Get Adobe Flash player

รำโทนรำวงเสริมส่งวัฒนธรรมไทย โดย พรโสภา

Font Size:

    ชายไปโค้งหญิงออกรอบนั้น          รำโทน

จังหวะเสียงกลองตะโพน                 กึกก้อง

การรำโยกย้ายส่ายสะโพกโยน           ยลแม่

กรมศิลป์ปรับท่ารำเพลงร้อง              แซ่ซร้อง  “รำวง” ไทย

                                            พรชัย ภู่โสภา  ร้อยกรอง

 

                เมื่อได้ยินเสียงเพลงรำโทน หรือ รำวง สมัยก่อนโน้น ไม่ว่าเสียงที่ดังมาจากวิทยุ หรือที่วัดจัดงาน เป็นต้องหยุดเข้าไปแจม มนต์เสน่ห์เสียงเพลงนั้นมันแปลกบอกไม่ถูก จังหวะจะโคนมันเร่งเร้าจริง ๆ แม้แต่จะทำงานอยู่ยังเผลอที่จะเคาะจังหวะไปตามเสียงเพลง

                เราลองมาดูเพลงรำวงเก่า ๆ กันดูซิ แม้เนื้อร้องจะสั้น ร้องไปรำไป จบแล้วจบเล่า ก็สามารถรำกันสนุก เรียกว่าต้อง “ปาดเหงื่อ” ดังเช่นเพลงเก่าที่คนสมัยโน้นจวบจนสมัยนี้ที่ยังมีชีวิตอยู่ จำได้แม่น เช่น

รำวงลอยกระทง

วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่ง

เราทั้งหลายชายหญิง

สนุกกันจริง วันลอยกระทง

ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง

ลอยกระทงกันแล้ว

ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง

รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง

บุญจะส่งให้เราสุขใจ บุญจะส่งให้เราสุขใจ

 

อยุธยาเมืองเก่า

อยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อน จิตใจอาวรณ์มาเล่ากันสู่กันฟัง

อยุธยาแต่ก่อนนี้ยัง เป็นดังเมืองทองของพี่น้องเผ่าพงศ์ไทย

เดี๋ยวนี้ซิเป็นเมืองเก่า ไทยเราแสนเศร้าถูกข้าศึกรุกราน

ชาวไทยทุกคนหัวใจร้าวราน ข้าศึกเผาผลาญแหลกลาญวอดวาย

ชาวไทยทุกคนดูแล้วเศร้าใจ อนุสรณ์เตือนให้ชาวไทยจงมั่น

สมัครสมานร่วมใจกันสามัคคี คงจะไม่มีใครกล้าราวีชาติไทย

 

รำวงชวนรำ

หมู่)         ..เสียง เพลงขึ้นแล้ว

             ดังเจื้อยแจ้ว ฟังแล้ว น่ารำ

             เนื้ออ่อน มาฟ้อน มารำ

             เนื้อนวล คมขำ งามล้ำ รำวง

ข)          พี่ ชวนน้อง

ญ)         พี่ ชวนน้อง

ช)         มาร้องรำวง

ญ)         มาร้องรำวง

ช)         โอ้ โฉมยงนุชอนงค์ ขอจง มารำ ตัวพี่จะร้อง

ญ)         ตัวน้องจะรำ น้องร้องนำ รับลำนำ แล้วรำตามสบาย

ช)          สวยจริงนะ แม่หญิงท่าทาง

ญ)         จ๊ะ สวยจริง แม่หญิงท่าทาง

หมู่)        ดั่งยูงแพนหาง เยื้องย่าง พรรณราย

ช)          น้องรำน่าชม ขำ-คม อย่าหน่าย

ญ)          หวังใจไม่อาย พริ้ง พรายเจ้าเอย

 

