Get Adobe Flash player

พบแพทย์ weekly

Font Size:

ปฐมฤกษ์เปิดคอลัมน์

หลังจากวันอันหฤโหด รับคนไข้หนักไป 3 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ ใส่สายเข้าเส้นเลือดเพื่อให้ยากระตุ้นความดัน สุดท้ายได้กลับบ้านตอนเที่ยงคืน อาบน้ำหลับปุ๋ย เช้า 6.30 น. เสียงโทรศัพท์ดัง จำใจรับโทรศัพท์แบบไม่เต็มใจนัก ต้องใช้ทั้งสติ ความอดกลั้น อดทน ต่อมารผจญ ยับยั้งความโกรธ ตอบสายแบบโปร “นี่คือ ดร. ชิน มีอะไรให้ช่วยครับ” เสียงตามสายมาว่า “อ๋อ นี่ดร. เชฟฟิลจากห้องฉุกเฉิน มีคนไข้ของคุณป่วยมาเมื่อคืน” ใจนึงก็นึกว่าแล้วมึ... จะรออีกแค่ชั่วโมงจะเป็นอะไรไปรึ แต่อีกละนะด้วยความเป็นมือโปร ต้องตอบอย่างนิ่มนวลว่า “เป็นอะไรว่ามา” ดร.เชฟฟิลตอบกลับมาว่า “ปู่แจ๊คกลับมาอีกแล้ว” พอผมได้ยินคำว่า “ปู่แจ๊ค” แล้วความนึกคิดเป็นสัญญาก็ดึงกลับไปถึงความทรงจำเก่าไม่นานมานี้เอง

ปู่แกอายุ 72 ปี มีญาติอยู่ต่างเมือง มีลูกชายไม่ถูกกัน มันไม่มาดูดำดูแดงอยู่หลายปีแล้ว ปู่แกไม่มีสมบัติพัสถานอะไร อยู่เงียบเงียบคนเดียวในบ้านพักคนชรามา 5 ปีแล้ว ปู่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และถุงลมโป่งพอง แต่ยังสูบบุหรี่วันละซอง ดีหน่อยที่หยุดเหล้าไปหลายปีแล้ว แกไม่เคยดูแลตัวเอง ให้ยาไปก็ทานบ้างไม่ทานบ้าง ไม่สนใจที่จะตรวจเลือด ดูระดับน้ำตาล ไม่เคยสนว่าความดันจะเท่าไหร่ 2 ปีที่ผ่านมา แกป่วยหนักไป 3 ที แต่ก็รอดมาได้ทุกครั้ง ครั้งล่าสุดเป็นโรคปอดบวม ต้องใส่ท่อช่วยหายใจเป็นอาทิตย์ อยู่ในสถานพักฟื้นฟื้นฟูสมรรถภาพเป็นเดือน กลับบ้านได้แค่ 2 อาทิตย์ เพื่อนบ้านก็โทรเรียก 911 ให้มารับมาส่งโรงพยาบาลอีก ดร.เชฟฟิลตรวจพบว่าปวดบวมและต้องใส่ท่อช่วยหายใจอีก เธอขอโทษผมครั้งแล้วครั้งเล่าว่าไม่จำเป็นไม่โทรมากวนหรอก ผมบอกเธอว่าไม่เป็นไร จะรีบล้างหน้าแปรงฟันแล้วไปดูแกทันทีที่ห้องฉุกเฉิน

ที่ห้องฉุกเฉิน ปู่แจ๊คดูแก่กว่าอายุจริงไป 20 ปี ผอมลงจนเห็นกระดูกซี่โครง ตาโหล ขาบวมเป่ง รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า เอามาพับเป็นใบหน้าได้ 3 ตลบ พบได้เป็นปรกติในคนชอบสูบบุหรี่ ความดันโลหิตยังไม่ดีขึ้น ผมต้องใส่สายเข้าเส้นเลือดดำใหญ่ที่คอ เพื่อจะได้ให้ยาพยุงความดัน สั่งยาปฏิชีวนะ สัพเพเหระหมดไปกว่าชั่วโมง ยมบาลยังไม่อยากรับตัวแกไป ผมส่งแกไปห้องไอซียู แล้วนั่งอ่านบันทึกประวัติเก่า เห็นแกแล้วก็นั่งปลงสังขาร ชีวิตแกทำอะไรมาหนอจึงเป็นเช่นนี้ไปได้ แกสั่งเสียไว้เรียบร้อยว่า ถ้าหากแกไม่ดีขึ้น ไม่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจที่คอ แกให้เวลาผม 2 อาทิตย์ที่จะทำให้แกฟื้นคืนชีพได้ ทุกอย่างถูกจดบันทึกไว้เมื่อครั้งที่แกป่วยครั้งก่อน

