Get Adobe Flash player

วันสำคัญอย่าได้ขาด “สารทไทย” โดย พรโสภา

Font Size:

 

      วันแรมสิบห้าค่ำเดือนสิบนั้น         สารทไทย

เก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ธัญญาหารได้            มากทั้ง

ไปถวายสิ่งที่ตนนับถือให้                 เจริญงอก  งามนา

เกิดขนมกระยาสารทแจกทุกครั้ง          พี่น้องเห็นเป็นประเพณี

                                                พรชัย  ภู่โสภา  ร้อยกรอง

เกริ่นนำ

                สารท คำนี้ แปลกทั้งเขียน แปลกทั้งความหมาย ก็ต้องมาทำความเข้าใจกันตามระเบียบ

                สารท (อ่านว่า สาด) ในหนังสือพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายไว้เพียงสั้น ๆ ว่า เทศกาลทำบุญสิ้นเดือนสิบ, เกี่ยวกับหรือเกิดในฤดูใบไม้ร่วง

                สารท ส.พลายน้อย เขียนไว้ในหนังสือ สารานุกรม วัฒนธรรมไทย ให้ความหมายไว้ว่า “การทำบุญในเทศกาลสารทไทย” เริ่มทำตั้งแต่วันแรก 14, 15 ค่ำ เดือน 10 ไปจนถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 11 ถือเป็นการทำบุญใหญ่กลางปี (นับเดือน 5 เป็นต้นปีตามแบบเก่า พอถึงเดือน 10 จึงเป็นกลางปี) หรือที่เรียกกันว่า ทำบุญสารทสิ้นเดือนสิบ

                คำว่า “สารท” เป็นคำที่ใช้ในประเทศอินเดีย หมายถึง ฤดูในทางดาราศาสตร์ มีอยู่ระยะหนึ่งที่ดวงอาทิตย์โคจรอยู่ในแนวตรงกับเส้นศูนย์สูตร ทำให้แสงอาทิตย์แผ่ไปทั้งขั้วโลกเหนือ และขั้วโลกใต้ ระยะนี้เมื่อดวงอาทิตย์โคจรไปถึงจุดที่เรียกว่า วิษุวัต (Equinox) ก็จะทำให้โลกมีเวลากลางวัน และกลางคืนเท่ากัน หรือที่เรียกกันว่า จุดราตรีเสมอภาค ในเวลาที่กล่าวนี้ทางอินเดีย เรียกว่า สารทวิษุวัต (Autumnal Equinox) คือฤดูใบไม้ร่วง

                การทำบุญให้แก่ญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว ทางศาสนาพราหมณ์ เรียกว่า ศราทธ์ เมื่อถึงฤดูศราทธ์ ผู้ที่นับถือศาสนาพราหมณ์ก็จะประกอบพิธีกันอย่างพร้อมเพรียง ถ้าอยู่ในอินเดียก็นิยมประกอบพิธีที่คยา และพุทธคยา มีการเลี้ยงพราหมณ์ และการกรวดน้ำแผ่ส่วนกุศลให้แก่ผู้ตายไปแล้ว นอกจากการเลี้ยงพราหมณ์ ก็มีการจัดข้าวบิณฑ์ และน้ำวางไว้เป็นการสังเวยบรรพบุรุษ แม้ถ้วยน้ำในภาชนะเงิน ก็เชื่อว่าจนได้ผลมีความสุขสำราญไม่มีเสื่อม

พุทธศาสนาทำตามอย่างพราหมณ์

                พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชวิจารณ์ถึงเรื่องพุทธกับพราหมณ์ ไว้ตอนหนึ่งว่า “พิธีสารทนี้ เป็นของพราหมณ์  พุทธศาสนาทำตามอย่างพราหมณ์ การที่กวนข้าวปายาส หรือข้าวทิพย์ก็ดี ทำยาคูด้วยข้าวใหม่ ซึ่งออกรวงเป็นน้ำนมก็ดี ก็เป็นลัทธิของพราหมณ์ หรือของประเทศซึ่งนับถือพราหมณ์ ทำเลี้ยงพราหมณ์ ซึ่งเป็นที่นับถือของคนในประเทศนั้นมาก่อนมีพระพุทธศาสนามาช้านาน

                เพราะการที่เป็นประเพณีในประเทศอินเดีย ซึ่งยังไม่มีพระในพุทธศาสนา หรือมีแล้วกระจัดกระจายไปอยู่เสียที่อื่น ทำบุญสารท คือ ฤดูข้าวรวงเป็นน้ำนมนี้แก่พราหมณ์ เมื่อการพระราชพิธีของพราหมณ์ตากเข้ามาในแผ่นดินสยาม ก็พลอยประพฤติตามลัทธิพราหมณ์ด้วย สมคำซึ่งนางนพมาศได้กล่าวไว้ว่า เป็นฤดูที่ชนทั้งปวงกวนข้าวปายาส และทำยาคูเลี้ยงพราหมณ์ เมื่อสมณะและพราหมณ์เป็นคู่กันอยู่เช่นนั้น ผู้ซึ่งนับถือพุทธศาสนาในชั้นแรกที่เข้ารีตใหม่ เคยถือศาสนาพราหมณ์ เดิมได้ทำบุญตามฤดูกาลแก่พราหมณ์มาอย่างไร

