Get Adobe Flash player

ประเทศไทยได้สมญา “เมืองแห่งผ้ากาสาวพัสตร์” โดย พรโสภา

Font Size:

 

                พุทธศาสนาเลิศล้ำ             เรืองวิไล

จากเมืองเหนือสุโขทัย                          ผ่องแผ้ว

สู่อยุธยาศรัทธานัย                              แน่วแน่  เนาว์นา

ยังรัตนโกสินทร์ยิ่งแล้ว                         ยิ่งรุ้งเหลืองเมืองธรรม

                                                พรชัย  ภู่โสภา ร้อยกรอง

                ชาติไทยเป็นชาติใหญ่ชาติหนึ่งในทวีปเอเชียมาแต่โบราณนานนับพันปี แต่ได้แบ่งแยกออกเป็นหลายเผ่าตามเหตุการณ์และสิ่งแวดล้อม จึงได้กระจัดกระจายห่างเหินกันไปคนละทิศละทาง จนในที่สุดได้มาตั้งมั่นอยู่ในแหลมอินโดจีน คือ อาณาจักรสุโขทัย ซึ่งตามความสันนิษฐานกล่าวกันว่า ไทยเรานับถือพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ครั้งยังอยู่ในถิ่นเดิม พอมาถึงที่อยู่ในปัจจุบันนี้ก็ได้พบว่า พระพุทธศาสนามาตั้งหลักคอยอยู่แล้ว ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาของปวงชนชาวไทย พระพุทธศาสนาจึงได้เป็นศาสนาประจำชาติไทยมาจนถึงปัจจุบันนี้ เราได้รับเอาพระพุทธศาสนามาเป็นสมบัติประจำใจเป็นเวลาช้านาน บ้านเมืองของเราได้รับความร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา ก็เพราะอำนาจของพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ คนไทยจึงเทิดทูนพระพุทธศาสนาได้เสมอด้วยชีวิตของเรา มีหลายครั้งที่บ้านเมืองตกอยู่ในสภาพคับขัน แต่โดยที่ชาวไทยและองค์พระประมุขของชาติไทยยึดมั่นในธรรมะของพระพุทธองค์ ชาวเราจึงหลุดพ้นจากความเดือดร้อนมาได้ เมืองไทยจึงได้สมญาว่า “เมืองแห่งผ้ากาสาวพัสตร์”

                มงคลนามอันนี้เหมาะสมกับประเทศไทยอย่างไร ขอให้เราได้ย้อนรำลึกไปถึงสภาพความเป็นอยู่ของบ้านเมืองไทย และของคนไทยตั้งแต่ครั้งท่านบรรพบุรุษของเรา จะมองเห็นแจ่มชัดในอิทธิพลของพระพุทธศาสนาที่มีต่อคนไทย โดยได้อบรมกล่อมเกลาจิตใจให้เป็นคนมีนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เมตตากรุณา ใจบุญสุนทร์ทาน กตัญญูตกเวทีต่อผู้มีพระคุณ ชอบช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากทั้งส่วนตัวและส่วนรวม  ท่านผู้อ่านคงยังจำได้ ในสมัยก่อนตามหน้าบ้านเกือบทุกบ้านจะมีตุ่มน้ำเล็ก ๆ ใส่น้ำใสสะอาดเจือยาอุทัยวางไว้เพื่อให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาจะได้ดื่มแก้กระหาย เมื่อมีแขกไปมาหาสู่บ้านใด แม่บ้านก็จะจัดอาหารมาเลี้ยงดูตามควรแก่อัตภาพ ผู้ใดที่ไปเยี่ยมเยียนญาติเมิตร ก็จะมีของฝากติดมือไปไม่มีขาด คนที่ตกยากหลงทางไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มาขออาหารไปรับประทานเป็นบางมื้อบางคราว บ้างก็ขอเสื้อผ้าที่ใช้แล้วหรือเงินทองเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จักได้รับความอนุเคราะห์อย่างน่าชื่นใจ เมื่อตำบลใดเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ขึ้น เช่น อุทกภัย อัคคีภัย เป็นต้น ธารน้ำใจจากทุกมุมเมืองก็จะหลั่งไหลไปสู่เพื่อนร่วมชาตินั้นอย่างน่าปลื้มใจ มีปรากฎการณ์มากหลายที่แสดงว่าพระภิกษุสงฆ์มีอิทธิพลทางใจเหนือพุทธศาสนิกชนทั่วหน้า คือ ที่เราเรียกว่า “เห็นแก่ผ้าเหลือง” นั่นเอง ท่านเคยเห็นบ้านไหนเมืองไหนที่พระสงฆ์สามารถชักชวนราษฎรเป็นจำนวนมากให้มาสร้างสาธารณประโยชน์ได้เหมือนในเมืองไทยของเรา ตัวอย่างเช่น พระครูบาศรีวิชัยได้รับความร่วมมือจากพี่น้องชาวเหนือ สร้างถนนขึ้นดอยสุเทพเป็นระยะทางไกลให้เสร็จโดยรวดเร็วและมิต้องจ่ายค่าแรงงาน ถนนยาวประมาณ 11 กิโลเมตร ซึ่งกรมทางหลวงแผ่นดินประมาณการในขณะนั้นว่าจะใช้เวลาสร้าง 2 ปี งบประมาณ 6 ล้านบาท แต่พระครูบาศรีวิชัยใช้เวลาสร้างเสร็จใน 6 เดือน โดยไม่ต้องใช้เงินเลย เพียงแต่ท่านมานั่ง “หนัก” (นั่งเป็นประธาน) อยู่ที่เชิงดอยเท่านั้น

