Get Adobe Flash player

โคลงโลกนิติทั้งจำทั้งปฏิบัติคู่ควรคนยิ่ง โดย พรโสภา

Font Size:

ตอน นำสัตว์มาเปรียบเปรยเอ่ยอ้าง

   โคลงโลกนิตินำสัตว์นั้น    เปรียบเปรย

ไม่ว่าลักษณะเล็กใหญ่เผย    เอ่ยอ้าง

เป็นภาษิตชีวิตคนเคย         ปฏิบัติ

โบราณคิดไว้สรรสร้าง        บอกบ้างบ่งนั้นทันสมัย

                                                พรชัย  ภู่โสภา  ร้อยกรอง

 

                จากคำโคลงโลกนิติทั้งสองตอนที่บ่งบอกที่มาจากปราชญ์ราชบัณฑิตโบราณครั้งกรุงเก่า จวบจนรัตนโกสินทร์ตอนต้น  จารึกลงแผ่นหินติดไว้ในผนังวัดโพธิ์เป็นธรรมทาน แล้วในตอนที่สองได้นำโคลงโลกนิติที่ร้อยกรองจากโคลงสี่ให้มีรูปลักษณ์ลักษณะโครงให้พิศดารขึ้น เพื่อฉันทลักษณ์แบบอย่างให้ต่างไปในด้านภาษาศิลป์ นอกจากนั้นยังบ่งบอกถึงความชัดเจนของเนื้อหาแล้วเรียก โคลงโลกนิติแบบนี้ว่า “โคลงกระทู้”

                นอกจากนั้น โคลงโลกนิติดังกล่าวสามารถแยกรายละเอียดของเนื้อหาออกได้ความหมายหลายสิ่งหลายอย่าง เช่น “ตอนนำสัตว์มาเปรียบเปรย” ซึ่งจะได้กล่าวหรือหยิบยกมาเป็นตอนที่สาม สำหรับในตอนที่สี่ (ตอนหน้า) จะเป็นตอนที่ให้ชื่อว่า “โคลงโลกนิติน่ารู้ ครูให้ท่องจำเป็นตำรา”

                โปรดอย่าลืมและจดจำไว้ด้วยว่า ตัวเลขหน้าโคลง เป็นเลขลำดับโคลงจากหนังสือ โคลงโลกนิติ ฉบับถอดความร้อยแก้ว หนังสือส่งเสริมวรรณกรรม และภาษาไทยเพื่อการศึกษาของบันทึกสยาม

สุภาษิตที่นำสัตว์มาเปรียบเปรยกับชีวิตคน

                สัตว์ที่นำมา หรือปรากฎในคำโคลงโลกนิติ มีทั้งสัตว์เล็ก สัตว์ใหญ่ และยังเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ทั้งบนบก และในน้ำ นอกจากนั้นยังมีการระบุสีสรรเพื่อให้มีความหมายเข้ากับสุภาษิตได้ชัดเจนขึ้น และขอเรียนให้ผู้อ่านทราบด้วยว่า โคลงโลกนิติที่ยกเป็นเพียงโคลงจำนวนหนึ่งเท่านั้น

  (8) รูปแรงดูร่างร้าย             รุงรัง

ภายนอกเพียงพึงชัง               ชั่วช้า

เสพสัตว์ที่มรณัง                    นฤโทษ

ดังจิตสาธุชนกล้า                   กลั่นสร้างทางผล

แปลความ

                นกแร้ง ดูภายนอกน่าเกลียดน่าชั่ว แต่มันกินสัตว์ที่ตายแล้ว เปรียบเหมือนคนใจดี แต่ดูภายนอกรูปไม่งาม

  (13) กบเกิดในสระใต้         บัวบาน

ฤาห่อนรู้รสมาลย์                  หนึ่งน้อย

ภุมราอยู่ไกลสถาน                นับโยชน์ ก็ดี

บินโบกมาค้อยค้อย              เกลือกเคล้าเสาวคนธ์

แปลความ

                กบแม้จะเกิดอยู่ในสระบัว แต่กลับไม่เคยได้กลิ่นหอมของดอกบัว แต่แมลงภู่อยู่แสนไกล กลับได้กลิ่นหอมของดอกบัว เปรียบเสมือนบางคนที่อยู่ใกล้สิ่งดี ๆ แต่กลับไม่เห็นคุณค่าของสิ่งดีงาม

  (20) คบกากาโหดให้           เสียพงศ์

พาตระกูลเหมหงส์                                แหลกด้วย

คบคนชั่วจักปลง                   ปลดชอบ เสียนา

ตราบลูกหลานเหลนม้วย      ไม่ม้วยนินทา

แปลความ

หงส์ที่หลงไปคบกาก็จะพลอยตกต่ำจนเสื่อมเสียตระกูลดี ๆ เหมือนผู้ที่ไปคบคนเลวก็จะทำแต่ความเลว จนถึงรุ่นหลานเหลนก็ยังไม่สิ้นความเสื่อมเสีย

   (28) หมาใดตัวร้ายขบ        บาทา

อย่าขบตอบต่อหมา               อย่าขึ้ง

ทรชนชาติช่วงทา                  รุณโทษ

อย่าโกรธทำหน้าบึ้ง              ตอบถ้อยถือความ

แปลความ

เมื่อหมากัด เราไม่ควรกัดตอบ คนเลวมาทำเลวร้ายกับเราก็ไม่ควรไปเอาเรื่องหรือถือสาโกรธตอบ