                ครั้งเมื่อเข้ารีตถือพุทธศาสนาแล้ว เมื่อถึงกำหนดที่ตั้งเคยทำบุญ ผู้ใดเลยจะนิ่งเลิกเสียไม่ทำ เมื่อเชื่ออยู่ว่าพระพุทธเจ้า และพระสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญอันวิเศษยิ่งไปกว่าพราหมณ์ ก็ต้องมาทำถวายพระสงฆ์เหมือนเช่นเคยทำแก่พราหมณ์ ถ้าผู้ใดจะละทิ้งทั้งศาสนาพราหมณ์เดิมของตั้งให้ขาดไม่ได้เพราะเกรงใจ ก็ลงทำเป็นสองฝ่าย ถวายทานแก่สมณะด้วย พราหมณ์ด้วย พิธีพราหมณ์จึงได้มาระคนปนเจือในพุทธศาสนา”

ประเพณีวันสารท

                จากโคลงพระราชพิธีทวาทศมาส พระนิพนธ์ในสมเด็จเจ้าฟ้ามหานามา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ พรรณาไว้ว่า

       วันสารทเหล่าราษฎร์ได้        ทำทาน

บิณฑบาตร์ภัตตาหาร                 อื่นบ้าง

ทำตามบุราณกาล                    จารีต  มานา

ฟังเทศน์ถือศีลสร้าง                  ก่อกู้ผดุงผล

                นอกจากนั้น ประเพณีวันสารทยังมีผู้ประพันธ์นิราศเดือน ได้พรรณาเกี่ยวกับวันสารทไว้อย่างเพราะพริ้ง ยากที่จะลืม ดังนี้

    ถึงเดือนสิบเห็นกันเมื่อวันสารท      ใส่อังคาสโภชนากระยาหาร

กระยาสารทกล้วยไข่ใส่โตกพาน        พวกชาวบ้านทั่วหน้าธารณะ

เจ้างามคมห่มสีชุลีนบ                  แล้วจับจบทัพพีน้อมศีรษะ

หยิบข้าวของกระยาสารทใส่บาตรพระ   ธารณะเสร็จสรรพกลับมาเรือน

                กระยาสารท ของผสมของกวนประกอบด้วย ข้าวเม่า ถั่วลิสง ข้าวตอก งา น้ำอ้อย ผสมและกวนเข้าด้วยกัน ก็เกิดเป็นกระยาสารท ฟังดูอ่านดูแล้วเหมือนง่าย แต่กรรมวิธีเจ้าประคุณเอ๋ยไม่ง่ายเท่าที่คิด บอกได้คำเดียวมีสตางค์ซื้อกินง่ายที่สุด แต่กระยาสารทของคนในสมัยก่อน ถือว่าเป็นสื่อแลกเปลี่ยนชิมรส ติชมกันอย่างสนุกสนาน นับได้ว่า กระยาสารทเป็นตัวนำความสามัคคีของมวลพี่น้อง บ้านใกล้เรือนเคียง และกระยาสารทนี่เอง ที่เป็นขนมกวนชนิดเดียวเท่านั้นที่จะคงประเพณีวันสารทไว้ ได้ปฏิบัติจนทุกวันนี้ เจ้าค่ะ

                กระยาสารท ฝากไว้ให้คิด

-          เป็นขนม แต่จะกลับเป็นยาระบายสำหรับคนไม่เคย

-          คนใส่ฟันปลอมห้ามเคี้ยว บางทีอาจจะหลุดหาย

-          เป็นขนมที่สั่งจากประเทศไทยประเทศเดียว

-          ห้ามใช้กระดาษทิชชู่จับหรือห่อ

หมายเหตุ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ลงเรื่องพระธาตุ มีข้อความเพิ่มเติมเพื่ออธิบายสักเล็กน้อย คือ

พระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช เป็นชื่อที่ชาวเมืองนครฯ หรือแม้แต่สื่อในส่วนกลางก็ยังนิยมเรียกตามชื่อเดิมนี้เป็นส่วนมาก ความจริงวัดพระบรมธาตุได้มีประกาศกระทรวงธรรมการ ลงวันที่ 30 กันยายน 2485 ให้เรียกว่า วัดพระมหาธาตุ ดังนั้น พระบรมธาตุจึงต้องเรียกตามชื่อวัดไปด้วยว่า “พระมหาธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช”