Get Adobe Flash player

หนึ่งในโลกแล้วนะ “โลหะปราสาท” โดย พรโสภา

Font Size:

     หนึ่งเดียวในโลกนี้           ที่ไทย

“โลหะปราสาท” งามวิไล        นักนั้น

สถาปัตยกรรมลักษณะไทย      เยี่ยมยอด

จัตุธมุขเป็นบุษกบยกชั้น         ช่วยชี้ทางพบ นิพพาน

                                   พรชัย ภู่โสภา  ร้อยกรอง

                ความจริงไม่อยากหยิบเรื่องนี้ อาย “ใกล้เกลือกินด่าง” ทำไมเหรอ เมื่อครั้งทำงานแถวราชดำเนิน งานเลิกจับกลุ่มทานเมี่ยงคำกันที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า พอตะวันคล้อย ๆ ก็เดินกลับมาตามถนนราชดำเนิน ผ่านสะพานมัฆวาน สะพานผ่านฟ้า (เฉลิมไทย) จนถึงสนามหลวง ขึ้นรถกลับ

                เมื่อครั้งก่อนนั้น เทศบาลเมืองนนท์ มีรถประจำทางวิ่ง นนทบุรี-สนามหลวง (จอดท่าตรงพระแม่ธรณีบีบมวยผม) ดูเหมือนว่าจะมีเพียงเทศบาลเดียวในประเทศไทยที่มีรถประจำทางวิ่งรับส่งผู้โดยสาร และรถประจำทางสายนี้บอกภูมิปัญญาอาชีพท้องถิ่น ด้วยการทาสีตัวถังรถด้วยสีเขียวเข้ม และคาดทับด้วยสีส้ม นั่นหมายถึงสวนทุเรียน และสวนส้มเขียวหวานที่มีชื่อเสียงของนนทบุรีเขาล่ะ

                นอกจากนั้น เมื่อครั้งมีศาลาเฉลิมไทย โรงละครมาตราฐานเกิดขึ้นเชิงสะพานผ่านฟ้า ก็มาดูเป็นประจำ จนกระทั่งมีการปฏิรูปถนนราชดำเนิน มีการก่อสร้างและรื้อถอน โดยเฉพาะโรงละครเฉลิมไทย (ถึงจะมีเสียงคัดค้าน) และแล้วเมื่อมีการรื้อถอนพัฒนาปรับปรุง จนกลายเป็นสถานที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของถนนราชดำเนิน โดยเฉพาะของกรุงเทพมหานคร แล้วจุดชมวิว “โลหะปราสาท” ก็แสดงความโดดเด่น จนนักท่องเที่ยวไม่ว่าชาวไทย หรือชาวต่างประเทศจะต้องถ่ายภาพ ณ บริเวณนี้กันเป็นที่ระลึก

                นี่แหละ “ใกล้เกลือกินด่าง” ไม่ว่าจะเดินผ่านไปมา ไม่ว่าจะไปดูละครที่เฉลิมไทย วัดราชนัดดารามวรวิหาร ที่มี “โลหะปราสาท” สร้างเด่นเป็นสง่านั่นนะ ทำไมไม่เคยไปชม และเป็นหนึ่งเดียวในโลก ถ้าไม่ปฏิรูปโดยไม่รื้อเฉลิมไทย โลหะปราสาทก็คงถูกซ่อนตัวอยู่เหมือนเดิม จริงไหม?

โลหะปราสาทเหลืออยู่ที่ไทยเพียงหนึ่งเดียวในโลก

                โลหะปราสาท เป็นศาสนสถานที่อยู่ในวัดราชนัดดารามวรวิหาร โลหะปราสาท หมายถึง คฤหาสน์ที่มียอดเป็นโลหะ เป็นโลหะปราสาทแห่งที่ 3 ของโลกที่ยังคงสมบูรณ์ที่สุด และเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโลก โดยที่โลหะปราสาทแห่งแรกในประเทศอินเดีย และแห่งที่สองในประเทศศรีลังกา ซึ่งได้ถูกทำลายไปแล้ว

                โลหะปราสาทหลังที่ 1

                สร้างโดยนางวิสาขา บุตรีธนัญชัย เศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถี โดยการประมูลราคาเครื่องประดับของตนชื่อ “มหาลดาประสาธน์” เป็น 9 โกฏิ 1 แสน แล้วนำเงินสร้างที่อยู่ให้พระสงฆ์ มีลักษณะเป็นปราสาท 2 ชั้น 1,000 ห้อง ยอดปราสาททำด้วยทองคำมีชื่อว่า “มิคารมาตุปราสาท”