   (33) แมลงวันแสวงเสพด้วย ลามก

พาลชาติเสาะสิ่งรก                เรื่องร้าย

ภุมราเห็จเหิรหก                    หาบุษ ปนา

นักปราชญ์ฤๅห่อนหม้าย      หมั่นสู้แสวงธรรม

แปลความ

แมลงวันชอบสิ่งสกปรก คนชั่วชอบทำแต่เรื่องเลวร้าย ผึ้งชอบเที่ยวหาแต่ดอกไม้ คนมีปัญญาก็ชอบใฝ่หาแต่คุณงามความดี

   (48) ตีนงูงูไซร้หาก             เห็นกัน

นมไก่ไก่สำคัญ                      ไก่รู้

หมู่โจรต่อโจรหัน                 เห็นเล่ห์ กันนา

เชิงปราชญ์ฉลาดกล่าวผู้        ปราชญ์รู้เชิงกัน

แปลความ

พวกงูย่อมรู้ว่าพวกงูด้วยกันมีตีนอยู่ที่ตรง¬ไหน ไก่ก็รู้กันว่ามีนมอยู่ตรงไหน )เพราะผู้อื่นมิอาจรู้ว่างูเลื้อยได้อย่างไรในเมื่อไม่มีตีนไก่เลี้ยงลูกได้อย่างไรในเมื่อไม่เห็นมีนม) เปรียบเช่นพวกโจรด้วยกันย่อมรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมกัน ผู้มีปัญญารอบรู้ก็จะทันเชิงทันปัญญากัน

   (59) จระเข้คับน่านน้ำ         ไฉนหา ภักษ์เฮย

รถใหญ่กว่ารัถยา                   ยากแท้

เสือใหญ่กว่านา                      ไฉนอยู่ ได้แฮ

เรือเขื่องคับชะเลแล้              แล่นโล้ไปไฉน

แปลความ

จระเข้ตัวใหญ่โตคับแม่น้ำย่อมหาอาหารไม่สะดวก รถที่ใหญ่กว่าถนนเสือตัวโตกว่าป่า เรือลำใหญ่คับทะเลเหล่านี้ย่อมยากต่อการดำรงอยู่

   (92) กระเหว่าเสียงเพราะแท้              แก่ตัว

หญิงเลิศเพราะรักผัว                              แม่นหมั้น

นักปราชญ์มาตรรูปมัว                          หมองเงื่อน งามนา

เพราะเพื่อรสธรรมนั้น                          ส่องให้เห็นงาม

แปลความ

กาเหว่านั้นมีเสียงอันไพเราะเป็นเสน่ห์ ผู้หญิงจะดีงามได้ก็เมื่อรักภักดีมั่นคงต่อสามีตน ผู้มีปัญญารอบรู้แม้รูปไม่งามแต่ก็งามได้เมื่อมีคุณธรรมความดีเป็นที่ปรากฎ

   (111) ช้างม้าเมียมิ่งแก้ว                       เงินทอง

ตัวมิตายจักปอง                                     ย่อมได้

ชีวิตวิ่งเดียวของ                                    หายาก

ใช่ประทีปเทียนไต้                                               ดับแล้วจุดคืน

แปลความ

ในบรรดาช้าง ม้า ภรรยา และทรัพย์สินเงินทองทั้งหลายนั้นตราบเท่าที่ตัวเรายังมีชีวิตอยู่ก็ยังพอที่จะหาใหม่ได้ มีเพียงชีวิตเท่านั้นแหละ เมื่อตายไปแล้วก็มีอีกไม่ได้ เพราะชีวิตมิใช่เทียนเมื่อดับแล้วก็จุดขึ้นใหม่ได้อีก

   (163) ช้างสารหกศอกไซ้    เสียงา

งูเห่ากลายเป็นปลา                 อย่าต้อง

ข้าเก่าเกิดแต่ตา                       ตนปู่ ก็ดี

เมียรักนอนร่วมท้อง             อย่าไว้วางใจ

แปลความ

ช้างใหญ่นั้นแม้ว่างาจะหักหายไป งูเห่าแม้จะทำเชื่องช้าเหมือนปลาช่อนที่ไม่ดุร้าย บ่าวไพร่ที่เคยรับใช้มาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย เมียรักที่นอนร่วมห้องเดียวกันทั้งสี่ประการนี้อย่าได้วางใจว่าจะไม่มีพิษไม่มีภัย

   (199) กระบือหนึ่งห้ามอย่า ควรครอง

เมียมิ่งอย่ามีสอง                     สี่ได้

โคสามอย่าควรปอง              เป็นเหตุ

เรือนอยู่สี่ห้องให้                   เดือดร้อนรำคาญ

แปลความ

ควายนั้นอย่ามีหนึ่งตัว อย่ามีเมียสองคน แต่มีสี่คนได้ วัวสามตัวนั้นไม่ควรมี บ้านที่มีสี่ห้องก็ถือว่าไม่ดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นข้อห้ามโบราณที่จะทำให้เดือดร้อนขึ้นได้

                เป็นอันว่า ตอนนี้ เรื่องทำนองนี้ พอเป็นตัวอย่างที่จะหยิบยก และนำไปคุยกันได้บ้าง ถ้าได้มีหนังสือโคลงโลกนิติ ฉบับถอดความร้อยแก้วไว้รับรองไปคุยได้แปดบ้านสิบบ้าน ตอนหน้าสุดท้ายจะนำเอาโคลงโลกนิติที่ครูอาจารย์มักจะ (บังคับ) ให้ท่องจำให้ได้ ขนาดเช้าไก่โห่เรียกไป “ว่าให้ฟังซิ” แล้วค่อยลงไปกินข้าว

                สมัยใหม่ไม่มีครูแบบนี้ การศึกษาถึง CHANG ไงล่ะ