Get Adobe Flash player

โอบามาเห็นพระนอนสวยมาก เลยเอารูปไปฝากลูก โดย พรโสภา เรียบเรียง

Font Size:

 

เพียงเกริ่นชื่อเรื่อง ท่านผู้อ่านคงจะหยุดคิด “เป็นไปได้ไง” แล้ว ยิ่งอ่านในเรื่อง เอาเถอะจะบอกให้ จะมีความรู้ และมีความเข้าใจ หรือรู้จักประธานาธิบดี โอบามา มากขึ้น และมาเกกว่าประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกาคนปัจจุบันก็แล้วกัน

               

ทำไมโอบามาเลือกไปวัดโพธิ์

                หลายคนสงสัย (รวมทั้งท่านผู้อ่านด้วยละ) ว่า ทำไมโอบามาถึงไม่ไปวัดพระแก้ว แต่เลือกวัดโพธิ์ ท่านเจ้าคุณเทียบ กล่าวว่า วัดโพธิ์เป็นวัดประจำรัชการที่ 1 ที่มีพระนอนที่สวยงาม มีฝาผนังแกะเรื่องรามเกียรติ์บนหินอ่อนรอบพระอุโบสถ คิดว่าสาเหตุส่วนหนึ่งอาจจะมาจากสิ่งนี้ด้วย และภายหลังทางวัดโพธิ์ ก็มีรายได้เพิ่มขึ้น อย่างวันที่โอบามามาเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 วัดเคยมีรายได้เข้าวัดประมาณ 600,000 – 700,000 บาทต่อวัน พอวันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 วัดมีรายได้เกือบล้านบาทต่อวัน

                วัดโพธิ์ เป็นศาสนาสถานที่สวยงามโชว์ชาวโลกได้ และก็ถือว่าโชคดีในปัจจุบันวัดนี้ก็เป็นที่รู้จักทั่วโลก มีชาวต่างชาติและชาวอเมริกันมาเที่ยวที่วัดมากมาย ก็จะเห็นว่าวัดได้ทั้งด้านประชาสัมพันธ์ ด้านการมีรายได้เพิ่ม (หรือเรียกว่ามีคำว่า Change เข้ามาเกี่ยวข้องนะ พระคุณเจ้า-ผู้เขียน) และสิ่งสำคัญก็คือได้เผยแผ่พระพุทธศาสนา

                โอบามาเอ่ยปากชมพระนอนสวยงามมาก

                “ท่านโอบามาได้ขอรูปพระนอนไป บอกว่าอยากเอาไปฝากลูกสาว และเมื่อมีแขกมาที่นี่ ทางสถานทูตก็ได้เพิ่มสปอต์ไลท์สวยงามมาก อาตมาอยู่ที่นี่มา 31 ปี วันนั้นได้เห็นพระนอนสวยงามที่สุด ท่านโอบามาถึงกับเอ่ยปากชมว่า สวยงามมาก และระหว่างเดินชมวัด ท่านโอบามาก็ได้สอบถามถึงวัฒนธรรมไทยอย่างลึกซึ้ง อย่างเรื่องบวชเรียน

                ท่านถาม ถ้าลูกชายจะต้องบวชใช่ไหม อาตมาตอบว่า ไม่มีการบังคับ แต่การบวชของเรานี้ถือว่าวัดให้โอกาสเด็กชนบทได้ศึกษาร่ำเรียนด้วย ทางศาสนามองว่า อย่างน้อยก็ช่วยเด็กให้มีการศึกษา อย่างอาตมาถ้าไม่ได้วัดก็คงไม่มีโอกาสแบบนี้”

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ เล่าให้ฟัง

                อย่ากระนั้นเลย เรามาทำความรู้จัก ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ ซึ่งก็เป็นผู้ให้การต้อนรับบุคคลสำคัญจากสหรัฐอเมริกา กันดีกว่า

                “พระสุธีธรรมานุวัตร” หรือ “เจ้าคุณเทียบ”

                จากพระสงฆ์ธรรมดา ๆ ในต่างจังหวัด แต่ท่านขยันหมั่นเพียรเล่าเรียนจนมาเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญกองทัพธรรมแห่งพุทธศาสนาในไทย และเมื่อประธานาธิบดี บารัค โอบามา และฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา เดินทางมาเยือนประเทศไทยเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 พระสงฆ์รูปนี้ ท่านก็ได้มีส่วนสำคัญในการให้การต้อนรับ เป็นหน้าเป็นตา ทั้งกับคณะสงฆ์ไทย และประเทศไทย พระสงฆ์รูปนี้ “พระสุธีธรรมานุวัตร” หรือ “เจ้าคุณเทียบ” พระองค์นี้นั่นเอง

พระสุธีธรรมานุวัตร หรือ “เจ้าคุณเทียบ” นามเดิมคือ เทียบ มาลัย ท่านเกิดเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2504 บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุ 11 ปี ที่วัดกกม่วง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี หลังจากนั้น 2 ปี ก็ได้เข้าศึกษาต่อทางธรรมที่วัดสองพี่น้อง ได้เปรียญธรรม 7 ประโยค จากนั้นอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ อยู่ในความดูแลของ พระธรรมราชานุวัตร (กมล โกวิโท)  อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์ กระทั่งสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค

ท่านขยันหมั่นเพียร กระทั่งได้ทุนการศึกษาจากพระอุปัชฌาย์ คือ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปัญญา ทิพย์มณฑา) อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง สามพราน จ.นครปฐม ไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยปูเน่ ประเทศอินเดีย จนจบปริญญาเอก สาขาบาลี-สันสกฤต
แล้วกลับมาทำงานที่ มจร. หรือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งได้รับความกรุณาจาก พระธรรมโกศาจารย์ เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และอธิการบดี มจร. โดยเริ่มจากเป็นเจ้าหน้าที่ประจำกองวิชาการ แล้วก็ได้รับแต่งตั้งมาเรื่อย ๆ จนปัจจุบันท่านเป็น ผศ.ดร. เป็นคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย สอนหลักสูตรภาษาอังกฤษนานาชาติ และยังเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ ซึ่งก็เป็นผู้ให้การต้อนรับบุคคลสำคัญจากสหรัฐอเมริกา

อนาคตของ มจร.ก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

ท่านเจ้าคุณเทียบ บอกว่า ก็จะต้องมีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนพระสงฆ์ให้ก้าวทันโลกแน่นอน ปกติในระดับปริญญาตรีก็มีสอนภาษากัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย อยู่แล้ว แต่ในระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ยังไม่มี  เพราะถือว่าเรียนวิชาพื้นฐานจากปริญญาตรีมาแล้ว  ในโอกาสต่อไปจะมีครบแน่นอน และอยู่ในรูปสถาบันภาษา ที่ผ่านมาเราเน้นภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น และจีน ส่วนภาษาลาว เขมร อินโดนีเซีย พม่า เวียดนาม ไม่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันภาษา แต่อยู่ในรูปนักศึกษา แต่ต่อไปนี้เราจะมีคอร์สหลาย ๆ อย่างให้เลือก เพราะภาษาคือการสื่อสาร เมื่อพูดแล้วเขาเข้าใจที่พูดนั่นคือภาษา ไม่ต้องกลัว

ภาษาอังกฤษ ถ้าพูดแล้วเขาเข้าใจ ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว “สิ่งที่คิดไว้ในอนาคต คือ มจร.จะสานสัมพันธ์ด้านพระพุทธศาสนาระหว่างประเทศ เช่น พม่า ลาว เขมร ที่นับถือพระพุทธศาสนาด้วยกัน อิงอาศัยกัน การศึกษาของมหาวิทยาลัยสงฆ์ในแถบเอเชียจะสมบูรณ์แบบที่สุด โดยจะมีพระจากประเทศลาว เขมร พม่า มาเรียนมากขึ้น โดยเฉพาะปริญญาโทและเอก อาตมามองว่า น่าจะมีวิชาเกี่ยวกับประวัติพุทธศาสนาในระดับชั้นสูง อาจต้องให้ทำวิจัยร่วมกันระหว่างพระสงฆ์ที่มีศีล 227 เท่ากัน ว่าเราจะเรียนรู้ร่วมกันอย่างไร”

เมื่อนิสิตส่วนใหญ่มาเรียนที่เรา หมายความว่า เราเรียนรู้ร่วมกันนั่นเอง เราได้ปลูกจิตสำนึกในคณะสงฆ์ คือ

1.เราต้องรู้เรื่องของตนเองให้ดี ทางศาสนา ธรรมะ เพื่อเอาความรู้ไปสอนชาวบ้านได้ คือเราจะต้องรู้เรื่องของตนให้ดีที่สุด

2. ในขณะเดียวกันคือ ต้องรู้ศาสตร์สมัยใหม่ด้วย เช่น พระต้องรู้บาลี ศาสนา ธรรมะ แต่สิ่งที่ควรรู้ด้วยคือ ทางโลก เศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์ รู้ธรรมะอย่างเดียวไม่ได้

3. รู้ไว้ใช่ว่า เป็นพระต้องรู้หลักของเรา รู้แล้วต้องประพฤติดีด้วย เป็นผู้นำในด้าน จริยธรรม มารยาท ความรู้เป็นอำนาจ มารยาทเป็นเสน่ห์   

“เป็นพระก็ต้องรู้เท่าทัน รู้ทันกระแสโลก เข้าอินเทอร์เน็ตเพื่อเอาสิ่งนี้มาสอน อย่างเด็กเดี๋ยวนี้จะไปเทศน์เหมือนสมัยก่อนไม่ได้ เค้าไม่ฟัง ต้องเทศน์ด้วยพาวเวอร์พ้อยท์ มีฉายภาพประกอบ คลิปสั้น ๆ เป็นตัวอย่างให้เด็กดู เพื่อเพิ่มความสนใจ คือ รู้เท่าทันเทคโนโลยีการสื่อสาร แต่ไม่ตกเป็นทาสของสิ่งเหล่านี้ อย่างนี้เป็นต้น”

พระคุณเจ้าทิ้งท้ายแบบนี้ คนในกระทรวงศึกษาฯ มีผลกระทบนะเจ้าคะ   

เอกสารอ้างอิง

1.เยือนแดนพุทธศิลป์ เที่ยวถิ่นพุทธไสยาสน์ การท่องเที่ยว

2.สิริมงคลวัดโพธิ์ คณะสงฆ์วัดพระเชตุพนจัดพิมพ์

3.น.ส.พ. เดลินิวส์ วันอาทิตย์ 16 ธ.ค. 2555