วัดวาอาราม ศูนย์รวมประเพณีวัฒนธรรมและศิลปะนานา

                ปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของพระพุทธศาสนา คือ “วัด” ในเมืองไทยมีวัดวาอารามกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป แต่ละวัดมีบริเวณกว้างขวางร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาชนิด ไม้ยืนต้นออกดอกบานสะพรั่ง ราชพฤกษ์ดอกสีเหลืองสดเป็นพวงยาว ชัยพฤกษ์ช่อสีชมพูสลัดใบทิ้งมีแต่ดอกสลับสีอ่อนแก่สวยงาม ทองหลางสีแดงเพลิง เหล่านี้เป็นต้น และเกือบทุกวดจะปลูกต้นไม้ไทยดอกหอมที่ปู่ย่าตายายของพวกเราชาวไทยชอบกันหนักหนา เช่น ต้นจำปี จำปา สารภี พิกุล บุนนาค ฯลฯ ต่างก็แข่งกันออกดอก ส่งกลิ่นหอมตรลบอบอวลไปทั่วบริเวณวัด ดังหนึ่งจะคอยต้อนรับ และเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทั้งหลายให้มาศึกษาเล่าเรียนพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ทั่วบริเวณสงบเงียบและเยือกเย็น มีแต่เสียงสวดมนต์และแสดงพระธรรมเทศนาตามกำหนดเวลา ฟังดูวังเวง ทำให้ผู้ฟังตกอยู่ในภวังค์ด้วยความซาบซึ้งศรัทธาในพระบวรพุทธศาสนาสืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณกาล และพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์นั้นเป็นของจริง มีเหตุมีผล คงทนต่อการพิสูจน์ ผู้ใดยอมรับนับถือและปฏิบัติตาม ผู้นั้นย่อมได้รับผลผลร่มเย็นเป็นสุขชั่วนิจนิรันดร

                วัดเป็นสถานที่จัดไว้สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยของพระภิกษุสามเณร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป และปูชนียวัตถุสำคัญอื่น ๆ ทางพระพุทธศาสนา แต่โดยนามธรรมนั้น หมายถึง วิญญาณและชีวิตจิตใจของพระพุทธศาสนาอันสิงสถิตอยู่ในทรายทุกเม็ด ในอิฐหินทุกก้อนของวัดนั้นด้วย

                ในชีวิตประจำวัน เมื่อชาวบ้านมีปัญหาเขาจะมุ่งหน้าไปวัด ขอให้พระภิกษุสงฆ์ช่วยแก้ปัญหาให้ พระสงฆ์จึงเป็นปูชนียบุคคลซึ่งชาวบ้านถือเสมือนเป็นดวงประทีปที่ให้แสงสว่างแก่ชีวิตของเขา วัดจึงเป็นสถานที่ให้ความร่มเย็น ความสุขกายสบายใจ เป็นที่พึ่งทั้งทางใจและทางกายอันไม่มีวันจบสิ้นของพุทธศาสนิกชน นับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่สักกาบูชาทุกกาลทุกสมัยในดินแดนแห่งผ้ากาสาวพัสตร์นี้