ปู่แจ๊คเป็นตัวอย่างอันดีของการใช้ชีวิตในแบบฟาสท์ฟู๊ด ไม่รู้จะหาคำไทยมาเทียบยังไง ในสังคมที่หมุนเร็วเป็นลูกข่าง เราทุกคนต้องเต้นเร็วขึ้นไปตามจังหวะชีวิตที่เปลี่ยนไป มีน้อยคนที่จะใช้ชีวิตชิลชิลเรื่อย ๆ จนครบกำหนดลาโลกไป ปัญหาสุขภาพมันเป็นปัญหาลูกโซ่มิใช่แค่เครื่องกลไกอันหนึ่งพังแล้วหาอะไหล่มาเปลี่ยนได้อย่างรถยนต์ ปู่แจ๊คใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือยในวัยเด็ก แกเป็นกรรมกรรับจ้างทั่วไปตั้งแต่ยังเด็กวัยรุ่น เหล้ายาปลาปิ้งไม่มีเว้น แกเล่าให้ผมฟังตอนที่แกยังดี ๆ อยู่ว่า แกลองมาแล้วทุกอย่าง ไม่เคยคำนึงถึงอนาคต แกแต่งงานตอนอายุ 22 แล้วก็มีลูก แกบอกว่าหลังมีลูกแล้วแกก็จะเปลี่ยนไป แกกลับไปเรียนต่อแล้วก็สมัครงานไปเป็นผู้คุมคนคุกในเมือง แต่ไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ ก็มันติด ผมคุยกับแกเรื่องนี้มา 16 ปี แกยืนกรานกระต่ายขาเดียวว่าไม่เลิก ไม่ฟังเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น แกบอกผมว่านื่คือความสุขของแก หมออย่ามายุ่ง หรืออย่ามาเสื... นั่นแหละ แกเคยติดเหล้าจนลูกเมียต้องหนีจากไป อยู่คนเดียวมากว่า 20 ปีแล้ว จนถึงวันนี้ที่แกป่วยหนักแกก็ยังไม่เลิกบุหรี่ ยังไม่มีความคิดที่จะเลิกเลย

น่าสนใจไม่น้อยที่แกสามารถรอดชีวิตมาจนถึงอายุ 72 ปีได้ ผมได้เรียนรู้อะไรไม่น้อยจากชีวิตแก พอสรุปได้ว่า

