื่อ  สอนนา

จากซีหกข้ามเป็นแปดได้                      หนึ่งนั้นในกระทรวง

พรชัย ภู่โสภา ร้อยกรอง

จากวุฒิครู (ก่อสร้าง) ป.ม. แล้วมีโอกาสลาศึกษาต่อภายในประเทศ ทางการศึกษา สาขาบริหารการศึกษา ระดับปริญญาตรี (กศ.บ.) อีก 2 ปี (โดยได้รับเงินเดือนเต็มเท่าเดิม) ครั้นหน่วยศึกษานิเทศก์ มีอัตราว่าง จึงขยับตัวเองไปดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ 5 (กรมเดียวกัน) เมื่อ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2523  อีกสองปีต่อมา เป็นศึกษานิเทศก์ 6 หน่วยศึกษานิเทศก์ เมื่อ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2525

เมื่อดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ 6 แล้ว ในบางวันต้องไปทำหน้าที่แทนผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรม และพัฒนาอาชีวศึกษา อีกตำแหน่งหนึ่ง ตามคำสั่งกรมอาชีวศึกษา ดังนี้ 2 พ.ค. 2531, 16 พ.ย. 2531, 26 ก.พ. 2532, 1 พ.ค. 2532, 19 ก.ค. 2532, 25 ก.ย. 2532, 22-30 พ.ย. 2532, 9 พ.ค. 2533 และ เมื่อศูนย์ฝึกอบรม และพัฒนาอาชีวศึกษา 3 (ศิลปหัตถกรรม)

กรมอาชีวศึกษาได้มีคำสั่งให้ทำหน้าที่แทนผู้อำนวยการศูนย์วิจัย และพัฒนาอาชีวศึกษา 3 (ศิลปหัตถกรรม) เป็นการชั่วคราว ดังนี้

16 ตุลาคม 2534 เป็นต้นไป, 16 กันยายน 2534 เป็นต้นไป และ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2534 ทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย และพัฒนาอาชีวศึกษา 3 (ศิลปหัตถกรรม)

ขณะดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ 4 หน่วยศึกษานิเทศก์ ทำหน้าที่แทนผู้อำนวยการศูนย์วิจัย และพัฒนาอาชีวศึกษา 3 (ศิลปหัตถกรรม) ซึ่งศูนย์นี้มีวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่เปิดสอนวิชาการถ่ายภาพหลายสถานศึกษาด้วย ซึ่งในระยะหลังคือ ตั้งแต่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2534 ทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย และพัฒนาอาชีวศึกษา (ศิลปหัตถกรรม) ประกอบกับเงินเดือนเต็มขั้นในปีนั้นเองกรมได้เปิดโอกาสให้จัดทำผลงานปริมาณและคุณภาพของงานขึ้น

แน่นอนภาพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะหัตถกรรมได้ถูกรวบรวมทั้งที่เป็นภาพถ่าย และภาพสไลด์ รวมทั้งสิ่งอันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาที่น่าจะได้จัดทำขึ้นใหม่ โดยเฉพาะจากสถานที่โบราณสถาน โบราณวัตถุ อันเป็นที่สนใจทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะนักเรียนและนักศึกษาน่าจะได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ จึงได้จัดพิมพ์เป็นตำรา และสื่อสไลด์โสตทัศน์ เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม, วัดอรุณราชวราราม เป็นต้น

ทั้งนี้ ได้จัดทำชุดทดลองพิมพ์เป็นตำรา คำถาม คำตอบ ตลอดจนสื่อสไลด์ในบางส่วนส่งไปให้สถานศึกษาที่เปิดสอนวิชาการถ่ายภาพให้ครูอาจารย์ และนักศึกษาได้สอน และทดสอบเพื่อนำผลรวบรวมแจ้งคณะกรรมการตรวจสอบประเมินผล แล้วรวบรวมกับแบบฟอร์มเสนอผลงาน และประเมินคุรภาพผ่านตามขั้นตอน จนในที่สุด ก็ได้รับการพิจารณาจากศึกษานิเทศก์ 6 หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมอาชีวศึกษา เป็น ศึกษานิเทศก์ ระดับ 8 หน่วยศึกษานิเทศก์กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการในวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2535 และเป็นหนึ่งทั้งในกรมอาชีวศึกษา และกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยจ๊ะ

บอกแล้วไงว่า “งานอดิเรกเป็นวิชาเอกของครูใกล้เกษียณ” จริงด้วย

อยากฝากเตือน พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ที่มีลูกหลานศึกษาเล่าเรียน ถ้ามีทุนทรัพย์ส่งให้เรียนให้ศึกษา อย่าหยุด อย่าขาดตอนอย่างเรื่องนี้ และกว่าจะโชคดีเช่นนี้หายาก การเป็นข้าราชการประเภทใด คิดจะลาไปศึกษาต่อย่อมได้รับการพิจารณาเสมอ ถ้ากลับมาทำงานที่เดิม แต่ระหว่างไปศึกษาเงินเดือนหยุดนิ่ง และหยุดนิ่ง จนกว่าจะมีวันเวลาทำงานทดแทนตลอดจนมีผลงานให้พิจารณาขั้นเงินเดือน ขอฝากไว้ให้คิด และคิดแบบอาจารย์แม่ สุนีย์ สินธุเดชะ แล้วจะรุ่งรุ้งงาม

ขอขอบคุณ – หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

                                เจ้าหน้าที่ทะเบียนประวัติ กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