Get Adobe Flash player

จอมพล ป. เปิดตำนาน “วันครู” โดย พรโสภา

Font Size:

 

   มกราคมที่สิบหกนั้น          วันครู

บรรพบุรุษเชิดชู                  นบไหว้

ยศถาบรรดาศักดิ์หรู             ครูบ่ม

สอนรุ่นแล้วรุ่นเล่าให้            ส่งขึ้น ฝั่งฝัน

                                                พรชัย  ภู่โสภา  ร้อยกรอง

วันครู

                วันระลึกถึงพระคุณของบูรพาจารย์ ต้นเรื่องเดิมที่จะมีวันครูก็เนื่องมาจากในสมัยที่พันตรี ควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ นายทวี บุณยเกตุ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2487  นายทวี บุณยเกตุ ได้เสนอร่างกฎหมายว่าด้วยครูต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้รับหลักการ และได้เสนอต่อสภานิติบัญญัติพิจารณา จนในที่สุดได้ตราเป็นกฎหมาย เรียกว่า พระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488  ได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2488 นับเป็นพระราชบัญญัติครูฉบับแรก และโดยบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 นั้นเองได้เกิดมีคุรุสภาขึ้น กฎหมายฉบับดังกล่าวกำหนดให้คุรุสภาเป็นสภาในกระทรวงศึกษาธิการ มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีอำนาจหน้าที่ให้ความเห็นแก่กระทรวงศึกษาธิการในเรื่องการศึกษา เรื่องหลักสูตร แบบเรียน การสอน การอบรม การสอบไล่ ควบคุมจรรยามารยาท และลงโทษครูที่ประพฤติผิด รักษาผลประโยชน์ และส่งเสริมฐานะของครูให้มั่นคง ฯลฯ

                ครั้นต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2499  ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ซึ่งเป็นประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ ได้กล่าวคำปราศรัยในที่ประชุมผู้แทนคณะครูทั่วประเทศตอนหนึ่งว่า

                “ที่อยากเสนอในตอนนี้ก็คือว่า เนื่องจากผู้เป็นครูมีบุญคุณเป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าวันครูควรมีสักวันหนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายได้แสดงความเคารพสักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณทั้งหลาย เพราะเหตุว่าสำหรับคนทั่วไปถ้าวันตรุษ วันสงกรานต์ เราก็นำเอาอัฐิของผู้มีพระคุณบังเกิดเกล้ามาทำบุญ คนที่สองรองลงไปก็คือครูผู้เสียสละทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าในโอกาสนี้จะขอฝากที่ประชุมไว้ด้วย ลงปรึกษาหือกันในหลักการ ทุกคนคงจะไม่ขัดข้อง”

                สิบหกมกราคมทุกปี เป็นวันครู

                จากคำปราศรัยของท่านนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม ในครั้งนั้นจึงทำให้เกิดวันครูขึ้นตามข้อเสนอของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 โดยให้จัดงานวันครูขึ้นในวันที่มีประกาศพระราชบัญญัติครู คือ วันที่ 16 มกราคม ทั้งนี้การจัดงานวันครูนั้น เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะประกอบพิธีระลึกถึงคุณของครูบาอาจารย์ทั้งหลาย

                ในที่สุดที่ประชุมสามัญคุรุสภา ประจำปี พ.ศ. 2499 ก็ได้ตกลงให้มีวันครูขึ้นเพื่อ

1.ประกอบพิธีระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์

2.ส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครู

3.ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน

                ทั้งนี้ ให้ถือวันที่ 16 มกราคม ซึ่งเป็นวันประกาศพระราชบัญญติครูในราชกิจจานุเบกษา เป็นวันครู และคณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษา เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2499 ลงมติอนุมัติให้กำหนดวันที่ 16 มกราคม เป็นวันครูได้ตามที่เสนอไป

                กระทรวงศึกษาธิการได้จัดงานวันครูขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 โดยเฉพาะจังหวัดพระนครและธนบุรี ได้จัดงานรวมกันที่สนามกีฬาแห่งชาติ เป็นงานใหญ่ มีร้านอาหารบริการตลอดงาน เป็นการเลี้ยงครูโดยไม่ต้องเสียเงินเป็นครั้งแรก

