Get Adobe Flash player

พระปิยมหาราชประพาสเรือมาดสี่ โดย พรโสภา

Font Size:

 

     พระปิยมหาราชประพาสต้น

ทรงเรือมาดเก๋งสี่แจวจรัล

ประทับบ้านประทับวัดคืนวัง

พสกนิกรสร้างเหรียญอคร้าว

 

วันปิยมหาราช

                เพื่อเป็นการระลึกถึง วันเสด็จสวรรคต ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2453 ขณะพระชนมายุ 58 พรรษา นับเวลาแห่งการเสวยราชสมบัติ รวม 42 ปี ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ ซึ่งทำความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศชาติมากมาย และด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรทั่วไป จึงทำให้พระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่ และเคารพบูชาของประชาชนโดยทั่วหน้า และได้รับการเทิดพระเกียรติถวายพระราชสมัญญาว่า “พระปิยมหาราช”

“พระปิยมหาราช” ประพาสเรือมาดสี่แจว

                เป็นอีกบทหนึ่งของการรำลึกถึงจากใจของชาวสุพรรณบุรี ที่ทำให้ชาวจังหวัดอื่น ๆ อิจฉา เรามาลองติดตามเรื่องดูซิว่า พระองค์ท่านเสด็จประพาสต้นครั้งนี้ เช่นไร

                หลังเหตุการณ์กรณีพิพาทไทย-ฝรั่งเศส (วิกฤตการณ์ ร.ศ. 112) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องทรงงานอย่างหนักเพื่อนำรัฐนาวาให้ผ่านพ้นวิกฤตมรสุมที่โหมซัดพัดกระหน่ำ ทั้งยังต้องปฏิรูปประเทศให้ทัดเทียมอารยประเทศ และเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ ฯลฯ การที่ทรงตรากตรำกับพระราชภารกิจที่หนักหน่วง เป็นเหตุให้เสวยและบรรทมไม่ค่อยได้ หมอหลวงจึงทูลให้ทรงพักผ่อนพระราชอิริยาบถโดยการเสด็จประพาส

                ด้วยเหตุที่ทรงต้องการประพาสอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ให้ราษฎรรู้จักพระองค์ จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดกระบวนเรือที่เรียกกันว่า “กระบวนประพาสต้น” คือทรงเรือมาดเก๋งสี่แจวอย่างที่ข้าราชการใช้กันในขณะนั้น มีเรือประทุน 4 แจวเป็นเรือเครื่องครัว พ่วงเรือไฟเล็กไปเพียงสองลำ โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์ และเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ตามเสด็จด้วย

                การเสด็จประพาสต้นครั้งแรกเกิดขึ้นใน ร.ศ. 123 (พ.ศ. 2447) เป็นการเสด็จทางชลมารค และทางรพไฟเป็นหลักเริ่มต้นจากบางปะอินเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2447 ผ่านจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ ธนบุร สมุทรสาคร ราชบุรี สมุทรสาคร เพชรบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา กลับสู่บางปะอิน แล้วเสด็จกลับกรุงเทพโดยทางรถไฟเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2447

                ในการเสด็จประพาสครั้งนี้ทรงใช้เวลาประพาสสุพรรณบุรี ดังนี้

2 สิงหาคม              เสด็จประพาสคลองภาษี แล้วเสด็จมาประทับแรมที่บ้านสองพี่น้อง

3 สิงหาคม                      เสด็จประพาสบ้านสองพี่น้อง เสวยพระกระยาหารเย็นที่วัดบางสาม ประทับแรมหน้า วัดบางบัวทอง (วันรางบัวทอง)

4 สิงหาคม              เสด็จโดยกระบวนเรือไฟ ผ่านบางปลาม้า แล้วเสด็จต่อโดยเรือแจวไปถึงเมืองสุพรรณบุรี ประทับที่บ้านสุขุมาราม แล้วเสด็จประพาสข้างเหนือน้ำ เสวยพระกระยาหารค่ำที่วัดแค ประทับแรมที่เมืองสุพรรณบุรี