การเล่นพื้นเมืองจากรำโทน เป็นรำวง

                การเล่นพื้นเมืองอย่างหนึ่ง หญิงรำคู่กับชายตามจังหวะเสียงกลอง ในหนังสือ ประวัติจังหวัดขอนแก่น พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2497 กล่าวว่า รำวงมาจากการเล่นรำโทน ดังความตอนหนึ่งว่า “การเล่นพื้นเมืองที่นิยมกันมาก (คือ) รำโทนและเตี้ยบ้านโนนทัน ซึ่งต่อมามีผู้คิดคัดแปลงใหม่ขึ้นเป็นรำวงที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นครั้งแรก ดูเหมือนผู้ดัดแปลงผู้นั้นคือ ศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมาในราว พ.ศ. 2481-82” แต่การรำวงในครั้งนั้นยังไม่มีแบบ แผนในการรำคงจะรำตามสบายคือยกมือขึ้นลงไปตามเรื่อง

                ครั้นเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ญี่ปุ่นบุกประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 และต่อมาไทยต้องประกาศสงครามกับอเมริกา กรุงเทพฯ ถูกทิ้งระเบิด ผู้คนพากันอพยพหลบภัยไปอยู่ชานเมืองกันมาก ตามชนบทจะเล่นรำวงคลายเครียดกันทุกคืน เช่นที่ตำบลบางพึ่ง พระประแดง ในระหว่างนั้นรัฐบาลกำลังปรับปรุงส่งเสริมวัฒนธรรม เห็นว่าการเล่นรำวงเป็นที่นิยมแพร่หลายแต่ท่ารำยังไม่เป็นศิลปะ ทางราชการจึงได้มอบให้กรมศิลปากรคิดท่ารำที่ถูกต้องเป็นแบบอย่างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2487

                เสวกโท จมื่นมานิตย์นเรศ (เฉลิม เศวตนันทน์) ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากรได้ เขียนเล่าไว้ตอนหนึ่งว่า “งานสำคัญในยุคนั้นก็คืองานวันแม่ และงานวัฒนธรรมอันจัดขึ้นตามจังหวัด กองการสังคีตเป็นตัวงานสำคัญในเรื่องนี้ และในคราวเดียวกันนี้ผู้เล่าได้ไปนำการเล่นสำคัญมาอย่างหนึ่งจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือรำโทน จนได้รับหน้าที่ปรับปรุงให้มาเป็นรำวงจนถึงนำท่ารำเข้าประกอบเป็นมาตรฐาน คือ สอดสร้อยมาลา ชักแป้งผัดหน้า รำส่าย เป็นต้น และแต่งบทประพันธ์สำหรับใช้ ซึ่ง คุณมนตรี ตราโมท ได้ร่วมแต่งทำนองเพลงให้ด้วย รำวงจึงแพร่หลายแต่นั้นมา”

                สรุปว่าคนต้นคิดแบบรำวงมาตรฐานของกรมศิลปากรก็คือ เสวกโท จมื่นมานิตย์นเรศ นั่นเอง

                นอกจากนั้น ได้มีการประดิษฐท่ารำให้งดงาม และถูกต้องตามแบบฉบับของนาฎศิลป์ไทย ซึ่งมีเพลงประกอบการรำทั้งหมด 10 เพลง คือ

1.เพลงชาวไทย

2.เพลงหญิงไทยใจงาม

3.เพลงงามแสงเดือน

4.เพลงดอกไม้ของชาติ

5.เพลงคืนเดือนหงาย

6.เพลงบูชานักรบ

7.เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ

8.เพลงรำมาซิมารำ

9.เพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า

10.เพลงยอดชายใจหาญ

                อนึ่ง ซึ่งทั้งสิบเพลงดังกล่าวข้างต้นจะมีแบบรำเป็นตัวอย่างด้วย คงจะได้นำเสนอในโอกาสอันควร

 

อ้างอิง

1.หนังสือเพลงรำอมตะ พ.ศ. 2548

2.หนังสือ ชุดวัฒนธรรมไทย และความรู้ทั่วไป ศึกษาภัณพ์พานิช

3.สารานุกรม วัฒนธรรมไทย ส.พลายน้อย นักเขียนผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาวรรณศิลป์ (สารคดี) พ.ศ.2539