                นอกจากวัดจะมีความสำคัญที่สุดทางด้านศาสนาแล้ว วัดยังมีความสำคัญทางสังคมอีกเป็นอเนกประการ เพราะวัดเป็นทั้งรากฐานของสังคมและเป็นแหล่งพัฒนาสังคมด้วย วัดเป็นที่ประสิทธิ์ประสาทความรู้ของพระพุทธศาสนา ศิลปวิทยา การเกษตร การช่าง การแพทย์ รวมทั้งวิชาชีพต่าง ๆ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เช่น ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงอนุรักษ์ศิลปกรรมครั้งยิ่งใหญ่ โดยอัญเชิญพระพุทธรูปตามวัดที่ชำรุดทรุดโทรมในจังหวัดต่าง ๆ มาบูรณะปฏิสังขรณ์เสียใหม่ และประดิษฐานไว้ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม จึงนับว่าเป็นวัดที่รวมโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์ และศิลปกรรม

                นอกจากนั้น ยังโปรดให้จารึกสรรพวิทยาต่างๆ ไว้ในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม มีทั้งตำรายา ตำราหมอนวด ประเพณี วรรณคดี สุภาษิต คำประพันธ์ประเภทต่าง ๆ ตลอดจนอนามัยบุคคล เป็นการบริหารร่างกาย คือ ฤาษีดัดตนนั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีวิชาการอื่น ๆ อีกมากมาย และให้เป็นแหล่งที่มหาชนจะเข้าไปศึกษาหาความรู้ได้ตามอัธยาศัย วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามจึงได้ชื่อว่าเป็น “มหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกในประเทศไทย” จัดว่าวัดเป็นสถานที่อันยังความร่มเย็นให้บังเกิดแก่ประชาราษฎร์ทั้งในด้านจิตใจ และร่างกาย

                บางวัดมีบริเวณกว้างขวาง มีสถานที่เหมาะแก่การเป็นที่พักอาศัยของผู้ป่วยไข้ได้ทุกข์ ปัจจุบันมีตัวอย่างเช่น วัดเขาถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี ให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ติดยาเสพติดอย่างได้ผลดียิ่ง ทำให้ผู้ที่หมดวังในชีวิตแล้วได้มองเห็นโลกรื่นรมย์น่าอยู่น่าอาศัย ก็เพราะอิทธิพลของพระบวรพุทธศาสนานั่นเอง

วัดและพระภิกษุสงฆ์เป็นที่พึ่งของชุมชน

                ในยามคับขันเกิดภัยพิบัติตามธรรมชาติก็ดี หรือเกิดศึกสงครามก็ดี พระภิกษุสงฆ์ก็เป็นที่พึ่งของชาวบ้านได้ ในชีวิตของพุทธศาสนิกชนคนไทย นับตั้งแต่เกิดจนเจริญวัยเติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว จนกระทั่งแก่เฒ่าหมดลมหายใจ วัดได้เข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องอยู่ไม่เว้นแต่ละคน ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นผู้ดีมีตระกูล มั่งมี หรือยากจนเข็ญใจ ตัวอย่างเช่น ในพิธีต่าง ๆ ส่วนบุคคล ตั้งแต่เกิดจนตาย มีการทำขวัญเดือน การบวช การแต่งงาน และการตาย เป็นต้น ล้วนแต่ต้องเกี่ยวข้องกับพระภิกษุสงฆ์และวัดอยู่ตลอดเวลา หรืแม้แต่ประเพณีส่วนรวม เช่น การทำบุญตรุษสงกรานต์ ฯลฯ ก็ต้องเกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ และวัดทั้งสิ้น

                การศึกษาของคนไทยสมัยก่อนก็มีวัดเป็นโรงเรียน พระเป็นครู การบวชก็คือ การไปเข้าโรงเรียน เมื่อสึกแล้วก็เป็นผู้มีความรู้ เรียกว่า “ทิด” ซึ่งมาจากคำว่า “บัณฑิต” ในรัชกาลพระเจ้าอยู่หัวพระบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา ก็ทรงวางหลักเกณฑ์ไว้ว่า บุคคลใดที่จะเข้ารับราชการได้จะต้องเป็นผู้ที่บวชเรียนแล้วจึงจะเข้ามาช่วยบริหารประเทศชาติได้