5 สิงหาคม              เสด็จทอดพระเนตรที่ว่าการเมืองสุพรรณบุรี วัดมหาธาตุ หลักเมือง และวัดป่าเลไลยก์ แล้วล่องเรือมาประทับแรมที่บางปลาม้า ทรงเรือพระที่นั่งเล็กประพาสทางใต้ ประทับเสวยพระกระยาหารค่ำที่วัดบางยี่หน

                ด้วยเหตุที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เคยเสด็จประพาสต้น และมีความผูกพันกับจังหวัดสุพรรณบุรี บรรดาข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน จึงพร้อมใจกันจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ขึ้น ในบริเวณศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรีหลังใหม่ ณ บ้านดอนย่างแย้ ตำบลสนามชัย อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เมื่อปี 2541 พร้อมกันนี้ได้จัดสร้างเหรียญที่ระลึกสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  1. เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่แก่อาณาประชาราษฎร์ และประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์
  2. เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงความผูกพันที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวสุพรรณบุรี เมื่อครั้งเสด็จประพาสต้นเมืองสุพรรณบุรี
  3. เพื่อหารายได้สมทบทุนก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ณ ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรีแห่งใหม่
  4. เพื่อให้ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ได้มีไว้เพื่อสักการะบูชา

โดยเหรียญที่ระลึกที่จัดสร้างมีรายละเอียดดังนี้

ลักษณะ  เป็นเหรียญทรงรี ขนาด 3 เซนติเมตร

ลวดลาย  ด้านหน้า พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2416 โดยเป็นพระบรมรูปทรงพระมหาพิชัยมงกุฎ ทรงเครื่องต้นพระบรมราชวงศ์จักรี และมีพระปรมาภิไธย “จุฬาลงกรณ์” อยู่เบื้องซ้ายของเหรียญ

                ด้านหลัง เป็นพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ ซึ่งจัดสร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติในมหาวีรกรรมยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ทรงประสบชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาแห่งพม่า เมื่อปี พ.ศ. 2135 ริมขอบเหรียญด้านขวามีข้อความ “ที่ระลึก สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 จังหวัดสุพรรณบุรี”  ขอบเหรียญด้านล่างมีข้อความ “พ.ศ. 2541”

ชนิดที่จัดสร้าง

ชนิด                        น้ำหนัก (กรัม)       ปริมาณผลิต (เหรียญ)            บริจาค (บาท)

ทองคำขัดเงา          21                            500                                          15,000

เงินขัดเงา                12.6                         2,000                                       1,000

ทองแดงขัดเงา       10.5                         10,000                                     200

                เหรียญทองคำขัดเงา และเงินขัดเงาที่ขอบเหรียญมีรหัสลำดับที่ทุกเหรียญ

                เหรียญที่ระลึกผลิตโดย บริษัท เพิร์ธมินท์ (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นเหรียญที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ออกแบบและจัดสร้างได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะพระบรมรูปบรมราชาภิเษกที่ปรากฎด้านหน้าดูแปลกกว่าเหรียญอื่น  ทั้งจัดสร้างในปริมาณจำกัดทำให้เหรียญมีคุณค่า และเป็นสิ่งที่แสดงถึงความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวสุพรรณบุรีที่มีต่อพระองค์นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งเหรียญนี้ไม่ปรากฎภาพและข้อมูลของเหรียญที่ระลึกนี้ในเว็บไซด์เหรียญทั่วไป

ค้นคว้าจาก

1.หนังสือชุดภาพ กรุงรัตนโกสินทร์สองร้อยปี พ.ศ. 2525 ขององค์การค้าคุรุสภา

2.วันและประเพณีสำคัญ เรียบเรียงโดย ศิริวรรณ คุ้มโห้

3.หนังสือแสตมป์และสิ่งสะสม 10/2557 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด