Get Adobe Flash player

มงคล 108 ในพระพุทธบาทลักษณะ โดย พรโสภา ผู้เรียบเรียง

Font Size:

เมื่อครั้งที่แล้วได้กล่าวถึง มงคล 108 ในพระพุทธบาท ช่วงศตวรรษที่ 5-6 ไว้ และก่อนจะกล่าวต่อ ศตวรรษที่ 7-8 นั้น ได้อ่านพบประวัติวัดโพธิ์ใน น.ส.พ.เดลินิวส์ ฉบับวันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 คอลัมน์ องค์ความรู้ภาษาไทย โดย ราชบัณฑิตยสถาน (กนกวรรณ ทองตะโก) ซึ่งน่าที่จะนำมารวมไว้ในเรื่องเดียวกัน

                วัดโพธิ์ หรือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นหนึ่งในวัดสำคัญที่ผู้คนนิยมเดินทางไปกราบไหว้เมื่อได้เดินทางมากรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ แม้กระทั่ง บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก็ยังไปสักการะเมื่อครั้งมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเร็ว ๆ นี้ วัดโพธิ์มีความสำคัญอย่างไร วัดนี้มีประวัติความเป็นมาอย่างไร นางสาวกนกวลี ชูชัยยะ ได้เรียบเรียงไว้อย่างน่าสนใจในพจนานุกรมวิสามานยนามไทย วัด วัง ถนน สะพาน ป้อม ซึ่งราชบัณฑิตยสถาน จัดพิมพ์เผยแพร่ ความโดยสรุป ว่า

                วัด พระเชตุพนวิมลมังคลาราม จัดเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร และถือว่าเป็นวัดประจำรัชกาลสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

                วัดพระเชตุพนฯ เป็นวัดโบราณสร้างในสมัยอยุธยา เดิมเรียกว่า วัดโพธาราม หรือวัดโพธิ์ ยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงในสมัยธนบุรี ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาวัดนี้ใหม่ ใน พ.ศ. 2331 โดยสร้างพระอุโบสถ พระระเบียง พระวิหาร ตลอดจนบูรณะของเดิม เมื่อเสร็จใน พ.ศ. 2344 โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส

                วัน พระเชตุพนฯ ได้รับการบูรณะปฎิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้า อยู่หัว และได้โปรดเกล้าฯ ให้จารึกสรรพตำราต่าง ๆ ทั้งประวัติศาสตร์ วรรณกรรม และการแพทย์ ลงบนหินอ่อนประดิษฐ์ไว้ตามศาลารายต่าง ๆ ทำให้วัดพระเชตุพนเป็นเสมือน มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย

                ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้แก้สร้อยนามพระอารามว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ทรงถือว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญมาก และทรงถือเป็นพระราชประเพณีที่จะทรงบูรณะซ่อมแซมวัดนี้ทุกรัชกาล

                จะเห็นได้ว่า ข้อความ นามพระราชทานครั้งรัชกาลที่ 1 วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาศ (วาศ สะกดด้วย ศ ศาลา) จากหนังสือ สิริมงคลวัดโพธิ์ และจาก น.ส.พ.ไทยรัฐ องค์ความรู้ภาษาไทย โดย ราชบัณฑิตยสถาน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส (วาส สะกดด้วย ส เสือ)  วัดพระเชตุพนฯ จะสร้อยมังคลาวาศ หรือมังคลาวาส พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ให้แก้สร้อยนามพระอาราม ว่า “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร” ดังได้กล่าวข้างต้น

                ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 7 -8  เครื่องหมายมงคลตามที่นิยมในสมัยนั้น เช่น สวัสดิกะ, รูปตรีรัตน, รูปภัทรบิฐ และรูปดอกบัว เป็นต้น สำหรับในช่วงพุทธศตวรรษที่ 8-9 พระพุทธบาทในสมัยอมราวดี จึงเริ่มมีลายมงคล 8 ประการ คือ คันฉ่อง, ขอช้าง, ปลาคู่, ตรีรัตน, หม้อน้ำ, ศรีวัตสะ, สวัสดิกะ และวัฑฒมาน

                ต่อ มาความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธบาทนี้ ได้มีการนำมาขยายความ และเกิดคติความเชื่อเรื่องมงคล 108 ประการ โดยเฉพาะที่ลังกาทวีป ในคัมภีร์ “ชินาลังการ” ซึ่งพระคันกรจนาจารย์นาม “พระพุทธรักขิตเถระ” ได้รจนาขึ้นในลังกาทวีป เมื่อราวพุทธศักราชได้ 1700 ในเวลาต่อมาพระพุทธรักขิตเถระได้รจนาฎีกาขยายความคัมภีร์ชินาลังการขึ้น เรียกว่า “ชินาลังการฎีกา” คัมภีร์นี้เอง ที่ได้กล่าวถึงมงคล 108 ประการในรอยพระพุทธบาท ซึ่งเรียกว่า “อัฎฐตตรสตมหามงคล” ไว้ด้วย

                อนึ่ง คัมภีร์พุทธบาทลักขณะที่พบในปัจจุบัน เป็นฉบับใบลาน อักษรขอม ภาษาบาลี จารขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2292 ตรงกับรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา

                รอย มงคล 108 ในพระพุทธบาทปรากฎสืบเนื่องมาทั้งในการสร้างรอยพระพุทธบาททั้งในลังกา พุกาม สุโขทัย อยุธยา กัมพูชา โดยเฉพาะในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ปรากฎสัญลักษณ์มงคล 108 ที่ภาพลายประดับมุกที่ฝ่าพระบาทพระพุทธไสยาส

                ดัง นั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจน จึงได้นำมงคล 108 ประการ และคำอธิบายความหมายเปรียบเทียบเชิงธรรมาธิษฐาน และบุคคลธิษฐานตาม “คัมภีร์พุทธบาทลักษณะ” มาเปรียบเทียมกับภาพลายประดับมุกที่ฝ่าพระบาทพระพุทธไสยาส วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ไว้ด้วย ดังนี้

                อนึ่ง ภาพลายประดับมุก มีถึง 74 ประการ คงจะได้กล่าวต่อ ๆ ไป และเพื่อให้ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ ที่ใคร่จะเห็นภาพลายประดับมุก 108 มงคล จึงขออนุญาตลัดคิวนำมาเสนอก่อน เป็นตอนต่อไป (ฉบับหน้า)