  1. คนสูบบุหรี่ไม่ใช่ทุกคนต้องเป็นมะเร็งหรือไม่สบาย แต่มันขึ้นกับจำนวนและระยะเวลา อย่างไรก็ตามถ้าใครมียีนไม่ดีก็มีโอกาสมากขึ้นที่จะไม่สบาย การจะเลิกบุหรี่ต้องอาศัยที่ใจ!!!! ถ้าไม่มีใจเป็นใหญ่ อะไรก็ไม่สำเร็จ
  2. บุหรี่ทำให้เกิดโรคมากกว่าแค่มะเร็ง ถุงลมโป่งพอง บุหรี่ทำให้เกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดตีบได้ บุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งตั้งแต่จมูกถึงกระเพาะปัสสาวะ แกเป็นคนผอมบาง แต่เป็นความดันโลหิตสูง ก็จากบุหรี่นี่แหละ
  3. คนสูบบุหรี่เป็นคนมีทุกข์ในใจที่ไม่สามารถหาคำพูดมาบรรยาย หรือสาเหตุที่จะแก้ไขได้ การรักษาคนป่วยเรารักษาโรคแต่ลืมรักษาคนหรือไม่มีเวลาพอและสังคมไม่ให้โอกาส แต่ที่ตลกร้ายก็คือ บุหรี่ก่อให้เกิดโทษมากมาย แต่รัฐบาลต้องการเงินจากมันอย่างมาก โครงการต่าง ๆ ก็แค่ลูบหน้าปะจมูกไปวัน ๆ ไม่มีทางที่บุหรี่จะหมดไปจากโลกนี้ได้หรอกถ้ายังมีการเก็บภาษีบุหรี่อยู่
  4. คนเป็นโรคปอดนาน ๆ ก็จะเกิดโรคหัวใจได้ เรียกว่า Cor Pulmonale และ Pulmonary Hypertension หรือความดันโลหิตในปอดสูงเพราะหัวใจขาดออกซิเจน ปู่แจ๊คขาแกจึงบวมเป่ง เมื่อมาถึงจุดนี้ออกซิเจนก็ช่วยได้แค่ระดับหนึ่ง ต้องให้ยาขับปัสสาวะแล้วรักษาโรคปอดอย่างเต็มที่ น่าสงสารที่ปู่แจ๊คได้เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายของชีวิตแล้ว
  5. ความตายเป็นเรื่องธรรมดา แต่ขบวนการไปถึงจุดนั้นมันละเอียดอ่อน มีหลายอย่างในชีวิตที่เราเลือกได้ มีหลายอย่างที่เราเลือกไม่ได้ แต่ตัวเราเองนั่นแหละจะเป็นผู้กำหนดเองในที่สุด ถ้าปู่แจ๊คเลิกบุหรี่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว แกก็จะไม่มีวันนี้ ลูกเมียก็ยังอยู่กับแก แต่แน่นอนหละ แกต้องเลิกเหล้าตั้งแต่แกยังหนุ่มอยู่ บุหรี่ฆ่าคนสูบ แต่เหล้าฆ่าทั้งคนเสพและครอบครัว รวมถึงสังคม น่าเสียใจทั้งเหล้าและบุหรี่เป็นความจำเป็นสำหรับสังคม เป็นแหล่งหาเงินอย่างง่ายของรัฐบาลทั่วโลก เราทั้งหลายควรที่จะเรียนรู้ที่จะช่วยตัวเอง ทำให้ร่างกายและจิตใจเข้มแข็งต่อสู้กับความทุกข์ที่ถาถมเข้าหาเราทุกวี่วัน กลวิธีง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันก็คือ มรรค 8 นั่นแหละท่าน ไม่ต้องไปหายาวิเศษที่ไหนเลย เอาหลักพุทธศาสนามาประยุกต์นั่นแหละ

ผมมานั่งคิดดู ถ้าครั้งนี้ปู่แจ๊คแกรอดอีก ผมจะทำอะไรกับแกดี คราวนี้ผมคงต้องสอนแกเรื่องชีวิตกับความตายนั่นแหละ คนส่วนใหญ่เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วมักจะสามารถปรับตัวได้ดี คงเป็นเพราะไม่มีทางเลือกอีกต่อไป ยาที่จะใช้กับปู่แจ๊คก็เป็นแค่รักษาตามอาการและผ่อนหนักให้เป็นเบา ทำใจให้เตรียมพร้อมกับความตายที่จะมาเยือนทุกเมื่อ ก็คงแค่นั้นที่จะทำให้แกได้

การรักษาในยุคปัจจุบันเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา นั่นเป็นเพราะเมือมันมาถึงจุดหนึ่งอย่างปู่แจ๊คแล้ว เราก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก นี่ดีนะที่เป็นอเมริกา ปู่แจ๊คจึงยังรอดมาได้ ถ้าเป็นที่อื่นเขาปล่อยตายไปแล้ว ตั้งแต่ฉบับหน้าเป็นต้นไป เราจะมาคุยกันเรื่องโรคที่ป้องกันได้และวิธีป้องกันกันก่อน เริ่มที่โรคถุงลมโป่งพองกันเลย

ก่อนจะถึงฉบับหน้า ขอเน้นท่านใดยังสูบบุหรี่อยู่ โปรดลองไปเยี่ยมเพื่อน ๆ ญาติพี่น้องที่สูบบุหรี่แล้วป่วยหนักที่โรงพยาบาลดู แล้วคิดว่านี่อาจเป็นท่านในวันหนึ่ง ลองคิดถึงคนอื่นที่ต้องทนกลิ่นเหม็น ๆ จากควันบุหรี่ หรือต้องร่วมสูดดมควันพิษกับท่านบ้าง แล้วลองนึกดูว่าท่านจะแก้ไขได้อย่างไร หยุดดูข่าว หยุดวิพากย์วิจารณ์คนอื่นแล้วลองใช้เวลาซักชั่วโมงดูตัวเอง วิจารณ์ตัวเอง แล้วคิดถึงคนอื่นบ้าง ท่านอาจจะสำนึกได้ และยังไม่สายเกินการณ์

 

หมอยศ

26 กรกฏาคม 2559