                โลหะปราสาทหลังที่ 2

                พระเจ้าทุฎฐคามมีอภัย กษัตริย์แห่งกรุงอนุราธปุระทรงสร้างขึ้นเมื่อประมาณพุทธศักราช 382 ตามคำทำนายในแผ่นพระสุพรรณบัฎของพระมหินทเถระที่ทรงได้พบโปรดฯ ให้สร้างแบบทิพยพิมาณที่ทอดพระเนตร มีความกว้างและสูงด้านละ 100 ศอก มี 9 ชั้น 1,000 ห้อง หลังคามุงด้วยแผ่นทองคำ ผนังเป็นไม้ประดับหินมีค่า และงาช้าง ปัจจุบันเหลือแต่ซากปราสาท ซึ่งประกอบด้วยเสาหิน ประมาณ 1,600 ต้น

                โลหะปราสาทหลังที่ 3

                เป็นโลหะปราสาทวัดราชนัดดารามวรวิหาร สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ช่างออกแบบก่อสร้างตามลักษณะของโลหะปราสาทที่พรรณนาไว้ในหนังสือมหาวงศ์พงศาวดารลังกา ซึ่งพระเจ้าทุฎฐคามนีอภัย กษัตริย์ลังกาทรงสร้างไว้เมื่อพุทธศักราช 387 ในพุทธศักราช 2394 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงโปรดกระหม่อมให้สร้างโลหะปราสาทขึ้นที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร การสร้างโลหะปราสาทของพระองค์เป็นการสร้างแทนการสร้างเจดีย์ โดยทรงมอบหมายให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) ขณะยังเป็นพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา ดำรงตำแหน่งอธิบดีก่อสร้างช่างสิบหมู่ และช่างศิลา เป็นแม่กองดำเนินการก่อสร้าง การออกแบบก่อนก่อสร้างพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ช่างเดินทางไปดูแบบโลหะปราสาท ณ ลังกาประเทศ โดยนำเค้าเดิมเป็นแบบแล้วปรับปรุงให้เป็นสถาปัตยกรรมตามลักษณะศิลปกรรมของไทย

                โลหะปราสาทสร้างตามลักษณะสถาปัตยกรรมไทย ฐานกว้างด้านละ 23 วา เป็นอาคาร 7 ชั้น ลดหลั่นกัน อาคารชั้นล่าง ชั้นที่ 3 และชั้นที่ 5 ทำเป็นคูหาและระเบียงรอบ ในชั้นที่ 2 ชั้นที่ 4 ชั้นที่ 6 ทำเป็นคูหาจัตถรมุขมียอดเป็นบุษบกชั้นละ 12 ยอด และชั้นที่ 7 เป็นยอดปราสาทจัตถรมุขสำหรับประดิษฐานพระบรมธาตุ รวมเป็น 37 ยอด หมายถึง หลักธรรมในพระพุทธศาสนา 27 ประการ ที่เป็นปัจจัยให้ดำเนินไปสู่ความหลุดพ้นสู่ดินแดนพระนิพพาน ที่เรียกว่า “โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ” การขึ้นสู่โลหะปราสาทแต่ละชั้น จะมีบันไดวนตั้งอยู่ตรงใจกลางของอาคาร โดยตั้งซุงขนาดใหญ่ยึดเป็นแม่บันได

                การสร้างโลหะปราสาทดำเนินการในพุทธศักราช 2349 นับเวลาจากปีที่เริ่มก่อสร้างวัดราชนัดดารามวิหารได้ 5 ปี งานลุล่วง ไปเพียงโครงก่ออิฐสลับศิลาแลง และยังมิได้ถือปูนเป็นส่วนใหญ่ ความงดงามขึ้นอยู่กับการประดับตกแต่ง ซึ่งเป็นรายละเอียดที่จะต้องใช้เวลา และฝีมืออีกมาก พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวก็เสด็จสวรรคต งานก่อสร้างส่วนใหญ่จึงยังไม่สำเร็จ

                โลหะปราสาทได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ตามกำลังของเจ้าอาวาสในยุคหลังบ้าง แต่เสร็จสมบูรณ์ในรัชกาลพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้มอบหมายให้กรมโยธาเทศบาลดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ระหว่างพุทธศักราช 2506-2515 จนมีรูปร่างเหมือนปัจจุบันเมื่อครั้งสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ในพุทธศักราช 2525

ขอขอบคุณ

                หนังสือประวัติ เจดีย์ และโบราณสถาน ตุลาคม 2547 คุณอุดม เชยกีวงศ์ ผู้เรียบเรียง