วันไหว้ครู พฤหัสบดีแรกเดือนมิถุนายน

   ประเพณีสำคัญวันหนึ่งนั้น                   ไหว้ครู

วันพฤหัสบดีย่อมรู้                              รักษ์ไว้

ทุก ๆ แขนงอาชีพมีครู                          ขอบอก

แล้วกิจการสำริดผลได้                          งอกขึ้น งามสม

                                                พรชัย ภู่โสภา ร้อยกรอง

                ตามประเพณีไทยถือเอาวันพฤหัสบดี นิยมไหว้ครูในวันนี้ แต่ก่อนถือเป็นธรรมเนียมว่าจะต้องนำเด็กไปฝากเรียนในวันพฤหัสบดี ถือเป็นวันดีมีมงคล ถึงจะเรียนวิชาอื่น ๆ ก็มีความเชื่ออย่างเดียวกัน พิธีไหว้ครูของนักเรียนคงจะเป็นเรื่องที่แต่ละโรงเรียนทำกันเอง ยังไม่มีระเบียบแบบแผนกำหนดไว้ ต่อมากระทรวงศึกษาธิการในสมัยที่ ม.ล. ปิ่น มาลากุล เป็นอธิบดีกรมสามัญศึกษา ได้กำหนดระเบียบพิธีไหว้ครูให้ทุกโรงเรียนปฏิบัติเป็นแบบเดียวกัน ได้เริ่มปฏิบัติตั้งแต่ภาคต้นปีการศึกษา 2486  (วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2486 ในตอนเช้า) และในโอกาสนั้นได้เปลี่ยนบทไหว้ครูใหม่ โดยใช้บทไหว้ครูที่ท่านผู้หญิงดุษฎีมาลา มาลากุล เป็นผู้ประพันธ์ บทไหว้ครูมีดังต่อไปนี้

“ปาเจราจริยาโหนติ  คุณุตตรานุสาสกา                 

        ข้าขอประณตน้อมสักการ           บูรพคณาจารย์

ผู้กอรปประโยชน์ศึกษา

        ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา                อบรมจริยา

แก่ข้าในกาลปัจจุบัน

        ข้าขอเคารพอภิวันท์                 ระลึกคุณอนันต์

ด้วยใจนิยมบูชา

        ขอเดชกตเวทิตา                    อีกวิริยะพา

ปัญญาให้เกิดแตกฉาน

        ศึกษาสำเร็จทุกประการ              อายุยืนนาน

อยู่ในศีลธรรมอันดี

        ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี              ประโยชน์ทวี

แก่ชาติและประเทศไทยเทอญฯ

        ปัญญาวุฒิกเร เต เต ทินโนวาเท นมามิหัง”

                หลายปีต่อมากระทรวงศึกษาธิการได้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงกำหนดวันไหว้ครูที่ให้ทำในเดือนพฤษภาคมนั้นใหม่ โดยได้ “กำหนดวันพฤหัสบดีแรกของเดือนมิถุนายนเป็นวันไหว้ครูของโรงเรียนทุกประเภท และให้ถือเป็นวันครู ทั้งนี้ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 เป็นต้นไป”

                ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2504  ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นายนาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ได้มีหนังสือแก้ไขแบบพิธีไหว้ครูบางตอน โดยเพิ่มคำปฏิญาณตนต่อท้ายคำไหว้ครูดังนี้

                “เราคนไทย ใจกตัญญู รู้คุณชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เรานักเรียน จักต้องประพฤติตนอยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียน มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น เรานักเรียน จะต้องไม่ทำตนให้เป็นที่เดือดร้อนแก่ตนเองและคนอื่น”

เอกสารอ้างอิง

1.ศิริวรรณ คุ้มโห้, วันและประเพณีสำคัญ, บริษัท สำนักพิมพ์เดอะบุ๊ค จำกัด กรุงเทพฯ

2.สมบัติ พลายน้อย, สารานุกรมวัฒนธรรมไทย (หมวดประวัติศาสตร์วัฒนธรรม และสังคมศาสตร์) บริษัท สถาพรบุ๊ค จำกัด กรุงเทพฯ

3.พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525