                พระพุทธศาสนาทรงคุณอันล้ำเลิศแก่ชนชาติไทย เป็นสถาบันที่ประสิทธิ์ประสาทศิลปะวิทยานานาชนิด ศิลปกรรมอันประณีตหลายด้านหลายสาขา อาทิ สถาปัตยกรรม ปฏิมากรรม จิตรกรรม ล้วนแต่มีบ่อเกิดมาจากวัดวาอารามทั้งสิ้น และศิลปะเหล่านี้เป็นสมบัติอันประเสริฐที่ตกทอดมาสู่ประเทศไทยจนถึงปัจจุบันนี้

                สิ่งอันเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนซึ่งเริ่มต้นด้วยวัตถุสาถน คือ สังเวชนียสถาน 4 แห่ง และพระสถูป ต่อมาเป็นรูปสัญลักษณ์ต่าง ๆ คือ วัตถุที่เคารพ เช่นพระธรรมจักร เป็นต้น แล้วจึงมาเป็นพระพุทธรูปปางต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นศิลปะอันงดงามหาที่เปรียบมิได้ที่พระพุทธองค์ได้ประทานไว้แก่ชาวโลก โดยเฉพาะชาวไทย

                เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่พระพุทธศาสนาได้ประดิษฐานอยู่อย่างมั่นคงสถาพรตลอดระยะเวลาอันยาวนาน พระพุทธศาสนาจึงได้เป็นรากฐานอันสำคัญที่สุดของวัฒนธรรมไทย ซึ่งได้กล่าวไว้แล้วอย่างละเอียด ประเทศที่มีวัฒนธรรมสูงย่อมมีลักษณะประจำชาติดังที่ปรากฎอยู่ในเมืองไทยเรานี้ ขนบธรรมเนียมประเพณีของคนไทยจึงไม่เหมือนกับชาติใดในโลก ชาวต่างประเทศจะมอบครอบครัวของคนไทยด้วยความอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง ที่เห็นพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย พี่ป้าน้าอาลูกหลาน อยู่รวมในบ้านเดียวกันอย่างผาสุก มีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง ผู้น้อยเคารพเชื่อฟังญาติผู้ใหญ่ นอกจากภายในครอบครัวแล้ว ประเพณีอันดีงามของชนชาติไทยอีกอย่างหนึ่ง คือ ต่างคนต่างมีน้ำใจไมตรีต่อกัน มีจิตใต้สำนึกว่าคนไทยทุกคนเป็นพี่น้องกัน ใครมีทุกข์ร้อนคนอื่นก็มาช่วยเหลือตามกำลังความสามารถ ทำให้ผู้ที่ได้รับความทุกข์ร้อนมองเห็นคุณค่าของผืนแผ่นดินไทยที่ตนอยู่ว่าล้ำเลิศกว่าที่อื่นใดทั้งสิ้น

                ความสำคัญของพระพุทธศาสนาที่มีต่อภาษา และวรรณคดีก็จะเห็นได้โดยง่ายว่า เราได้ยอมรับเอาภาษาบาลีและสันสกฤตเข้ามาใช้ในภาษาไทย โดยดัดแปลงให้เข้ากับรสนิยมของคนไทย ในด้านวรรณกรรมไทยเราก็มีวรรณคดีอันเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากมายหลายเรื่อง ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว จึงนับได้ว่า วรรณคดีเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้พระพุทธศาสนามีโอกาสแทรกซึมลงไปในจิตใจของคนไทยโดยไม่รู้ตัว

                เหล่านี้ล้วนแต่เป็นอิทธิพลของพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น ที่ก่อให้เกิดความบันดาลใจในการสร้างสรรค์นานาชนิดในเมืองไทย เช่น ศิลปวัฒนธรรม ภาษาและวรรณคดี ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว อันยังความภาคภูมิใจให้เกิดแก่ประชาชนชาวไทยทั่วหน้า

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งสันติภาพ

                กล่าวโดยสรุป พระพุทธองค์ทรงอุบัติขึ้นมาในโลก เมื่อวันเพ็ญเดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 80 ปี ณ โคนต้นสาละในอุทยานลุมพินี ทรงอยู่ในราชสกุลที่สูงศักดิ์และมั่นคั่ง มีพระรูปโฉมงดงาม เฉลียวฉลาด มีผู้คนคอยบำรุงบำเรอให้ความสุขอย่างสมบูรณ์ มีพระชายาและพระโอรส แต่พระองค์มิได้ทรงหลงในสมบัติเหล่านั้น กลับทรงสละความสุขทั้งมวลออกไปแสวงหาสัจธรรมที่จะช่วยมนุษย์ให้พ้นจากทุกข์ และได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ ณ โคนต้นศรีมหาโพธิ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชระ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ก่อนพุทธศักราช 45 ปี แล้วก็มิได้ทรงละเลยสังคม ทรงอุตสาหะพากเพียรเที่ยวสั่งสอนสัจธรรมที่ได้ตรัสรู้ให้แก่ประชาชนทั่วไปจนตลอดพระชนม์ชีพ เป็นเวลาถึง 45 ปี ในที่สุดก็เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ณ สาลวัน ใกล้เมืองกุสินารา เมื่อพุทธศักราช 1 นับถึงบัดนี้เป็นเวลาประมาณ 2526 ปี

                โลกพากันยกย่องว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งสันติภาพ จะเห็นได้ว่าขณะนี้เพื่อนบ้านของเราได้ประสบแต่ความวิบัติ ถึงซึ่งความวิปโยคอย่างแสนสาหัสเพียงไร แต่เหตุใดชาติไทยจึงยืนหยัดอยู่ได้อย่างเข้มแข็ง ท่ามกลางความปั่นป่วนระส่ำระสายของโลก ทั้งนี้ก็เพราะคนไทยได้รับนับถือพระพุทธศาสนาสืบต่อมาช้านานนับเป็นพัน ๆ ปีนั่นเอง

                ประชาชนชาวไทยได้ยึดมั่นด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระรัตนตรัย นับถือคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง กำจัดทุกข์ภัยนานาประการ บันดาลให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขตลอดมาเป็นเวลาช้านาน เราได้ประพฤติปฏิบัติตามหลักพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์จนเกิดเป็นนิสัยประจำชาติ จิตใจซึ่งแนบแน่นไปด้วยธรรมะมาเป็นเวลานานจนซึมซาบเข้าไปในสายเลือดของคนไทย ทำให้เป็นคนมี “น้ำใจ” มีจิตใจจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย ก่อให้เกิดความเสียสละเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว มีความสามัคคีพร้อมเพรียงกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีภัยมา

                ปัจจุบันนี้ปรากฎว่า พระพุทธศาสนาเป็นป้อมปราการอันมั่นคงแข็งแรงปราการหนึ่งในการป้องกันอริราชศัตรู ที่คิดจะทำลายล้างประเทศไทยให้ตกอยู่ภายใต้การปกครองลัทธิอันชาวไทยไม่พึงประสงค์ เพราะพระพุทธศาสนานั้นเป็นแกนกลางยึดมั่นจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ดังนั้น แม้จะมีเหตุการณ์รุนแรงทำให้เกิดการซวนเซผันผวนเพียงไรก็ตาม ก็ไม่มีใครสามารถทำลายชาติไทยให้ย่อยยับลงไปได้ นับว่าพระพุทธศาสนาได้ช่วยพัฒนาสังคมให้บ้านเมืองไทยมีแต่ความสมบูรณ์พูนสุข รอดพ้นจากการสูญเสียเสมอมาตลอดทุกกาลทุกสมัยจนปัจจุบันนี้ จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะต้องทะนุบำรุงสืบพระพุทธศาสนาให้สถิตสถาพรรุ่งเรืองตลอดไปชั่วกัลปาวสานบนผืนแผ่นดินไทย อันได้สมญาว่า “เมืองแห่งผ้ากาสาวพัสตร์”

อ้างอิง

1.จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, พระราชพิธีสิบสองเดือน สำนักพิมพ์ผ่านฟ้าพิทยา 2509

2.พเยาว์ ศรีหงส์, เมืองแห่งผ้ากาสาวพัสตร์, โรงพิมพ์ชวนพิมพ์ พระสุเมธ กทม. พ.ศ. 2526

3.สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์, วรรณคดี และวรรณกรรมปัจจุบัน, อักษราวัฒนา พ.ศ. 2507

4.เสถียร โพธินันทะ, พระพุทธศาสนาในราชอาณาจักรไทย, โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย พ.ศ. 2515